แม้คืนนี้จะมีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดย้อนหลังของฉัน แต่ลิลลี่คนนี้กลับรู้สึกไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น อันที่จริงมีปาร์ตี้เล็กๆ เฉพาะครอบครัวตั้งแต่คืนวันเกิดไปแล้วหนนึง แต่เพราะคุณพ่อคุณแม่ของกัสอยากจัดงานฉลองให้หลานสาวคนนี้ด้วย สุดสัปดาห์นี้ทั้งสองบ้านเลยมาพักผ่อนที่เขาค้อกัน
แน่นอนว่าระดับคุณลุงคุณป้าแล้ว ต้องพามาที่บ้านพักต่างอากาศที่หรูที่สุดและดีที่สุดในเขาค้อซึ่งเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจของครอบครัวของกัสนั่นล่ะ ละคือที่นี่สวยมาก มีทั้งส่วนที่เป็นโรงแรมรวมถึงพูลวิลล่า ตกแต่งด้วยสไตล์อังกฤษทั้งหมดจึงถูกจองเต็มข้ามปี แต่ถึงบรรยากาศจะดีแค่ไหน ที่พักสวยยังไงก็ไม่สามารถทำฉันหายนอยด์ได้เลย
หลังจากเป่าเค้กเรียบร้อย ฉันขอตัวขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผู้ใหญ่ก็นั่งคุยเล่นกันอยู่ชั้นล่าง พี่ไวท์ เฮียแกรนด์รวมถึงกัสแยกไปที่พูลวิลล่าอีกหลังเนื่องจากเพื่อนแกงค์เฮียแกรนด์มาเที่ยวด้วย... ก็คงเล่นเกมส์หรือดื่มตามประสาผู้ชายนั่นล่ะ ส่วนเจ้เกรซก็ชวนเพื่อนมาเที่ยวเช่นกัน ตอนนี้ก็เลยพักอยู่พูลวิลล่าอีกหลัง
ครืด! ครืด!
มือถือที่วางข้างเตียงสั่นขึ้นมาทำให้ฉันหันมองโดยอัตโนมัติก็เห็นเป็นกัสโทรมา เลยเอื้อมมือไปรับสาย
“ว่าไงกัส” ฉันกรอกเสียงลงไปตามสาย
“จะนอนยัง” กัสถามอย่างง่ายๆ
“ยัง เราอ่านนิยายอยู่ มีไรรึเปล่า”
“ลงมานั่งเป็นเพื่อนหน่อยดิ ว่าจะกินเค้กสักหน่อย” แม้จะแปลกใจกับเหตุผลที่กัสให้มา ฉันก็ตอบตกลงแต่โดยดี
“เดี๋ยวเราลงไป คอยแพร๊บ” พูดจบฉันก็วางสายก่อนจะลงมาชั้นล่างทั้งชุดนอนแขนยาว
แล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับคนที่ชวนกันลงมา กำลังนั่งเล่นมือถือบริเวณชุดรับแขกกว้างเพียงลำพัง ด้านหน้ามีแก้วไวน์ตั้งอยู่
“ไหนว่าจะกินเค้ก” พอฉันเอ่ยทัก กัสก็เงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยรอยยิ้ม
“ก็รอเจ้าของวันเกิดมาตัดให้ไง”
ฉันอมยิ้มพลางพยักหน้านิดหน่อย เดินไปตัดเค้กในตู้เย็นให้คนที่บอกว่าอยากกินทั้งที่เจ้าตัวไม่โปรดของหวานเท่าไหร่ กลับมาอีกทีก็เห็นแก้วน้ำส้มวางอยู่ข้างแก้วไวน์ กัสคงออกไปเอาที่ข้างสระให้ฉันสินะ
ฉันยื่นจานเค้กให้คนตรงหน้า บอกอย่างเล่นลิ้นว่า “เรียกเราลงมาตัดเค้กให้ต้องทานให้หมดด้วยล่ะ”
กัสหัวเราะในลำคอ เอื้อมมือมารับ “ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณสำหรับน้ำส้มเช่นกัน” ฉันบอกพลางนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับกัสที่ตอนนี้กำลังเริ่มตักเค้กเข้าปาก
“มีเรื่องอะไรรึเปล่าถึงเงียบๆ หงอยๆ กว่าปกติ” คำถามของกัสทำเอาฉันที่กำลังยกน้ำส้มขึ้นมาจิบชะงักนิดหน่อย พอเหลือบมองก็เห็นอีกฝ่ายมองกันอยู่ก่อนแล้ว
ฉันว่าฉันเก็บทุกอย่างมิดชิดแล้วนะ ทำไมถึงสังเกตเห็นอีก?
“เปล่าสักหน่อย” ฉันส่ายหน้าช้าๆ จนผมอันยาวเฟื้อยของตัวเองไหวไปมาจนรู้สึกได้
“เดี๋ยวนี้น้องสาวเฮียหัดโกหก” กัสยักคิ้วกวนทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะย่นจมูกใส่
“ได้ข่าวว่าตอนนี้เราอายุเท่ากันแล้ว”
“หึ! รอพูดคำนี้มาเก้าเดือนล่ะสิ ได้พูดละเป็นไง รู้สึกดีรึเปล่า” กัสแซวขำพลางหัวเราะในลำคอทำให้ฉันหัวเราะตามอย่างอดไม่ไหว “แล้วเป็นไร ฉลองวันเกิดตัวเองแท้ๆ แต่กลับไม่ร่าเริง เอาคำตอบจริงๆ นะ ไม่บ่ายเบี่ยงอย่างที่เป็นอยู่”
ทั้งน้ำเสียงและแววตาเป็นห่วงของคนตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกว่ากัสมองขาดอีกแล้ว ในเมื่อเข้าใจกันขนาดนี้ก็ต้องตอบตามความจริงแล้วมั้ยล่ะ ฉันถอนหายใจนิดหน่อย มองกัสด้วยสายตาสำนึกผิดและบอกสิ่งที่อยู่ในใจ
“เรารู้สึกว่าเราเห็นแก่ตัวที่ให้กัสมารับบทแฟนปลอมๆ เราไม่เคยมองในมุมของกัสเลย กัสต้องเสียอะไรหลายอย่างในชีวิต ต้องเลิกกับคนคุย ไหนจะเสียเวลามากันท่าพวกผู้ชายที่จีบเราอีก ไม่รู้สิ... มันทำให้เรารู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก เราขอโทษนะที่ลากกัสเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอโทษจริงๆ”
“ทำไมคิดงั้น” กัสย่นคิ้วเหมือนไม่เห็นด้วย “เรายินดีทำทุกอย่างเพื่อลิลลี่ เราทนไม่ได้ที่จะเห็นลิลลี่ถูกประนาม ถูกเข้าใจผิด อีกอย่างคนคุยก็แค่คนคุย ไม่มีทางพัฒนาเป็นแฟนไปได้หรอก เรื่องไอ้พวกที่มาจีบลิลลี่ก็เหมือนกัน เราเต็มใจจัดการพวกมันเอง เราไม่อยากให้ใครมายุ่งกับน้องสาวของเรา แต่ถ้าคนๆ นั้นดีจริง เรายินดีหลีกทางให้และจบบทบาทแฟนด้วยตัวเอง”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ เอาตามนี้แหละ เลิกหงอยเลิกคิดมากได้ละ เฮียยินดีและเต็มใจทำให้น้องสาวคนนี้ทุกอย่าง” กัสยิ้มกว้างพลางเอื้อมมือมาลูบหัวกันอย่างอ่อนโยน ฉันมองกัสแบบไม่คลาดสายตา ในใจรู้สึกดีมากแบบมากจริงๆ กับสิ่งที่เจ้าตัวพูดมา แต่อีกใจก็บอกให้ปล่อยผ่านไม่ได้เช่นกัน
“ถ้ากัสเกิดชอบใครขึ้นมา...”
แปล๊บ! เกิดอะไรขึ้นกับฉันกัน ทำไมจู่ๆ ถึงได้เจ็บจี๊ดในอก อาการนี้คืออะไร? ช่างเถอะ รีบพูดต่อดีกว่ากัสกำลังเลิกคิ้ว รอฟังอยู่
“...............”
“หรืออยากตกลงเป็นแฟนกับใครต้องบอกเราทันทีนะ ห้ามปิดบังกันเด็ดขาด เราจะเป็นฝ่ายบอกเพื่อนๆ เองว่าเราสองคนเลิกกันเพราะไปกันไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับผู้หญิงของกัสแน่นอน เราสัญญา”
กัสคลี่ยิ้มอ่อนโยนมองกันด้วยสีหน้าเอ็นดู เราสองคนสบตากันโดยไม่มีใครหลบ ก่อนที่เจ้าของดวงตาคู่หวานระยับจะตอบว่า “ถ้าลิลลี่ต้องการแบบนั้นก็ได้ครับ ไม่คิดมากละเนอะ... โอเค้”
สักวันกัสต้องมีแฟน ฉันทำแบบนี้คือสิ่งที่ถูกต้องแล้วล่ะ
“อื้อ” ฉันพยักหน้ารัวๆ พลางยิ้มได้ในที่สุดทำเอากัสยิ้มกว้างด้วยสีหน้าสดใส
“งั้นต้องฉลองกันหน่อย” กัสว่าพลางยักคิ้ว
“ได้เลย” ฉันเอื้อมยกแก้วขึ้นมาจ่อปากโดยไม่ทันมอง
“เฮ้ย!” กัสทำหน้าตื่น กะจะแกล้งกันเล่นล่ะสิ ไม่มีทางหลงกลหรอกค่ะ ฉันหลับตาเพราะไม่อยากเสียรู้คนตรงหน้า ยกน้ำส้มดื่มรวดเดียวจบแต่ว่าทำไมขมชะมัด ขมจนเวียนหัวไปหมด...