ลิลลี่คลี่ยิ้มก่อนจะหุบยิ้มด้วยสีหน้ากังวลเหมือนมีอะไรในใจ ถามกันด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “แล้วถ้าคนคุยของกัสรู้เข้าจะไม่เป็นไรเหรอ”
“ก็ช่างดิ” ผมยักไหล่อย่างไม่แคร์ “ลิลลี่เป็นทั้งเพื่อน ทั้งน้องสาวคนสำคัญ เราไม่มีทางปล่อยให้นอนคนเดียวในขณะที่ผู้ชายพร้อมกระโจนเข้าหาทุกเมื่อหรอกน่า”
“นี่ก็ไซโคเกิ๊น ใครเค้าจะกล้าทำแบบนั้นกัน” ลิลลี่ย่นจมูกด้วยสีหน้าไม่เชื่อ คงคิดว่าผมอำเล่นล่ะสิ
“ตอนกลับเข้ารีสอร์ท เราได้ยินไอ้เดือนนิเทศกับเดือนรัฐศาตร์คุยกันว่าจะมาเคาะห้องนี้” ผมบอกไปตามตรง
“ถามจริง!” คนตัวเล็กตาโต สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นตกใจแบบปิดไม่มิด ก็คงกลัวนั่นแหละ
“ก็จริงดิ ไม่กลัวเหรอถ้าต้องนอนคนเดียว มีเรื่องไรขึ้นมาไม่มีใครช่วยนะ” ได้ทีผมรีบไซโค
ไอ้ห่าสองตัวนั่นคงไม่เหี้ยขนาดทำไรผู้หญิงหรอก แต่ถ้าไม่พูดงี้ลิลลี่อาจไม่ยอมให้ค้างห้องด้วย
ผมรู้นิสัยกันดี... ลิลลี่คงคิดให้เปิดห้องพักใหม่ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่จะให้ผมทิ้งคนที่กำลังนั่งกังวลอยู่ปลายเตียงผมทำไม่ได้! ถึงรีสอร์ทแห่งนี้จะมีชื่อ ระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับดี แต่ครั้นจะปล่อยให้เด็กผู้หญิงนอนเพียงลำพังก็ใช่เรื่อง เกิดมีไฟไหม้หรือเหตุร้ายขึ้นมา... ผมต้องปกป้องน้องสาวคนสำคัญได้ทันการ!!
“งั้นคืนนี้กัสนอนห้องนี้นะ เรากลัว” ลิลลี่ขยับตัวไปมาด้วยสีหน้าร้อนรน
“ก็ต้องงั้นดิ เราไม่ปล่อยให้ไอ้สองคนนั้นเข้าใกล้ลิลลี่ได้หรอกน่า คืนนี้เรานอนโซฟาเอง” ผมบิดยิ้มยักคิ้วให้ลิลลี่อย่างกวนๆ
“ขอบคุณที่ไม่ทิ้งเรา ว่าแต่นอนโซฟาได้แน่นะ ท่าทางขายาวๆ ของกัสคงเหลือออกมาเยอะ” ลิลลี่ถอนหายใจถามด้วยสีหน้ากังวล คงกลัวผมจะลำบากนั่นล่ะ แต่ผมมันผู้ชายไง เรื่องแค่นี้สบายมากคืนเดียวเอง
“ได้ดิ แค่นี้เอง สบายมาก” ผมยิ้มเพราะอยากให้ลิลลี่เลิกกังวล
“แล้ว... ดาราคนนั้นจะโอเคเหรอที่กัสต้องมาค้างกับหญิงอื่นสองต่อสอง” ถามคำถามเดิมอีกรอบแสดงว่ากังวลมากจริงๆ
“สำหรับเราลิลลี่ไม่ใช่คนอื่นแต่เป็นคนสำคัญในชีวิต วิต้าอยู่ในฐานะคนคุย ถ้าไม่เข้าใจคงคุยต่อไม่ได้” ผมจ้องเข้าไปในดวงตาคู่กลมโตที่มีแววกังวลแบบปิดไม่มิด บอกด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะอยากให้คนตัวเล็กรู้ว่าผมพูดจริง
ลิลลี่ชะงักไปพักนึงก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา “ขอบคุณนะ งั้นกัสไปอาบน้ำเถอะ นี่สี่ทุ่มกว่าแล้ว พรุ่งนี้รุ่นพี่นัดแปดโมงที่ห้องอาหารด้วย”
“เฮียรู้แล้วน่า” ผมยิ้มมุมปาก หยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำ ออกมาอีกทีลิลลี่นอนห่มผ้าอยู่บนเตียงถือไอแพตไว้ในมือ สายตาจดจ่อกับหน้าจอเหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง
“อ่านนิยาย?” ผมทักพลางใช้ผ้าเช็ดหัวไปด้วย
“อื้อ” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาจากไอแพตเพื่อยิ้มให้กัน “ไม่ใช้ไดร์ล่ะ”
“ขี้เกียจ ผมเราสั้นเดี๋ยวก็แห้ง” ผมยกไหล่ ลิลลี่พยักหน้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำ... คงแปรงฟันมั้ง
ไม่นานคนตัวเล็กก็ออกมาจดจ้องที่หน้าจออีกรอบ ปล่อยให้ผมทำอะไรไป พอตากผ้าเช็ดตัวเรียบร้อย ผมหยิบมือถือแล้วล้มตัวลงนอนบนโซฟาเพื่อจะเล่นเกมส์
“เอ่อ กัสขึ้นมานอนบนเตียงก็ได้นะ ดูดิ ขายื่นออกมาเยอะมาก ลำบากแย่” ลิลลี่เอ่ยปากอนุญาต สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“แน่ใจ?” ผมเลิกคิ้วถามเพื่อความชัวร์
“แน่ใจสิ” ลิลลี่พยักหน้าหงึกหงัก “กัสมาอยู่เป็นเพื่อนเรา จะให้เราเห็นแก่ตัวนอนสบายคนเดียวบนเตียงได้ไง ปล่อยให้ผู้มีพระคุณลำบากคือแย่ไม่ไหว” ว่าแล้วก็หยีตาลงทำให้ผมคลี่ยิ้มด้วยความเอ็นดู ตั้งแต่เล็กจนโตลิลลี่ห่วงใยคนรอบข้างเสมอ เป็นไงเป็นงั้นไม่เคยเปลี่ยน!
“งั้นขออนุญาตครับ” ว่าแล้วผมขยับตัวขึ้นมาอีกฟากของเตียง ก่อนจะถามอย่างนึกได้ “ไฟสว่างไปมั้ย”
“เปิดแค่ไฟหรี่บนหัวเตียงได้ป่ะ” ถามพลางพยักหน้าไปยังไฟบนหัวเตียง
“เอาดิ” ผมยักคิ้ว
ลิลลี่จัดการเปลี่ยนไฟ จากที่สว่างโร่ทั้งห้องกลายเป็นไฟสีส้มที่อยู่หัวเตียงแค่ดวงเดียว เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีก ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ พอหันมาอีกทีลิลลี่หลับไปแล้ว เสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอทำให้ผมยิ้มออก
ผมวางมือถือลงบนที่นอน อดไม่ได้ที่จะมองหน้าคนตัวเล็กอีกฟากของเตียงอย่างพินิจพิเคราะห์ ดวงหน้าหวานกำลังหลับตาพริ้มเหมือนเด็กนอนฝันดี ขนตาเป็นแพโคตรยาว คิ้วเรียวรับจมูกโด่งเล็กๆ ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูสด หน้าขาวใสอมชมพู ใสจนเห็นเลือดฝาด... น้องสาวตัวเล็กของผมโตขนาดนี้แล้วเหรอวะ? เพราะน่ารักแบบนี้ไง ไอ้พวกห่าทั้งหลายเลยเข้ามาจีบไม่หวาดไม่ไหว เหอะ!
“อื้อ” ลิลลี่ที่หลับสนิทขยับแขนมาพาดบนตัวทำเอาผมคลี่ยิ้มด้วยความเอ็นดู
หึ! ฝันเรื่องไรถึงดิ้นไปมา เอาจริง! ผมไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวทำอีกฝ่ายตื่น ได้แต่นอนมองลิลลี่นิ่งๆ
น่ารักว่ะ ลิลลี่น่ารักมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ น่ารักจนผมอยากจะ
จุ๊บ! รู้ตัวอีกทีผมยื่นหน้าเข้าจูบแก้มนุ่มของอีกฝ่ายอย่างอดใจไม่ไหว
“อื้อ” ลิลลี่ดิ้นยุกยิกทำให้ผมรีบขยับตัวออกห่าง ใจแทบหยุดเต้น
ฉิบหายละไอ้กัส! มึงแอบหอมแก้มลิลลี่!
เชี่ย! มึงทำลงไปได้ไง นี่คนที่มึงรักเหมือนน้องสาว คนที่เห็นกันมาแต่เกิด คนที่เติบโตมาด้วยกัน คนที่มึงอยากปกป้อง แต่มึงดันล่วงเกินน้อง!!
ละใจที่แม่งบีบอัดยิ่งกว่าลงแข่งฟุตบอลเต็มแมชท์นี่อะไรอีก? มึงไม่เคยเกิดอาการนี้กับสาวคนไหน ขนาดครั้งแรกกับแฟนคนแรก... ใจยังไม่เต้นแรงขนาดนี้!
เดี๋ยว! ไอ้อาการนี้เคยเกิดขึ้นครั้งนึงตอนปากของผมจูบเข้ากับปากลิลลี่เมื่อเราทั้งคู่อยู่เกรด 10 นี่หว่า! แต่ครั้งนั้นเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่เมื่อกี้ผมเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปหาลิลลี่ด้วยตัวเอง
ผมไม่เคยมองลิลลี่ในฐานะผู้หญิง ถึงใครต่อใครจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคนตัวเล็กที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงสวยมาก สำหรับผมแล้ว... ลิลลี่เป็นทั้งเพื่อนทั้งน้องสาวคนสำคัญ แต่เวลานี้ผมดันเสือกใจเต้นแรงกับคนที่อยู่ในฐานะน้องมาโดยตลอด แถมยังล้ำเส้นถึงขั้นหอมแก้มขาวอมชมพูนั่นอีก ดีเท่าไหร่แล้วที่ลิลลี่ไม่รู้สึกตัว ไม่งั้นความเชื่อใจที่ลิลลี่มีให้ผมคงหมดลง หรือแย่ยิ่งกว่านั้นเราสองคนอาจมองหน้ากันไม่ติดอีกเลย!
กูเป็นห่านอะไรของกูเนี่ยะ! ยื่นปากเข้าไปหอมลิลลี่ทำไม?
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของผมไม่หยุด ถ้าไอ้เทมส์ ไอ้เจมส์ ไอ้กัสรู้เข้า... มีหวังพวกมันคงหัวเราะใส่หน้า ไอ้สามตัวนั้นยิ่งชอบล้อว่าผมรู้สึกกับลิลลี่มากเกินกว่าเพื่อน
ผมล้ำเส้นความเป็นพี่น้องได้ไงวะ... อะไรเข้าสิงกู!!