ที่แท้ก็อยากแสดงตัวให้แฟนของผู้เห็น

1706 Words
“...ลี่ ลิลลี่” “หะ หือ” ฉันหันมาทางเรนนี่ด้วยความงุนงง ก่อนจะผงะเล็กน้อยเมื่อมือเรียวของเพื่อนโบกไปมาตรงหน้า “เป็นไรเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ขาน มีไรรึเปล่า” เรนนี่เอามือลงมองกันด้วยสีหน้าเป็นห่วง “เปล่าสักหน่อย” ฉันส่ายหน้าไปมา “แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนิดหน่อย” “ไม่หน่อยล่ะมั้ง รู้ตัวรึเปล่าช่วงนี้แกเหม่อบ่อยมาก เหมือนคนอินเลิฟ อ๊ะๆ นี่อย่าบอกนะว่ามีรักแรก” เรนนี่ใช้เสียงตื่นเต้นคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ทำเอาฉันย่นจมูกใส่อย่างอดไม่ไหว “ใช่ที่ไหนกันเล่า คนอย่างฉันจะมีรักแรกได้ไงในเมื่อยังไม่เคยถูกใจใครเลย ระหว่างเราสองคน แกมากกว่ามั้งที่จะมีรักแรกก่อน... ก็รุ่นพี่อินฟินิตี้คนนั้นไง” เพื่อนรักที่กำลังใช้ช้อนจิ้มลงบนเค้กถึงกับชะงักค้าง เมื่อฉันเอ่ยถึงหนุ่มหล่อตามจีบเจ้าตัวมาพักใหญ่ “ได้โปรดเห็นแก่พระเจ้า พูดเรื่องอื่นเถอะค่ะ” ว่าแล้วก็พ่นลมหายใจยาวทำนองเซ็ง ฉันยิ้มขำด้วยความเอ็นดู “ขอโทษนะคะคุณน้อง!” น้ำเสียงตื่นเต้นบริเวณข้างโต๊ะทำให้ฉันกับเรนนี่หันมอง มีผู้หญิงผมสั้นสีชมพู แต่งตัวติสแต่โฉบเฉี่ยวอยู่ในทีกำลังมองมายังเราสองคนด้วยสายตาวิ้งวับ “คะ?” เรนนี่เลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าแปลกใจ ฉันก็แอบงงเหมือนกัน “ไม่ทราบว่าน้องสนใจงานในวงการบันเทิงมั้ยคะ พี่เป็นฝ่ายแคสติ้งของ BMM อยากให้น้องลองไปคุยรายละเอียดที่บริษัทดู รูปร่างหน้าตาอย่างน้อง พี่รับรองดังได้สบาย” ว่าแล้วเธอก็ยื่นนามบัตรมาทางนี้ ยิ้มกว้างมองกันไม่หยุด ฉันยิ้มตอบอย่างมีมารยาท ทว่าไม่ได้ยื่นมือไปรับแต่อย่างใด “ขอบคุณนะคะ แต่หนูคงไม่เหมาะเท่าไหร่ หนูไม่ถนัดการแสดงอะไรเลย” ฉันตอบปฏิเสธอย่างนุ่มนวลเนื่องจากเคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้วล่ะ “อย่าเพิ่งปฏิเสธสิคะ ลองไปคิดสักคืนมั้ย มีชื่อเสียงแถมได้เงินง่ายๆ สามารถเอาไปช็อปได้โดยไม่ต้องขอทางบ้านเลยน้า” เธอพยายามหว่านล้อมพร้อมกับวางนามบัตรลงบนโต๊ะด้วยรอยยิ้มหวาน มองมาด้วยสีหน้าและสายตาคาดหวัง “พี่จ๋าสวัสดีค่ะ” เสียงใสทำให้ฉันกับเรนนี่เบนสายตามองเจ้าของเสียงโดยอัตโนมัติ ฉันเผลอเม้มปากโดยพลันเมื่อเห็นหน้าคนพูดชัดเจน... ฉันจำเธอได้! เด็กสาวหน้าตาน่ารักที่เข้าไปขอไอจีกัสเมื่อเดือนก่อน คนที่ทำให้ฉันรู้สึกโหวงเหวงในท้องทุกครั้งเมื่อคิดถึงเหตุการณ์นั้นขึ้นมา “อ้าว! เดียร์ วันนี้มีงานที่นี่เหรอ” ผู้หญิงผมชมพูทักทายเธออย่างเป็นกันเอง เธอที่น่ารักคนนี้ชื่อ ‘เดียร์’ สินะ “ค่ะ เดียร์มางานเปิดตัวมือถือ กำลังทำอะไรอยู่คะ อย่าบอกนะว่าหาตัวประกอบซีรีย์เรื่องใหม่” ว่าแล้วเดียร์ก็หัวเราะคิกคัก เหลือบสายตามาทางฉันแวบนึง ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ผู้หญิงผมสีชมพูด้วยท่าทีสนิทสนม “เรานี่ชอบพูดเล่นไม่เปลี่ยน พี่กำลังหานางเอกหน้าใหม่ไปเล่นซีรีย์อยู่น่ะ ลุคน้องเค้าตรงตามคอนเซ็ปทุกอย่าง ถ้าผู้กำกับมาเห็นคงตื่นเต้นไม่แพ้พี่แน่นอน” คำตอบของผู้หญิงผมสีชมพูทำให้เดียร์ชะงักจนฉันรู้สึกได้ “อ้อ! ถ้างั้นเดียร์ไม่รบกวนพี่ดีกว่าค่ะ ไว้เจอกันที่ตึกนะคะ” ฉันไม่ได้มองตามเดียร์ที่เดินไปแล้ว ในใจเกิดคำถามขึ้นอีกครั้ง คำถามที่ฉันพยายามสลัดออกจากหัวเท่าไหร่ก็ไม่เคยหลุดในตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ‘เธอกับกัสได้คุยกันมั้ย’ ‘ความสัมพันธ์พัฒนาไปถึงไหนแล้ว’ หรือแค่ ‘ฟอลไอจีอย่างเดียว’ “ถ้าเปลี่ยนใจโทรหาพี่ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ พี่ชื่อพี่จ๋าค่ะ หวังว่าจะได้คำตอบดีๆ และได้ร่วมงานกันนะ” เสียงพูดทำให้ฉันได้สติ ส่งยิ้มให้ผู้หญิงตรงหน้าที่มองกันอย่างคาดหวังในคำตอบ “แกรู้จักดาราวัยรุ่นหน้าใหม่อย่างเดียร์ด้วยเหรอ” พอทั้งโต๊ะเหลือกันแค่สองคน เรนนี่ก็รีบซักด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เปล่า อะไรทำให้แกคิดงั้น ว่าแต่เค้าเป็นดาราเหรอ” มิน่าถึงหน้าตาน่ารัก ที่แท้ก็เป็นดารา “อื้อ! ซีรีย์เพิ่งออนแอร์ไปเมื่อต้นปี เป็นตัวเด่นแต่ยังไม่ได้บทนางเอก มีกระแสพอสมควร แปลก! ในเมื่อไม่รู้จักมาก่อน ทำไมฝ่ายนั้นถึงมองแกด้วยสายตาเหมือนมีซัมติงบางอย่าง” เรนนี่ย่นคิ้วด้วยสีหน้าคิดไม่ตก “เพราะเค้าคิดว่าฉันเป็นแฟนกัสล่ะมั้ง” ฉันบอกเสียงเรียบ ทั้งที่ในใจรู้สึกวิบไหวเมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา “หา! อะไรยังไงไหนแจง!” เรนนี่ระรัวถาม ย่นคิ้วในชั่วพริบตา ตีหน้าสงสัยอย่างสมบูรณ์แบบ ฉันถอนหายใจเล็กน้อย ถ้าได้เล่าให้เพื่อนรักฟัง... อย่างน้อยความรู้สึกอึดอัดในใจคงดีขึ้นล่ะมั้ง “ดาราคนนี้เคยเดินเข้าไปขอไอจีกัสเมื่อเดือนก่อน” ฉันบอกเบาๆ “ถามจริง! ละแกรู้ได้ไง กัสเล่าให้แกฟัง” เรนนี่ตาโตถามพลางเหลือบสายตาไปทางโต๊ะของเดียร์ก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตารอคอยคำตอบ “เปล่า” ฉันส่ายหน้าน้อยๆ “กัสไม่ได้เล่าแต่ฉันเห็นเข้าโดยบังเอิญ ดาราคนนี้ขอไอจีกัส พอกัสบอกว่ามีแฟนแล้ว เธอบอกว่าไม่วอรี่ ขอแค่ไอจีเท่านั้น” พูดไปก็เจ็บจี๊ดในอกไป นี่ฉันเป็นอะไรอีกแล้ว “กัสก็ให้ไปสินะ” เรนนี่พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริงก็ไม่ปาน “อื้อ” ฉันพยักหน้าน้อยๆ “ถึงว่าสิ แววตาของหล่อนเวลามองแกดูเชิ่ดจนรู้สึกได้ หนำซ้ำยังใช้คำพูดกดแกอีก... หาตัวประกอบอยู่เหรอ เค้าหานางเอกหน้าใหม่จ้า เหอะ! ที่แท้ก็อยากแสดงตัวให้แฟนของผู้เห็น” “แต่อันที่จริงฉันกับกัสเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้น” ฉันบอกอย่างหงอยเหงาพลางถอนหายใจยาว ใช้หลอดคนช็อกโกแลตเฟรปเป้ในแก้วไม่หยุด สับสนในความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก ฉันกับกัสเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่แฟนอย่างที่คนอื่นเข้าใจ นี่คือความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้... ก่อนหน้านี้กัสมีทั้งแฟนทั้งกิ๊กทั้งคนคุย... ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย แล้วทำไมครั้งนี้ฉันถึงรู้สึกแปลกในอกเมื่อเห็นกัสให้ไอจีดาราคนนั้นไป ทำไมกันนะ? “โอเอ็มจี! ลิลลี่!” น้ำเสียงแตกตื่นที่ดังไม่มากของเรนนี่ทำให้ฉันมองเจ้าตัว ใบหน้าน่ารักของเพื่อนปรากฎอาการตกใจเด่นชัด “หรือว่าแกชอบกัสเข้าให้แล้ว!” เรนนี่กระซิบตาโตให้ได้ยินแค่เราแต่ทำเอาฉันผงะ ก่อนจะอธิบายย้ำสิ่งที่เจ้าตัวรู้ดีกว่าคนอื่น “ชอบอะไร แกก็รู้ว่าฉันกับกัสเห็นกันมาแต่เกิด เติบโตมาด้วยกัน ฉันจะชอบกัสได้ไง ความรู้สึกของฉันที่มีต่อกัสคือเพื่อนเท่านั้นแหละ ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้หรอก” “ทำไมจะไม่ได้เล่า” เรนนี่ค้านด้วยสีหน้ามาเต็ม “ความรู้สึกคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เมื่อก่อนรู้สึกแบบเพื่อน ตอนนี้อาจชอบแบบแฟน ไม่งั้นคนมากมายบนโลกจะมีโมเม้นท์เพื่อนชอบเพื่อนได้ไงเล่า” ฉันสะดุดใจนิดนึงกับเหตุผลของเรนนี่ คนอื่นอาจเป็นไปได้ แต่ฉันเนี่ยนะจะชอบกัสแบบชายหญิง... มันยากอ่ะเพราะเราเห็นกันมาตลอด เรียกว่าเติบโตมาด้วยกันด้วยซ้ำไป รู้นิสัยของกันและกันเป็นอย่างดี “ทฤษฎีนี้อาจใช้กับคนอื่นได้แต่ต้องไม่ใช่เราสองคน เอาจริงนอกจากความเป็นเพื่อนแล้ว ฉันกับกัสยังเหมือนพี่น้องแกก็เห็น” “แต่ไม่มีน้องสาวที่ไหนทำหน้าหงอยเพียงเพราะพี่ชายต่างสายเลือดอาจคุยกับผู้หญิงบางคนนะ” “.............” ฉันทำหน้าหงอยแบบที่เพื่อนบอกจริงเหรอ หมายความว่าฉันชอบกัสงั้นเหรอ? “นี่ใช่มั้ยทำให้ช่วงที่ผ่านมาแกเหม่ออยู่บ่อยครั้ง เป็นเพราะกัสอาจมีคนคุย” ฉันนิ่งคิดก่อนจะตอบอย่างตรงไปมา “ฉันยอมรับว่าใช่” “โอเอ็มจี!” คำตอบของฉันทำเอาเรนนี่ยกมือปิดปากด้วยสีหน้าตื่นตะลึงขั้นสุด ก่อนจะเอามือลง กระซิบถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงความรู้สึกจนรู้สึกได้ “แกชอบกัสจริงสินะ” “ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าความรู้สึกนี้คืออะไร” ฉันบอกเพื่อนตามตรงหลังขบคิดมาตลอดหนึ่งเดือน “ฉันยอมรับว่ารู้สึกแปลกในอกเมื่อเห็นกัสให้ไอจีผู้หญิง แต่สาบานเลย...ไม่เคยคิดเข้าไปขวางเพราะรู้ดีว่ากัสต้องมีชีวิตของตัวเอง ที่ผ่านมากัสยอมเสียสละตัวเองหลายอย่างให้ฉันจนไม่รู้จะตอบแทนยังไง การที่กัสจะคุยกับใครหรือชอบใครมันเป็นสิทธิ์ของเจ้าตัว... ฉันไม่ควรล้ำเส้น” “อืม! ฟังที่แกพูดมา ฉันว่ามันมีความคาบเกี่ยวระหว่างความรู้สึกแบบเพื่อนกับแอบชอบอย่างแยกไม่ออก อาจเป็นเพราะพักหลังแกกับกัสคุยกันเจอกันบ่อยเพราะต้องแกล้งเป็นแฟน เป็นไปได้ที่แกอาจรู้สึกว้าเหว่เมื่อเพื่อนจะมีคนคุย” เรนนี่ถอนหายใจด้วยสีหน้าคิดไม่ตก ก่อนจะตาโตเหมือนคนคิดอะไรออกในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที “เอางี้ลองคิดตาม ทนได้มั้ยถ้ากัสขอยกเลิกสัญญาที่ให้ไว้กับแกเพื่อคบใครสักคน” นั่นสินะ! ฉันไม่เคยถามคำถามนี้กับตัวเองสักครั้ง ก่อนหน้าที่กัสจะประกาศกร้าวต่อหน้าผู้คนว่าเราเป็นแฟนกัน กัสมีคนคุยอยู่หลายคน ตอนนั้นฉันไม่มีความรู้สึกวิบไหวอะไรใดๆ ทั้งสิ้น สักนิดก็ไม่มี แต่ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะ... “ฉันตอบไม่ได้เพราะมันยังไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าถึงเวลานั้นคงมีคำตอบแน่” ฉันบอกออกไปแบบนั้น!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD