ออร่ามากกว่าเพื่อน 🤭

2109 Words
“...ลี่ ลิลลี่” “หือ!” ฉันที่กำลังจมอยู่ในความคิด หันขวับมองกัสก็เห็นร่างสูงกำลังย่นคิ้วด้วยสีหน้าแปลกใจ “เหม่อไร เรียกหลายรอบละ” “อ๋อ! กำลังคิดว่าจะทานไรดีน่ะ” ฉันด้นสดแก้ตัวพลางยิ้มแหยแต่ทำเอากัสเลิกคิ้วยิ้มมุมปาก มองกันด้วยแววตาเอ็นดู ก็อย่างที่รู้กัน... กัสเห็นฉันเป็นแค่น้องสาวจะมองอย่างรักใคร่ได้ไงเล่า ชีวิตนี้ก็ได้เท่านี้แหละ “ไหนว่าก๋วยจั๊บคณะนี้อร่อยก็เลยมา สรุปไม่กินละ” กัสดักคอถาม “ก๋วยจั๊บก็อยากทานอยู่ แต่อันอื่นก็น่าอร่อยไง” ฉันบอกพลางกวาดสายตาไปตามร้านข้าว อืม! ข้าวขาหมูน่าสนใช่ย่อยแฮะ คนต่อเยอะ...ดูท่าทางจะอร่อย อุ๊ย! เกี๊ยวหมูสับของคนที่เพิ่งเดินสวนไปก็น่าทาน “เลือกได้ยัง ทานไรคร้าบ” น้ำเสียงขบขันของกัสทำให้ฉันหันมองเจ้าตัว พอเห็นรอยยิ้มสว่างไสวบนใบหน้าหล่อเหลา ใจดวงน้อยของฉันก็เต้นตึกตัก... ตึกตัก “ก็ยัง” ฉันส่ายหน้าไปมา “เหมือนเดิมตั้งแต่เด็กจนโต มา! เดี๋ยวเฮียเลือกให้” “หึ” ฉันทำหน้ามู่ทู่ใส่กัสทันทีเมื่ออีกฝ่ายแทนตัวเองว่าเฮีย เกิดก่อนแค่ 9 เดือนแต่ดันอยากเป็นพี่มาแต่ไหนแต่ไร แล้วดูเถอะ... โตจนป่านนี้ความคิดยังไม่เปลี่ยน! “ดูทำหน้า” กัสหัวเราะก่อนจะจับข้อศอกฉันอย่างเบาบาง พามาต่อแถวที่ร้านข้าวขาหมู “ทำไมเลือกร้านนี้อ่ะ” ฉันถามด้วยความสงสัยระหว่างอยู่ในแถว ส่วนกัสอยู่นอกแถวแต่เราสองคนยืนข้างกัน “ก่อนเปิดเทอมใครบ่นอยากทาน” กัสเลิกคิ้วถาม “จำได้ด้วย” ฉันอุบอิบซ่อนยิ้มด้วยความดีใจ ไม่นึกว่าที่คุยเล่นกันเรื่อยเปื่อยในไลน์คนที่ยืนข้างกันจะจำได้ “ทำไมจะจำไม่ได้ เราจำทุกอย่างที่ลิลลี่เคยพูดได้หมดนั่นล่ะ” “นอกจากหล่อมากแล้วยังมีความใส่ใจแฟนอีก... น่ารักอ่ะแก” “มากกก” เสียงซุบซิบแบบเก็บอาการไม่อยู่ของสาวๆ ที่ต่อแถวด้านหลังทำให้ฉันแกล้งทำตาปริบๆ ทั้งที่ในใจโคตรเห็นด้วย ใช่! ฉันชอบกัสเพราะความใจดี ความน่ารักที่มีให้กันเสมอ หาใช่หน้าตาหล่อเหลาราวเทพบุตร หรือฐานะร่ำรวยมากขนาดใช้สิบชาติก็ไม่มีทางหมด หรืออยู่ในตระกูลดังแต่อย่างใด “ทำไมทำหน้างั้น ไม่เห็นด้วยที่สาวชมเรา” กัสยักคิ้วกระซิบถามด้วยสีหน้ากวน “เปล๊า!” ฉันแกล้งปฏิเสธเสียงสูงทำเอากัสยิ้มมุมปากเหมือนจะขำ “ว่าแต่ทานไรมายังอ่ะ” ฉันถามอย่างนึกได้ “เรียบร้อย ไอ้เจมส์มันลากไปหลัง ม. ตั้งแต่สิบโมงครึ่งละ” แม้จะเข้ามหาลัยแล้ว แต่กัส เทมส์ เจมส์ และเดย์ยังเรียนคณะเดียวกัน แถมแต่ละคนก็เติบโตขึ้นมาอย่างดี หน้าตาหล่อเหลากว่าสมัยไฮสคูลมากโข ยิ่งวันปฐมนิเทศยิ่งไม่ต้องพูดถึง สาวๆ ต่างหวีดในความหล่อไม่หยุด ถึงขั้นมีข่าวลือออกมาว่าปีนี้ไม่ใครก็ใครใน 4 หนุ่มนี้ต้องได้เป็นเดือนมหาลัย! “เรายังไม่เคยไปแถวหลัง ม. เลย มีร้านน่าสนใจเยอะป่ะ” ฉันชวนคุยเรื่อยเปื่อย “เยอะมั้งแต่มีร้านนึงที่ลิลลี่น่าจะชอบ” กัสว่ายิ้มๆ แต่แววตาขบขันจนไม่น่าไว้ใจ “ร้านไร” ฉันถามด้วยความสงสัย “คุกกี้” “คุกกี้?” ฉันย่นคิ้วอย่างแปลกใจ ทำไมฉันต้องชอบคุกกี้ด้วย “อื้อ! คุกกี้ร้าน momoiro” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะออกมา “กัส!” ฉันเรียกคนตรงหน้าอย่างเคืองๆ เมื่อโดนล้อเรื่องคุกกี้ที่พยายามลืมมาตลอด “เอ้าจริง! ร้านนั้นมีสาขาที่หลัง ม.” “นิสัย” ฉันทำแก้มอมลมให้รู้ว่างอนเมื่ออีกฝ่ายแหย่เรื่องนี้ กัสพยายามหยุดหัวเราะแต่แววตายังขำไม่หาย ฮึ! เรื่องบ้าบอทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน มีหนุ่มอินฟินิตี้ตามจีบฉันขั้นสุด หมอนั่นแอบถามเรนนี่ว่าฉันชอบขนมร้านไหนเป็นพิเศษ เรนนี่ตอบว่าคุกกี้จากร้าน momoiro แล้วเรื่องก็เกิดในวันวาเลนไทน์ หมอนั่นเหมาคุกกี้จากร้านนั้นทั้งหมดเอามาให้ฉันที่หน้าโรงเรียน พอฉันไม่ยอมรับก็เล่นบ้า ถือโทรโข่งประกาศบอกรักต่อหน้านักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมา ที่แย่กว่านั้นดันมีคนอัดคลิปแล้วส่งกระจายไปทั่ว... บอกเลยว่าโคตรอาย อายมาก! “เอาอะไรดีลูก โห! ทำไมหนูสวยอย่างนี้ เป็นดารารึเปล่าลูก” พอถึงคิวฉัน ป้าเจ้าของร้านถึงกับตกใจเมื่อเห็นหน้ากันชัดๆ “ข้าวขาหมูเนื้อหนังใส่ไข่ ไม่ใส่ผัก ข้าวนิดเดียวครับ” กัสที่ยืนข้างกันเป็นคนตอบแทน กัสกำลังง้อฉันทางอ้อมอยู่ ละคือง้อสำเร็จด้วยนะ รัวๆ บอกสิ่งที่ฉันต้องการได้ครบถ้วนทุกสิ่งอย่าง “นี่ก็หล่อ สมกันมากลูกเอ๊ย” ป้าอมยิ้มเมื่อเห็นหน้ากัส ก่อนจะทำออเดอร์ได้ถูกต้องในเวลาไม่ถึง 30 วินาที “เท่าไหร่คะ” ยังไม่ทันที่ฉันจะเปิดกระเป๋าตังค์ กัสก็ยื่นแบงค์ร้อยให้ป้าเจ้าของร้าน แถมรับจานข้าวไปถือไว้ในมือ “หกสิบบาทลูก” ป้ารับเงินแล้วทอนคืนให้กัส เราสองคนเดินออกจากแถว แน่นอนว่ายังเรียกเสียงหวีดจากสาวๆ ได้เหมือนเดิมเมื่อร่างสูงที่ยืนข้างกันเป็นฝ่ายถือจานให้ “ขอบคุณนะที่เลี้ยงข้าวเราอีกแล้ว” “เล็กน้อยน่า เอาน้ำไรมั้ย” “ไม่เอาดีกว่า เรามีน้ำมะพร้าวปั่นละ” ฉันส่ายหน้าพลางยิ้ม “มา! เดี๋ยวเราถือเอง” “เฮียถือให้น้องน่ะดีละ” กัสบิดยิ้มเมื่อได้แทนตัวเองว่าเฮีย พยักเพยิดให้ฉันเดินนำ ส่วนเขาเดินตาม พอถึงโต๊ะ สายตาของเมเม่ พิชชี่และชมพูดูอึ้งมากเมื่อเห็นกัสถือจานข้าวให้ฉันอยู่ “ทุกคนนี่กัส... กัสนี่เมเม่ พิชชี่แล้วก็ชมพู” ฉันแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันอย่างง่ายๆ พลางนั่งลง ในเวลาเดียวกันเทมส์ที่เพิ่งกดวางมือถือก็พูดขึ้นมา “รุ่นพี่เรียกพบ” “ตอนนี้?” กัสเลิกคิ้วทำหน้าเซ็งในชั่ววินาที “เออ! ไอ้เจมส์เพิ่งโทรมา” เทมส์ที่ทำหน้าเซ็งไม่ต่างกันลุกขึ้นยืน “มีเรื่องอะไรอีกวะ” “เรื่องเดิม” “ยังไม่จบอีกเหรอวะ” กัสพ่นลมหายใจด้วยสีหน้าเบื่อขั้นสุด... อย่าบอกนะว่าโดนหาเรื่อง!! “มีไรกันรึเปล่า” ฉันถามด้วยความเป็นห่วง “รุ่นพี่จะให้พวกเรา ไม่คนใดก็คนนึงลงประกวดเดือน” กัสบอกด้วยสีหน้าเหมือนอยากลาโลกทำเอาฉันกับเรนนี่หันหน้าขวับเข้าหากัน “ยิ้มไร” กัสหรี่ตาเมื่อเห็นฉันกับเรนนี่กำลังกลั้นขำ “เปล่าสักหน่อย” ฉันยกไหล่ด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่อยากหัวเราะออกมาแทบแย่ คิดสภาพพวกกัสคนใดคนนึงประกวดเดือนคงขำพิลึก “ถ้าโดนลงดาวบ้างจะขำให้” กัสว่าเหมือนคาดโทษ “ไม่โดนหรอก ไม่เห็นรุ่นพี่คนไหนติดต่อหรือไฟท์บังคับเลย” ฉันยิ้มหวานด้วยความมั่นใจก่อนจะตัดบทเมื่อคิดได้ว่าคณะวิศวะที่กัสเรียนอยู่บทลงโทษค่อนข้างโหดกว่าคณะอื่น “รีบไปเถอะ ขืนช้าเดี๋ยวรุ่นพี่ลงโทษเอาได้” “รู้แล้วคร้าบ! แล้วถ้าใครเข้ามาวอแวโทรมาล่ะ เดี๋ยวจัดการให้” ประโยคท้ายกัสบอกด้วยสีหน้าจริงจัง “อื้อ” ฉันพยักหน้าอย่างแข็งขัน กัสยิ้มด้วยสีหน้าพึงพอใจแถมยังส่งยิ้มเลยมาถึงเพื่อนฉันทุกคน ส่วนเทมส์ก็เหมือนเดิม ทำหน้านิ่ง ยักคิ้วให้น้อยๆ ก่อนที่สองหนุ่มจะเดินออกโรงอาหารไป “แฟนแกเหรอลิลลี่ หล่อมากกกก!” ทั้งเมเม่ พิชชี่ ชมพูโพล่งถามพร้อมกันแถมคำถามเดียวกันซะงั้น “ไม่ใช่แฟน” ฉันยิ้มพลางส่ายหน้าน้อยๆ “พวกเราเพื่อนกันก็ปิดบังเหรอ” เมเม่ตาโตถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ “ไม่ได้ปิดบัง ไม่ใช่แฟนจริงๆ” ฉันชูสามนิ้ว สาบานว่าพูดจริง “แล้วทำไมมีถือจานให้ ไหนจะคุยกันงุ้งงิ้งแถมดูเป็นห่วงมากนั่นอีก” พิชชี่ตั้งข้อสังเกต “มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน” เรนนี่ที่รู้เรื่องดีกว่าใครอธิบายเชิงกระเซ้าทำเอาสามคนที่เหลือทำหน้าตะลึง “คนคุย!!” ชมพูตาโตถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น “เปล่า เพื่อนสนิท เพื่อนกันตั้งแต่เกิดเลย แม่ของเราสองคนเป็นเพื่อนรักกันน่ะ” ฉันคลี่ยิ้มพลางใช้ช้อนตัดไข่ไปด้วย “ถ้างั้นกัสคนนี้คือหนุ่มที่มารับแกเมื่อวาน” ชมพูถามเหมือนนึกออก “อ่าฮะ” ฉันพยักหน้าขึ้นลงพลางตักไข่ใส่ปากเป็นอันดับแรก “เพื่อนจริงอ่ะ” เมเม่หรี่ตาเหมือนจ้องจับผิดอะไรทำนองนั้น “เพื่อนจริงๆ ... สาบานเลย” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ไอ้เราก็นึกว่าแฟน รู้ป่ะ ตอนแกกับกัสเดินมา โคตรสมกันเลย” พิชชี่ว่าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังทำเอาฉันอมยิ้ม ก็อยากเป็นอยู่หรอกแฟน ติดอย่างเดียวเป็นเพื่อนกันมาตลอด “พวกแกคิดว่าลิลลี่กับกัสดูสมกันเหรอ” เรนนี่ตาโตถามสามสาวด้วยใบหน้าตื่นเต้น “ที่สุดค่ะ ถ้าไม่บอกเพื่อนยังไงนี่ก็ว่าแฟน มองจากดาวพลูโตลงมากัสเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากผู้ของลิลลี่ป่ะ” ชมพูไซโคไม่หยุด “นี่ก็คิดงั้น ฉันว่าแกกับกัสดูมีออร่ามากกว่าเพื่อน” เมเม่เอียงคอว่า “ดูใส่ใจ ดูเป็นห่วงเกินกว่าเพื่อนปกติมีให้กัน จริงๆ นะ!” “ไม่หรอก เราสองคนเป็นเพื่อนกันจริงๆ” ฉันบอกเสียงหนักแน่น สั่งห้ามไม่ให้ตัวเองตื่นเต้นมากไปกับคำพูดของทุกคน “อ่ะๆ เพื่อนก็เพื่อน แต่ในอนาคตฉันว่าแกกับกัสได้เป็นแฟนกันแน่ นี่ว่ามองไม่พลาด!” พิชชี่ยกน้ำขึ้นมาดูดบอกด้วยสีหน้าและน้ำเสียงมั่นใจมาก “แล้วอนาคตของแกกับพี่เคนโด้ล่ะเป็นไง” ฉันแซวกลับทำเอาเพื่อนค้อนใส่ เรียกเสียงหัวเราะจากบนโต๊ะได้เป็นอย่างดี “ถามนิ้ดนึงสิลิลลี่ เทมส์ล่ะมีแฟนยัง” เมเม่ถามด้วยดวงตาเป็นประกายทำเอาฉันกับเรนนี่เหลือบมองกันแล้วหัวเราะ ก็นะ... เทมส์หล่อเกินต้านขนาดนั้น สาวไหนเห็นเป็นต้องหลงป่ะ “เท่าที่รู้ก็ยังนะ แต่สาวในสต็อคน่าจะเกินสาม” ฉันตอบตามตรงทำเอาเมเม่และชมพูย่นคอลง “เจ้าชู้ขนาดนั้นเลย แต่ก็นะ หล่อระดับลูกรักพระเจ้าขนาดนั้นมีสิทธิ์เลือกอ่ะเนอะ” ชมพูหยีตาว่าอย่างเข้าใจอยู่ในที “ยังไงดี พูดไปจะหาว่าแก้ตัวแทนเพื่อน แต่เทมส์ไม่เคยจีบใครก่อน มีแต่ผู้หญิงพุ่งเข้าหาไม่หวาดไม่ไหว ที่สำคัญเทมส์บอกทุกคนว่าตอนนี้คุยกับใครบ้าง” “แล้วผู้หญิงก็ยอม!!” เมเม่โพล่งถามหน้าตาแตกตื่น “ยอมดิ คงหวังมัดใจเทมส์น่ะแหละ ในเมื่อรายนั้นอยู่ในตระกูลดัง รวยมากเว่อร์แถมเบ้าหน้าปังเกินต้าน” เรนนี่ผู้รู้สถานการณ์ดีพอกับฉันให้ความกระจ่างกับสองสาว “ก็มีจริงเนอะผู้หญิงที่ยอมเป็นตัวเลือก แต่ถ้าเป็นฉัน... ไม่ได้เป็นคนคนเดียวไม่เอาหรอก ขออยู่เป็นโสดดีกว่า” เมเม่ว่าอย่างจริงจัง “นี่ก็ว่างั้น” ชมพูระรัวพยักหน้าเห็นด้วย “แอบชอบฝ่ายเดียวอย่างฉันยังดีซะกว่า อย่างน้อยก็มีศักดิ์ศรี ไม่ได้เป็นตัวเลือกของใคร” พิชชี่ว่าพลางหันไปมองทางพี่เคนโด้ตาไม่กะพริบ “แล้วถ้าเค้าคนนั้นมีแฟนแล้วล่ะ” ชมพูถาม “ก็แค่มองอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น ไม่ได้หวังครอบครอง ขอแค่เห็นเค้าในสายตาก็มีความสุขแล้ว กฎการแอบชอบก็มีเท่านี้แหละ” รู้ตัวอีกทีฉันก็เผลอบอกสิ่งที่อยู่ในใจออกไป “เฮ้ย! แกแอบชอบใครป่ะเนี่ย!” เมเม่ตาโตโพล่งถามด้วยสีหน้าตื่นตะลึงก่อนจะส่ายหน้าอย่างไว “ไม่หรอก สวยขนาดแกไม่น่าแอบชอบใครได้ บอกรักใครไปเค้าต้องรับรัก ไม่มีทางอยู่ในโหมดหลงรักแน่!” “แฮ่!” ฉันยิ้มเจื่อนโดยไม่พูดอะไร ใครบอกล่ะ เรื่องแอบรักฉันรู้จักดีเลย รู้จักจนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนานหลายปีแล้วด้วยซ้ำ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD