“ห๊ะ! อีตาเคนไปดักเจอแกที่ประตูหน้าเพื่อถามว่าฉันชอบไร” ฉันตาโตด้วยความสยองกับผู้ชายที่เข้ามาจีบ หมอนี่เป็นคนเดียวที่ตื๊อไม่หยุด โชคดีที่เด็กอินฟินิตี้ไม่สามารถขึ้นตึกเรียนของเซนต์อาเธน่าได้ ไม่งั้นฉันคงเป็นไมเกรนแบบไม่ต้องสืบอ่ะ
ขอขยายความให้ฟังนิดนึงเพื่อจะได้เข้าใจตรงกันค่ะ ถึงแม้ฉันจะเรียนคอนแวนต์ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วนก็จริง แต่เมื่อปีที่แล้วมีการรวมโรงเรียนเข้ากับอินฟินิตี้ ไฮสคูล... โรงเรียนนานาชาติสุดหรูที่ตั้งอยู่ข้างๆ เนื่องจาก ผอ. ทั้งสองแห่งแต่งงานกัน จากนั้นก็มีการทุบกำแพงเกิดขึ้น
ตอนนี้โรงเรียนของฉันก็เลยมีนักเรียนชายจากโรงเรียนนานาชาติให้เห็นเต็มไปหมด และตั้งแต่นั้นมา ชีวิตอันแสนสงบสุขของฉันก็เริ่มวุ่นวายเพราะมีผู้ชายเข้ามาจีบนั่นล่ะ เฮ้อ!
“อือ เห็นว่าอยากหาของขวัญมาให้แกในวันเกิดน่ะนะ” เรนนี่เพื่อนรักว่าพลางยกไหล่ขึ้น มองกันด้วยสายตาเห็นใจ
“แล้วแกตอบว่าไง”
“ฉันบอกไปว่าแกเพิ่งกลับจากทริปเมกา ช็อปจัดเต็มทุกสิ่งอย่างละ ไม่มีอะไรที่อยากได้ แต่หมอนั่นยังไม่ละความพยายาม ตื๊อถามอีกว่าแกชอบเค้กร้านไหนที่สุด ฉันเลยบอกว่าแกไม่ชอบทานเค้ก แต่แกชอบคุกกี้ร้าน momoiro ฉันว่าหมอนั่นคงซื้อคุกกี้มาให้แกล่ะมั้ง”
คำตอบของเรนนี่ทำเอาฉันยิ้มกว้าง ถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางยกนิ้วโป้งให้ “เยี่ยมมากค่ะซิส” คุกกี้ถือว่าราคาไม่แพง เกิดหมอนั่นซื้อให้กันจริง แล้วฉันไม่รับก็ไม่รู้สึกผิดเท่าไหร่น่ะนะ
“ของมันแน่อยู่แล้ว” เรนนี่ยิ้มหวานทำให้ใบหน้าหวานของเพื่อนรักดูสว่างไสวขึ้นเป็นกอง
“ลิลลี่!” เสียงเรียกอย่างแตกตื่นทำให้ฉันกับเรนนี่ที่เพิ่งก้าวขาเข้ามาในห้องเรียนชะงักเล็กน้อย
“มีอะไรรึเปล่ากรีน ทำไมทำหน้างั้นล่ะ” ฉันเลิกคิ้วถามยิ้มๆ เมื่อกรีนรวมถึงเพื่อนในห้องหลายคนกำลังมองมาด้วยสายตาเหมือนตื่นตะลึงอะไรทำนองนั้น
“แกมีแฟนแล้วจริงเหรอ” กรีนโพล่งถามโต้งๆ ทำเอาฉันที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ชะงักและปฏิเสธอย่างไว
“ไม่มี” ฉันส่ายหน้ารัวๆ แบบไม่กลัวหัวหลุดจากบ่า
“ถามจริง” เพื่อนคนอื่นพากันเดินเข้ามาที่โต๊ะ มองฉันด้วยสายตาค้นคว้า
“จริงเซ่ ฉันยังโสด โสดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์” ฉันยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นหน้าตาจริงจัง
“ฉันยืนยันได้ว่าลิลลี่มันโสดจริง โสดแบบไม่แกล้งอะไรทั้งนั้น” เรนนี่ที่นั่งติดกันช่วยยืนยันอีกแรงแต่สายตาเพื่อนร่วมห้องส่วนใหญ่ดันมองมาเหมือนลังเล เชื่อครึ่งไม่เชื่องั้นล่ะ
“แต่มีข่าวหลุดมาว่าแกกับกัส คีย์แกนเป็นแฟนกัน” กรีนรีบบอก “มีคนเม้าท์ว่าเจอแกกับกัสไปดูไลฟ์เทเลอร์ สวิฟด้วยกัน แถมกัสยังเป็นฝ่ายอุ้มแกตั้งแต่ต้นยันจบไลฟ์ด้วย”
“ใช่ๆ ฉันก็ได้ยินเพื่อนห้องอื่นเม้าท์งี้เหมือนกัน” พิ้งค์กี้ที่อยู่หน้าโต๊ะพยักหน้ารัวๆ ทำเอาฉันกับเรนนี่สบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย
ขนาดไปเที่ยวอีกซีกโลกยังมีคนเห็นจนได้... โลกกลมไปมั้ย
“ถ้าเรื่องไปดูไลฟ์กับกัสน่ะเรื่องจริง แต่เราสองคนไม่ใช่แฟน เราเป็นเพื่อนกัน” ฉันตอบตามตรงทำเอาเพื่อนในห้องฮือฮายิ่งกว่าเดิม
“ถามจริง! แกกับกัสเป็นเพื่อนกัน? ไม่ใช่เพื่อนแบบที่ดาราตอบคำถามสื่อใช่มะ”
“ไม่ช่าย เพื่อนที่เป็นเพื่อนเลย” ฉันย้ำชัดๆ อีกรอบ “แม่ของฉันกับแม่ของกัสเป็นเพื่อนสนิทกัน เราสองคนรู้จักกันตั้งแต่เกิด ไม่ใช่แฟนอะไรทั้งนั้น เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันจริงๆ”
“เหลือเชื่อชะมัด” เพื่อนบางคนเชื่อ บางคนมีสีหน้าคลางแคลงใจ ฉันเลยตัดสินใจล้วงมือถือออกมาเปิดรูปที่ถ่ายเมื่อวันงานแต่งน้าบัวให้ทุกคนดู มีทั้งครอบครัวกัส ครอบครัวฉัน เจ้าบ่าวเจ้าสาวร่วมเฟรมเดียวกัน รวมถึงรูปฉัน พี่ไวท์ เฮียแกรนด์ เจ้เกรซและกัสร่วมเฟรมกันด้วย
“ครอบครัวแกกับครอบครัวกัสรู้จักกันจริงด้วย!” เพื่อนๆ ตาโตร้องอย่างตื่นเต้นเล่นเอาฉันกับเรนนี่หลุดขำ
“ก็ใช่ไง ลิลลี่มันรู้จักกัสตั้งแต่เกิดแล้ว” เรนนี่รีบบอก
“แกกับกัสเป็นเพื่อนกัน! กัสที่โคตรหล่อพรีเมียมคนนั้นน่ะนะ” ทั้งหน้าตาตื่นเต้น ทั้งน้ำเสียงหวีดร้องของเพื่อนรอบโต๊ะทำเอาฉันกลั้นขำไม่ไหว
ก็อย่างที่เคยเล่าไปแล้ว... สาวๆ โรงเรียนฉันหวีดและชาบูในความหน้าตาดีของกัสหนักมาก ไม่แปลกที่จะตื่นตะลึงเมื่อรู้ว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกันน่ะนะ
“แกโคตรของโคตรโชคดีเลยอ่ะลิลลี่ มีเพื่อนหล่อระดับลูกรักพระเจ้า ว่าแต่แกไม่สปาร์กกันบ้างเหรอ”
“เราสองคนเป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า จะสปาร์กได้ไงเล่า” ฉันส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม
จะว่าไปพอคิดถึงกัสแล้วอดขำไม่ได้ ตอนไปดูไลฟ์ฉันบอกให้ปล่อยลงก็ไม่ยอม บอกอุ้มไหว ตัวเบาอย่างกับนุ่นแค่นี้สบายมาก แต่พอตื่นมาอีกวันเฮียเค้าดันปวดแขนซะงั้น
เป็นไงล่ะ... นุ่นหนักสี่สิบกิโลทำเฮียกัสยกแขนแทบไม่ไหว
แต่จะว่าไปก็ต้องขอบคุณในความน่ารักของกัสอ่ะเนอะ พยายามสุดความสามารถเพื่อจะให้ความฝันของฉันเป็นจริง ทั้งร้อนทั้งคนเยอะก็ไม่บ่น แถมยังต้องออกแรงอุ้มฉันตั้งแต่ต้นไลฟ์ยันจบไลฟ์... เฮียกัสก็แข็งแรงเหมือนกันนะว่าไม่ได้ ฮ่าๆๆ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
วันนี้เป็นวันเกิดของฉันแถมที่โรงเรียนไม่มีการเรียนการสอนด้วย เย้!
ขอเล่าให้ฟังอย่างง่ายๆ นะคะ อินฟินิตี้ไฮสคูลเป็นโรงเรียนอินเตอร์ที่มีโรงเรียนในเครืออีกสองแห่งคือแอชเชอร์และคีย์แกน โรงเรียนทั้งสามแห่งจะผลัดเปลี่ยนกันจัดงานโรงเรียนขึ้นในแต่ละปี นักเรียนในเครือเดียวกันสามารถเข้าร่วมงานได้ ปีนี้คีย์แกนเป็นเจ้าภาพ แน่นอนว่าเซนต์อาเธน่าที่เพิ่งรวมกับอินฟินิตี้ก็ได้สิทธิ์เข้าร่วมงานโดยปริยาย
จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เข้ามาในโรงเรียนของกัส หรูหราโอ่โถงไม่ต่างจากอินฟินิตี้เลยแฮะ
“แกทานไรมายัง” เรนนี่ที่เพิ่งให้ของขวัญวันเกิดฉันสดๆ ร้อนๆ หันมาถาม เราสองคนนัดเจอกันที่คาเฟ่ตรงข้ามคีย์แกน ก่อนจะเดินข้ามถนนเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ด้วยกัน
“เช้านี้ในท้องฉันมีแค่โกโก้เย็นอย่างเดียวเพียวๆ เลย” ฉันตอบอย่างติดตลกทำให้เพื่อนรักหัวเราะออกมา
“ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เราไปหาอะไรทานก่อนมั้ย เสร็จแล้วค่อยเดินงานเพื่อรับแสตมป์”
แสตมป์ที่เรนนี่พูดถึงก็คือตราประทับจากชมรมต่างๆ ค่ะ ทางโรงเรียนอยากให้นักเรียนเข้าร่วมงานกันทุกคนก็เลยฟิกซ์ให้สะสมตราประทับอย่างน้อยห้าแห่ง แถมพรุ่งนี้ยังต้องนำไปส่งอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นหลักฐานว่าได้เข้าร่วมงานจริง ไม่ได้โดดแต่อย่างใด
“เอาดิ ว่าแต่โรงอาหารอยู่ไหนก่อน” ฉันว่าพลางหมุนคอซ้ายขวา ทว่าดันทำให้นักเรียนชายที่อยู่แถวนี้แตกตื่นซะงั้น
“น้องลิลลี่นี่หว่า!”
“เชี่ย! โคตรน่ารัก ใช่คนจริงรึเปล่าวะ”
“กูเข้าไปขอไอจีดีกว่า” ระหว่างที่นักเรียนชายหลายคนทำท่าจะพุ่งเข้ามาทางนี้ โชคดีที่กลุ่มของพี่เซอร์ไพรส์เดินมาพอดี (รุ่นพี่ในโรงเรียนของฉันเองค่ะ) แน่นอนว่าความน่ารัก ความสวยของพี่ๆ ทั้ง 5 คนเรียกสายตาจากผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดีทำให้คนเลิกสนใจฉันไปโดยปริยาย ฟู่ว!
“เซอร์ไพรส์เว้ย! เชี่ย! เด็กคอนแวนต์มีแต่นางฟ้าทั้งนั้น”
“ไปทางโน้นกันดีกว่า” เรนนี่ชี้มั่วๆ ซึ่งฉันพยักหน้าเห็นด้วย นาทีนี้หลบได้ต้องหลบสิคะ
เราสองคนเดินมาตามทางแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอโรงอาหารเพราะโรงเรียนแห่งนี้กว้างมาก ป้ายเป้ยไม่มีบอกสักอย่าง แถมคนก็เยอะด้วยเพราะนักเรียนทั้ง 4 แห่งมารวมตัวที่นี่ที่เดียว
“เดี๋ยวฉันโทรถามกัสละกัน” ฉันบอกอย่างยอมแพ้ คนก็มอง โรงอาหารก็หาไม่เจอ วันนี้จะได้ทานข้าวมั้ย ตอบ!
“ดีเลย” เพื่อนรักหน้าหวานที่คบกันมาตั้งแต่เกรด 1 พยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ
ฉันล้วงมือถือออกมาต่อสายหากัส รอไม่นานก็ได้ยินเสียงลอดมา “แฮปปี้เบิร์ดเดย์น้องสาวของเฮีย มีความสุขมากๆ นะครับ”
ฉันอมยิ้มในคำอวยพรของอีกฝ่ายที่ไม่ว่าเมื่อไหร่กัสก็จำวันเกิดของฉันได้เสมอ แต่มิวายถือคอนเซ็ปเดิมคืออยากเป็นพี่ตลอดๆ
“ขอบคุณค่ะเฮียที่น่ารักของน้อง” ฉันเล่นลิ้นกลับไปทำเอากัสหัวเราะมาตามสาย
“วันนี้มาคีย์แกนรึเปล่า”
“มาสิ ถึงแล้วด้วยแต่ว้าวุ่นเล็กน้อย” ฉันตอบอย่างติดขำ
“ยังไง มีไอ้เห็บหมาเข้ามายุ่ง” กัสถามด้วยน้ำเสียงเดือดนิดหน่อยทำให้ฉันรีบแก้ต่างอย่างไว
“เปล่า เราหาโรงอาหารไม่เจอน่ะ อยู่ตรงไหนเหรอ นี่เดินหากับเรนนี่ตั้งนานแล้วเนี่ย”
“นึกว่ามีใครมายุ่งจะได้จัดการ ละตอนนี้ลิลลี่อยู่ไหน”
“เราอยู่ตรงน้ำพุใหญ่ๆ อ่ะ ตรงข้ามเป็นตึกสูงอะไรสักอย่างนึง” ฉันตอบพลางสำรวจรอบตัวไปด้วย
“นั่นห้องสมุด เดินตรงมาเรื่อยๆ จะเจอมินิมาร์ทที่หัวมุม จากนั้นก็เลี้ยวขวาก็เจอโรงอาหารละ”
“ขอบคุณมากค่ะเฮีย”
กัสหัวเราะในลำคอก่อนที่เราจะวางสายจากกัน