NEW YORK
ฉันปรบมือด้วยสีหน้าชื่นบาน มองเจ้าสาวแสนสวยกำลังโดนเจ้าบ่าวผมทองจุมพิตหลังจากบาทหลวงประกาศต่อหน้าแขกผู้มีเกียรตินับร้อยว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันอย่างเป็นทางการ พอเหลือบสายตามองเพื่อนเจ้าสาวซึ่งก็คือคุณแม่ของฉันและคุณป้าวดีก็อดคลี่ยิ้มกว้างในความน่ารักของท่านทั้งสองไม่ได้ คุณแม่และคุณป้ากำลังพากันเช็ดน้ำตาด้วยความตื้นตันเมื่อเพื่อนสนิทอีกคนอย่างน้าบัวเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วนั่นเอง
“น้าบัวสวยมาก” เสียงใสๆ ของคนที่ยืนปรบอยู่ข้างกันทำให้ฉันเบนสายตาจากคุณแม่มายังเจ้เกรซซึ่งเป็นลูกสาวคนกลางของคุณป้าวดี พี่สาวคนสวยกำลังยิ้มกว้างด้วยสีหน้าแช่มชื่น
“ยิ่งอยู่ในชุดขาว น้าบัวสวยเหมือนนางฟ้าลงมาจากสวรรค์เลยเนอะเจ้” ฉันกระซิบเบาๆ ทำให้เจ้เกรซหันมาพยักหน้ารัวๆ ให้น้องสาวคนนี้
“อื้อ! ถ้ามีใครบอกว่าผู้หญิงอายุ 40 อัพแก่ เจ้จะเถียงขาดใจเลย ดูน้าบัวของเราสิ... ทั้งสาวทั้งสวยถึงขนาดเจ้าบ่าวยิ้มไม่หุบอ่ะ”
ฉันอมยิ้มพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่เราสองคนจะช่วยกันโปรยกลีบดอกไม้เมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังจะเดินผ่าน
คุณแม่ของฉัน คุณป้าวดีและน้าบัวเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย พอเรียนจบปุ๊บคุณป้าวดีก็แต่งงานปั๊บ ในปีเดียวกันนั้นคุณแม่ก็แต่งงานกับคุณพ่อเช่นกัน เหลือเพียงน้าบัวคนเดียวที่ครองตัวโสด เป็น working woman ย้ายมาอยู่นิวยอร์กเมื่อสิบปีก่อน ได้ทำงานในบริษัทใหญ่ยักษ์ที่ใครต่อใครต่างก็ต้องร้องอ๋อเมื่อได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม
จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว น้าบัวในวัย 42 ปีโทรมาบอกข่าวดีว่าได้ตอบตกลงแต่งงานกับ CEO หนุ่มโสดเจ้าของบริษัทที่ทำงานอยู่ อยากให้คุณแม่ของฉันและคุณป้าวดีมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว รวมถึงชวนสามีของเพื่อนสนิทและหลานๆ อย่างฉัน พี่ไวท์ เฮียแกรนด์ เจ้เกรซ และกัสมาร่วมงานด้วย
เป็นโชคดีที่เด็กๆ อย่างพวกเราอยู่ในช่วงปิดเทอม ก็เลยได้มีโอกาสมาร่วมยินดีในงานแต่งสุดอลังการสมฐานะเจ้าบ่าวซึ่งเป็นลูกชายตระกูลดังติดอันดับหนึ่งในสามของเกาะแมนฮัตตันเลยทีเดียว
แน่นอนว่าเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการทางศาสนาก็ถึงเวลาร่วมฉลอง
“มีไร มองหน้าจอแล้วถอนใจไม่หยุด” น้ำเสียงห่วงใยของคนที่นั่งทานอะไรข้างกันทำให้ฉันหันมอง “กัส” ลูกชายคนเล็กของคุณป้าวดี หรืออีกนัยหนึ่งคือเพื่อนสนิทของฉันเองค่ะ
เชื่อมั้ยคะ สาวๆ โรงเรียนคอนแวนต์ของฉันคลั่งไคล้ในความหล่อตี๋พรีเมียมของกัสรวมไปถึงกลุ่มเพื่อนสนิทของคนตรงหน้าอย่างเทมส์ เดย์และเจมส์เป็นอย่างมาก มีก็แต่ฉันที่ดันรู้สึกเฉยๆ ซะงั้น... อาจเป็นเพราะฉันกับกัสเติบโตมาอย่างพี่น้องล่ะมั้ง ความรู้สึกกิ๊กกั๊กแบบชายหญิงเลยไม่มีในพจนานุกรมของเราทั้งคู่
“เปล่าสักหน่อย” ฉันส่ายหน้า บอกตัวเองให้เลิกคิดได้แล้ว ถึงยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่มีทางอนุญาตอยู่ดี เฮ้อ!
“เดี๋ยวนี้รู้จักโกหกกันละ” น้ำเสียงเย้าแหย่ทำให้ฉันหันขวับมองคนพูด ก็เห็นกัสกำลังยักคิ้วให้ด้วยสีหน้ารู้ทัน... ก็ได้ๆ
“เราอยากไปดูไลฟ์เปิดอัลบั้มใหม่ของเทเลอร์ แต่ถึงขอไปคุณพ่อคุณแม่คงไม่อนุญาตอยู่ดี” ฉันตอบตามตรงพร้อมกับถอนหายใจยาว
ลูกสาววัย 16 ขอไปดูไลฟ์เพียงลำพังในต่างประเทศ มองจากดาวอังคารลงมายังรู้เลยว่าต้องโดนห้าม เพราะงั้นเรื่องนี้พับเก็บใส่กระเป๋าไปเถอะลิลลี่! อย่าคิดถึงมันให้อยากมากไปกว่าเดิมจะดีกว่า
“ที่ไหน?” กัสถามพลางยกน้ำส้มขึ้นมาจิบ มองกันด้วยแววตาและท่าทางสนใจ
“เซ็นทรัลปาร์ค ปกติต้องซื้อตั๋วล่วงหน้า แต่เพื่อนในห้องคุยกันในไลน์กรุ๊ปว่ารอบนี้รายการ Good morning America ให้เข้าฟรี เพื่อนที่มาเมกาช่วงนี้ไปดูกันหลายคนเลย ส่วนเราคงอดไปตามระเบียบ” ฉันบอกอย่างหงอยเหงา
อันที่จริงฉันตั้งใจจะชวนเจ้เกรซไปด้วยกัน แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก ก็ดันได้ยินเจ้เกรซคุยกับพี่ไวท์และเฮียแกรนด์ว่าวันมะรืนจะไปช็อปปิ้งกับเพื่อนสนิทที่มานิวยอร์กพอดี... อดแบบไม่ต้องสืบอ่ะ ฮือ!
“เมื่อไหร่”
“ถามเหมือนสนใจงั้นแหละ” ฉันเลิกคิ้วใส่ทำเอากัสยิ้มมุมปาก
“ไม่ได้สนใจไลฟ์หรอก แต่สนใจจะไปส่งน้องสาวคนนี้ต่างหาก”
“ถามจริง!” ฉันตาโตถามเสียงหลงทำเอาเฮียแกรนด์ เจ้เกรซและพี่ไวท์หันมามองแวบนึงก่อนจะหันไปคุยกันต่อ กัสยิ้มพลางเอื้อมมือมาโยกหัวกันเบาๆ ด้วยสีหน้าเอ็นดู
“เราเคยโกหกลิลลี่เหรอ”
“ถ้ากัสไปด้วยยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็อนุญาตอ่ะ!” ฉันยิ้มกว้างบอกอย่างตื่นเต้นแต่พอคิดอะไรออกก็หน้าหงอยลง “แต่กัสไม่อินเพลงป๊อบ ไปด้วยไม่เบื่อแย่เหรอ เราไม่อยากเห็นกัสยืนเซ็งท่ามกลางผู้คน อย่าเลยดีกว่า” ฉันบอกอย่างตัดใจ คือตัวเองสนุกอยู่คนเดียวแต่เพื่อนที่ไปด้วยเบื่อก็ไม่ไหวป่ะ สงสารเพื่อนอ่ะ
“ไปได้” กัสบอกด้วยน้ำเสียงใจดี “เราชอบดูหนังแอ็คชั่นยังไปดูหนังรักกับลิลลี่ในโรงได้เลย นี่ก็เหมือนกัน เราไปดูเทเลอร์กับลิลลี่ได้สบาย”
คำตอบของกัสทำเอาฉันยิ้มกว้างในชั่ววินาที มองคนตรงหน้าด้วยแววตาระยิบระยับก่อนจะถามอย่างเกรงใจเมื่อนึกความจริงบางอย่างออก “แต่คนเยอะนะ กัสเบียดคนไหวรึเปล่า”
“ดูคอนในเทศกาลดนตรีคนเป็นแสนกับพวกไอ้เจมส์ยังเบียดมาแล้วเลย ไม่ต้องคิดมากน่า เราเต็มใจไปส่งลิลลี่ ซื้อประสบการณ์ไง ไม่ได้หาได้ทุกวัน” กัสยิ้มพลางยักคิ้วรัวๆ พนันได้เลยว่าสาวคอนแวนต์มาเห็นภาพนี้ต้องกรี๊ดไม่หยุด กรี๊ดได้ยินไปสามห้างแปดห้าง
“ถ้ากัสโอเคเราก็โอเค แต่เรามีเรื่องขอร้องอีกนิดนึง” ฉันว่าพลางหยีตาลง กัสหัวเราะด้วยสีหน้ารู้ทัน
“ให้เราไปขอน้าเกตุ” น้าเกตุคือคุณแม่ของฉันเองค่ะ
“สมละที่รู้จักเรามาแต่เกิด” ฉันยิ้มประจบ ยังไม่ทันเอ่ยปากกัสก็มองทะลุกันทุกอย่าง
“แล้วไลฟ์มีเมื่อไหร่ เราจะได้บอกน้าเกตุถูก”
“วันมะรืนเพคะ เห็นว่าเริ่มตอนแปดโมงเช้า” ฉันรีบบอกข้อมูลที่ทราบมาโดยไม่ต้องให้กัสถามซ้ำอีกครั้ง
“ดีล เดี๋ยวเราขอน้าเกตุให้เอง” กัสบอกอย่างง่ายๆ แต่ทำเอาฉันยิ้มกว้างปากจะฉีกถึงหู
ในที่สุดฉันจะได้เห็นเทเลอร์ตัวเป็นๆ สักที เยส!
“น่ารักที่สุดเพื่อนรักของเค้า” ฉันชมจากใจจริง
“พูดผิดนะเราน่ะ ต้องพูดว่าไง” กัสท้วงขึ้นมาทำเอาฉันรีบแก้ต่างทันที
“เฮียกัสของลิลลี่น่ารักที่สุดในโลกเลย” ฉันรีบบอกอย่างออดอ้อน ยกมือใหญ่ของคนตรงหน้าขึ้นมาเขย่าทำเอาเจ้าของมือหัวเราะออกมา
กัสก็งี้แหละ เกิดก่อนกันแค่ 9 เดือนกลับอยากเป็นพี่ชายของลิลลี่คนนี้ให้ได้ แต่ในเมื่อจะไปดูไลฟ์เป็นเพื่อนแถมยังขอคุณแม่ให้อีก... ฉันยินดียอมเรียกเฮียกัสจากใจเลย!!
นิยายเริ่มตั้งแต่มัธยม ปูให้รู้ว่าทำไมลิลลี่ถึงชอบกัสทั้งที่เห็นกันมาแต่เกิด ช่วงมัธยมมีไม่เยอะค่ะ จากนั้นก็เข้ามหาลัยแล้ว
มินจะลงวันละตอนถึงสองตอนนะคะ ไม่รงรัวๆ เหมือนพี่เทมส์เน้อ ฝากติดตามด้วยน้า