“เราอาร์ทอยู่การตลาด ฝากตัวด้วย” อาร์ทแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองด้วยรอยยิ้มสดใส ฉันคลี่ยิ้มตอบแม้ในใจจะห่อเหี่ยวแค่ไหนก็ตาม
“เราลิลลี่บริหารอินเตอร์ ฝากตัวเช่นกัน”
“ลิลลี่ดูไม่สดใสเท่าไหร่ ไม่สบายเหรอ”
“เปล่า” ฉันส่ายหน้าพลางถอนใจน้อยๆ “เราแค่ไม่อยากลงดาวเท่าไหร่น่ะ”
“กลัวมีปัญหากับแฟนล่ะสิ ได้ข่าวว่าแฟนของลิลลี่ค่อนข้างขี้หึง” อาร์ทคลี่ยิ้มด้วยสีหน้ารู้ทัน
เดี๋ยวนะ! อะไรคือแฟนฉันค่อนข้างขี้หึง อาร์ทไปเอาเรื่องนี้จากไหนมา ฉันยังโสดอยู่เถอะ!
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอาร์ทเรื่องข่าวลือแบบผิดๆ เราสองคนก็เดินมาถึงหน้าพี่ป่านแล้ว
“พี่ชื่อพี่ป่านนะจ๊ะ มีหน้าที่ดูแลดาวเดือนปีนี้ ลิลลี่กับอาร์ทมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับประกวดปรึกษาพี่ได้เลยนะ” พี่ป่านคนสวยบอกอย่างใจดีทำเอาฉันแทบอยากสารภาพไปตามตรงว่าต้องการสละสิทธิ์การเป็นดาวคณะ
“ทำไมทำหน้างั้นล่ะลิลลี่” พี่ป่านมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มหวาน คงขำที่ฉันทำหน้าหงอยล่ะมั้ง มุแง๊!
“คือ... หนูสามารถพูดตรงๆ ได้มั้ยคะ” ฉันถามด้วยความเกรงใจ
“ได้สิจ๊ะ มีอะไรบอกพี่ได้เลย เราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง” พี่ป่านบอกอย่างเป็นกันเอง ฉันอึกอักเล็กน้อย ในเมื่อพี่ป่านบอกว่าคุยกันได้ทุกเรื่อง ฉันเลยกลั้นใจพูดตามตรง
“หนูไม่อยากลงประกวดเท่าไหร่ค่ะ ความสามารถที่หนูมีก็ไม่ได้พิเศษกว่าคนอื่นเค้า ทำได้แค่จัดดอกไม้แบบอิเคบานะ หนูกลัวทำคณะขายหน้า”
พอฉันพูดจบพี่ป่านกลับคลี่ยิ้มออกมาซะงั้น “แค่รูปร่างหน้าตาของน้องก็กินขาดแล้ว ชนะทั้ง ม. ตั้งแต่ยังไม่ลงแข่งด้วยซ้ำ อีกอย่างปีนี้ทางมหาลัยเปลี่ยนกฎใหม่ ดาวเดือนไม่ต้องแสดงความสามารถทีละคน เห็นว่าให้แสดงเป็นคู่ น่าจะลดความกดดันลงได้บ้าง”
“แสดงคู่!” ฉันกันอาร์ทโพล่งถามพร้อมกัน
“ช่าย” พี่ป่านยักคิ้วยิ้มๆ ทำให้หน้าสวยๆ ดูน่ามองขึ้นไปอีก
“ผมกับลิลลี่ต้องขึ้นแสดงบนเวทีพร้อมกัน” อาร์ทเป็นฝ่ายตั้งคำถาม
“เปล่าจ้ะ ไม่ใช่อาร์ทกับลิลลี่”
ขวับ! คำบอกเล่าของพี่ป่านทำเอาฉันกับอาร์ทหันหน้ามองกันด้วยอาการงงหนัก ยังไงเนี่ย? ก็เราสองคนอยู่คณะเดียวกัน ไม่ให้แสดงด้วยกัน แล้วจะแสดงกับใครเล่า
“หมายความว่าไงครับ” อาร์ทถามอีกครั้ง
“ปีนี้ทางมหาลัยอยากให้มีการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาต่างคณะเลยจัดให้มีการรับน้องรวม เห็นว่าถ้าคณะไหนรับน้องด้วยกัน ก็ให้ดาวเดือนสลับคู่แสดงด้วยเลย ปี 1 จะได้รู้จักกันมากขึ้นรวมถึงเชียร์เพื่อนต่างคณะด้วย อย่างเช่นถ้าปีนี้เรารับน้องร่วมกับคณะมนุษย์ ดาวคณะเราก็ต้องไปแสดงคู่กับเดือนมนุษย์ ดาวมนุษย์ก็ทำการแสดงคู่กับเดือนคณะเรา”
“หมายความว่า...หนูกับอาร์ทต้องไปแสดงกับเพื่อนคณะอื่น” ฉันถามหน้าตื่น
ยุ่งยากกว่าเดิมเข้าไปอีก ทางมหาลัยคิดไรอยู่คะ!!
“อ่าฮะ” พี่ป่านตอบด้วยรอยยิ้มแต่ดันทำให้ฉันรู้สึกหดหู่หนักเข้าไปใหญ่ แค่เป็นตัวแทนดาวก็แย่แล้ว นี่ต้องทำการแสดงกับเดือนคณะอื่น
โถชีวิต! จะให้ลำบากถึงไหนกันคะ ตอบ!
“แล้วคณะเรารับน้องรวมกับคณะไรครับ” อาร์ทถามด้วยน้ำเสียงข้องใจ
“ตอนนี้ยังไม่มีประกาศออกมาจ้ะ แต่คงรู้เย็นนี้แหละ ยังไงพี่ต้องฝากเราสองคนด้วยนะ... สู้วววว” พี่ป่านชูกำปั้นบอกด้วยรอยยิ้มหวานน้ำเสียงฮึกเหิม แต่ลิลลี่คนนี้ทำได้แค่ส่งยิ้มแห้งกลับไป
แล้วถ้าโดนจับคู่กับเดือนคณะที่ไม่ชอบมาพากลล่ะ... ฉันไม่แย่เหรอ อะไรมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดเน้! ฮือ!
“แกเป็นไร หน้ามู้ทู่มาสักพักละ” เมเม่ออกปากถามเมื่อปี 1 ถูกปล่อยให้กลับบ้านได้แถมตอนนี้พวกเรา 5 คนเดินมาถึงหน้าคณะละด้วย
“ก็เรื่องดาวน่ะสิ พี่ป่านบอกว่าฉันต้องไปทำการแสดงร่วมกับเดือนคณะอื่น” ฉันบอกพลางถอนหายใจยาว รู้สึกเหมือนชีวิตซวยซ้ำซวยซ้อนไม่มีที่สิ้นสุด
“หา!” เพื่อนทั้งสี่ที่กำลังพากันดูดน้ำเปล่าจากขวดถึงกับโพล่งตาตั้ง
“ถามจริง?” เรนนี่ซักหน้าตื่น
“จริง” ฉันพยักหน้าด้วยความเซ็งปนนอยด์ขั้นสุด “ปีนี้ทางมหาลัยให้รับน้องรวมเหมือนที่พี่ดรีมประกาศไว้ แถมยังให้ดาวเดือนสลับคู่แสดงกับคณะที่ต้องรับน้องเข้าไปอีก”
“หมายความว่าแกกับอาร์ทคนหล่อไม่ได้ขึ้นแสดงบนเวทีด้วยกัน แต่แกต้องแสดงกับเดือนคณะอื่น” ชมพูรีบซัก
“อื้อ” ฉันยักคิ้วพลางถอนหายใจอย่างเซ็งจัด
“แล้วรู้ยังว่าแสดงคู่กับเดือนคณะไหน” พิชชี่ตาโตถามแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะตอบ ดันมีผู้ชายตัวสูง ผิวขาว หน้าตาดีเข้ามาทักทายกันด้วยรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ
“ลิลลี่ครับ หวังว่าเราจะได้แสดงคู่กันนะครับ”
“.........” พูดแบบนี้แสดงว่าหมอนี่ต้องเป็นเดือนคณะนึงในมหาลัยแน่เลย
ข่าวกระจายไวชะมัด ไม่ถึงชั่วโมงรู้กันแล้วว่าฉันเป็นตัวแทนดาวบริหาร! ติดจรวดไปมั้ย! ที่หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตสงบสุขตอนเรียนมหาลัยคงพังทลายลงแล้วสินะ แงงงงง!
“ก็ไม่แน่มั้ง บางทีลิลลี่อาจจับคู่กับกูก็ได้!” เสียงเข้มคุ้นหูทำเอาฉันตาโต หันขวับไปทางต้นเสียง แล้วก็พบกัสกำลังทำหน้าพร้อมบวกใส่ผู้ชายที่เข้ามาทักฉัน
ว่าแต่มาไง มาตอนไหนเนี่ย? นี่มันเหมือนตอนเรียนเซนต์อาเธน่าชัดๆ
ถ้ากัสรู้ว่าใครมาก้อร่อก้อติกหรือจีบลิลลี่คนนี้ล่ะก็... เจ้าตัวต้องออกโรงเหมือนตอนนี้ยังไงเล่า
“กัส!” ฉันเรียกกัสที่ตอนนี้เดินมาบังร่างฉันกับผู้ชายตรงหน้า
“อย่าหวังให้มาก คณะมึงไม่ได้รับน้องกับบริหาร!” กัสบอกด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบจนผู้ชายที่เข้ามาทักฉันหันหลังเดินหนีอย่างไว
“กัสหมายความว่าไง พูดเหมือนรู้อะไรมางั้นแหละ” ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยถามด้วยความสงสัย
กัสหันมาเผชิญหน้ากันแล้วบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รุ่นพี่คณะเราไปสืบมาละ ปีนี้วิศวะรับน้องร่วมกับบริหาร”
“หมายความว่าเราต้องทำการแสดงกับเดือนคณะกัส แล้วใครเป็นเดือนวิศวะเหรอ!” ฉันระรัวถามแบบไม่หายใจหายคอ เป็นพวกกัส หรือว่าคนอื่น?
“จะใครซะอีกล่ะ ก็มันนั่นแหละ”
ขวับ! ฉันหันไปทางคนพูด เห็นเดย์มองกัสยิ้มๆ ราวกับกลั้นขำยังไงยังงั้น เดี๋ยวนะ...
“กัสยอมเป็นเดือนคณะ!” ฉันตาโตถามเสียงหลงอย่างตกใจ
“อือ!” กัสยักคิ้วด้วยสีหน้าเซ็ง “เราสองคนต้องทำการแสดงคู่กัน”