ลิลลี่คือผู้หญิงของฉัน

1423 Words
ฉันกับเรนนี่เดินคุยเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเจอเพื่อนในห้องที่หน้ามินิมาร์ท จากนั้นพวกเรากลุ่มใหญ่ก็เดินมายังโรงอาหารพร้อมกัน แน่นอนว่าคนโคตรเยอะ แบบเยอะมากกก “โต๊ะนั้นกำลังจะว่าง” เคธี่ตาไวกว่าเพื่อนชี้ไปยังโต๊ะทางซ้ายมือซึ่งมีคนกำลังจะลุกพอดี พวกเรารีบรุดเข้ามานั่งทันทีแบบไม่ให้เสียเวลา “พวกแกไปซื้อข้าวก่อนเลย เดี๋ยวฉันเฝ้าโต๊ะให้เอง” “แกอยู่คนเดียวได้แน่นะ ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” เรนนี่บอกพลางกวาดสายตาไปทั่วทำให้รู้ว่านักเรียนที่ใส่เครื่องแบบต่างจากพวกเรากำลังมองมาทางนี้ บางทีก็อดคิดไม่ได้... ฉันเป็นตัวประหลาดในสายตาคนอื่นรึเปล่า ทำไมชอบมองกันจัง เฮ้อ! “สบายมาก เดี๋ยวฉันเล่นมุกเดิม” ฉันยักคิ้วแล้วล้วงมือถือออกมา เรนนี่ยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ มุกเดิมที่ว่าคือถ้ามีใครเข้ามาทัก ฉันจะบอกว่าคุยไลน์กับแฟนอยู่ แฟนไม่ชอบให้คุยกับผู้ชายคนอื่น... เป็นวิธีปฏิเสธทางอ้อมที่คลาสสิคสุดละ “โอเค เดี๋ยวฉันมา” ฉันขยิบตาให้เรนนี่ก่อนจะก้มหน้าเล่นมือถือ แต่หลังจากเข้าไอจีได้ไม่ถึงสามนาทีก็มีบางอย่างวางบนโต๊ะ ฉันเหลือบมองโดยอัตโนมัติเห็นเป็นถุงแบรนด์ดังสีเขียวใบใหญ่อยู่ตรงหน้า “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ครับลิลลี่ ของขวัญจากใจของผม หวังว่าลิลลี่จะชอบ” ฉันเลื่อนสายตามองคนพูดที่อยู่หัวโต๊ะก็เห็นเป็นบอส เด็กอินฟินิตี้ที่ตามจีบฉันตั้งแต่เทอมที่แล้ว แน่นอนว่ามีเสียงฮือฮารอบตัวดังขึ้นกว่าเดิม พนันได้เลยว่าผู้คนกำลังมองมาทางนี้อย่างสนใจ “ขอบคุณนะสำหรับคำอวยพร แต่เราคงรับไว้ไม่...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบก็มีเสียงแหลมแทรกขึ้นมาเสียก่อน “นี่มันอะไรกันคะบอส!” ขวับ! ฉันหันไปทางต้นเสียง เห็นเด็กสาวหน้าตาดีในชุดเครื่องแบบของแอชเชอร์กำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยใบหน้ากรุ่นโกรธ “ลัลลา ไหนว่าวันนี้ไม่มาไง” บอสมีสีหน้าเลิ่กลั่กขึ้นมาในชั่ววินาที “เพราะลัลลาบอกว่าไม่มาไงคะ ถึงจับได้คาหนังคาเขาว่าบอสซื้อของให้หญิงอื่น นังนี่ใช่มั้ยคะที่ทำให้บอสไม่มีเวลาว่างให้ลัลลา นังนี่ใช่มั้ยทำให้บอสใช้เงินแต่ละเดือนมากกว่าครึ่งแสน!” หา! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ชี้มาทางฉันทำไมก่อน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่างเถอะ! “ใจเย็นก่อน ไม่เห็นเหรอว่าคนมอง” “มองก็มองไปสิ เค้าจะได้รู้กันว่านังนี่มันแย่งแฟนชาวบ้าน” ว่าแล้วก็หันมากระแทกเสียงใส่ฉันด้วยสีหน้าโมโห นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันไม่เคยแย่งแฟนใคร ทำไมต้องโดนกล่าวหาแบบนี้ด้วย! “โอ๊ย!” หมับ! ฉันร้องด้วยความเจ็บปวดปนตกใจเมื่อผู้หญิงตรงหน้าเข้ามากระชากแขนอย่างแรงจนฉันกระเด้งตัวขึ้นยืนเพราะกลัวแขนติดมือเธอไปด้วย ไม่คิดเลยว่าจะอุกอาจขนาดนี้ “ลัลลาปล่อยลิลลี่” บอสที่ไม่กล้าสบสายตาฉันพยายามห้ามแต่ไม่เป็นผล “บอสอย่ามายุ่ง! วันนี้ลัลลาจะจัดการนังนี่ด้วยตัวเอง!” ว่าแล้วผู้หญิงขี้หึงก็ปล่อยมือออกจากแขนฉัน หันไปผลักแฟนตัวเองจนอีกฝ่ายเซชนกับโต๊ะ ก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาวาวโรจน์ “หน้าด้าน ไม่มีปัญญาหาแฟนรึไง ถึงต้องมาแย่งแฟนคนอื่น!” “แกได้ยินมั้ย ลิลลี่แย่งแฟนชาวบ้าน” “สวยซะเปล่าแต่ดันสิ้นคิด” เสียงวิจารณ์รอบตัวทำให้ฉันเหลียวมองรอบตัวอย่างอึกอัก เห็นผู้คนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้หญิงมองมาด้วยแววตาสมเพชปนรังเกียจ “หลีก!” ฉันได้ยินเสียงตะโกนแว่วมาจากอีกทางจึงหันไปมองแต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับตะโกนดังลั่นจนฉันต้องหันมองเธออีกครั้ง “ไม่ต้องทำเป็นสนใจทางอื่น ทำไม? แค่นี้ทนฟังความจริงไม่ได้ นังหน้าไม่อาย” “เราไม่เคยแย่งแฟนใคร” ฉันโต้ตอบด้วยเสียงนิ่งๆ ทั้งที่ในใจโคตรเฟล นี่มันวันเกิดฉันแท้ๆ ทำไมต้องโดนกล่าวหาทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริงด้วย ทำไมต้องตกเป็นจำเลยสังคมทั้งที่ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม... ทำไม “อย่ามาทำตัวอินโนเซนท์หน่อยเลยน่า! ฉันสืบมาแล้วว่าบอสโอนเงินให้คนคนนึงทุกเดือน ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร อ้อ! นี่คงหลอกเอาเงินแฟนฉันไปทำหน้าใหม่ล่ะสิ นังศัลยกรรม!” ผู้หญิงตรงหน้ากล่าวหาฉันอย่างเผ็ดร้อน สิ่งที่ออกมาจากปากเธอไม่ใช่ความจริงสักเรื่องเดียว “ได้ยินรึเปล่า ลิลลี่หลอกเอาเงินผู้” “คอสเพลย์เป็นเด็กเสี่ยสินะ” “ถ้างั้นหน้าสวยๆ นี่ก็ไม่ได้สวยธรรมชาติน่ะสิ ปิดเทอมที่ผ่านมาคงไปอัพหน้ามาใหม่แน่ เหอะ!” “ผู้หญิงอะไรน่ารังเกียจชะมัด” เสียงวิจารณ์รอบข้างที่ดังเข้ามาไม่หยุดทำเอาฉันอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ถึงแม้มันจะไม่ใช่ความจริง แต่การโดนคนเป็นร้อยซุบซิบต่อหน้าต่อตาไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจได้ “เราไม่เคยได้รับเงินจากแฟนเธอ” ฉันโต้ตอบเสียงนิ่งเพราะต้องการสู้ให้ตัวเอง “ตอแหล!” เฮือก! วินาทีนี้ฉันสะดุ้งอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะโดนตะคอกด้วยถ้วยคำที่รุนแรงเพียงนี้ “เหอะ! แสดงเก่งที่หนึ่ง ทำมาเป็นสะดุ้งเรียกคะแนนสงสาร ที่บ้านหล่อนไม่มีคนอบรมสั่งสอนรึไงยะถึงได้ปล่อยให้ลูกสาวหลอกเอาเงินผู้ชายน่ะ!” วินาทีนี้ฉันตัวสั่นขึ้นมา น้ำตาเริ่มคลอเบ้า จะด่าจะวิจารณ์ฉันยังไงก็พูดไปแต่ครอบครัวของฉันไม่เกี่ยว คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงฉันมาอย่างดีที่สุด ไม่เคยสอนให้หลอกเอาเงินใคร สักครั้งก็ไม่เคย ท่านทั้งสองไม่ควรโดนลากมาเกี่ยวด้วย “ถ้าเปย์ของแพง ลิลลี่ก็ยอมออกเดทกับกูดิวะ” “ของมันแน่อยู่แล้ว สวยขนาดนี้เท่าไหร่กูก็ยอมจ่าย” จากตอนแรกมีเพียงแค่เสียงวิจารณ์จากผู้หญิง ทว่าตอนนี้กลับมีผู้ชายเพิ่มเข้ามาด้วย นี่ฉันกลายเป็นคนที่ซื้อได้ด้วยเงินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ถึงบอกให้ตัวเองเข้มแข็ง แต่ทุกอย่างที่กระทบเข้ามาไม่หยุด รุนแรงเกินกว่าจะรับไหว... “ครอบครัวของเราไม่เกี่ยวกับเรื่อง...” “ทำไมจะไม่เกี่ยว ถ้าพ่อแม่หล่อนรู้จักสั่งสอนหล่อนบ้าง หล่อนจะหน้าด้านแย่งแฟนชาวบ้านงั้นเรอะ!” “เงียบ!” เสียงตะโกนลั่นที่ดังไปทั่วบริเวณทำให้ทุกคนในที่นี้หันมอง มีก็แต่ฉันคนเดียวที่ยืนนิ่ง กำมือแน่นสุดชีวิตทว่ากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อยเพราะเรื่องที่เจออยู่เจ็บยิ่งกว่า... อย่าร้องลิลลี่! จะให้พวกคนที่ดูถูกเหยียดหยามวิจารณ์เธอเห็นน้ำตาของเธอไม่ได้ ฉันสั่งตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่มันจะไม่ไหวแล้ว... น้ำตาแห่งความเจ็บปวดที่โดนสาดเสียเทเสียแบบไม่มีพักกำลังจะรินไหลลงมา หมับ! เฮือก! ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีใครบางคนพยายามดึงร่างเข้าไปกอดจากทางด้านหลัง “ปล่อยนะ!” ฉันดิ้นไปมา ขืนตัวหนีสุดกำลังทว่ามือใหญ่ดันจับไว้แน่น ไม่มีทีท่าปล่อยแต่อย่างใด นี่มันแย่มากเลยนะ นอกจากจะโดนประณามโดนวิจารณ์แล้ว ยังโดนใครก็ไม่รู้ลวนลามอีก “ใจเย็น เราเอง” น้ำเสียงคุ้นเคยทำเอาฉันหยุดนิ่ง พอเงยหน้าแล้วเห็นเป็นกัสก็แทบจะปล่อยโฮ กัสดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้งพลางลูบหัวลูบหลังอย่างอ่อนโยน วินาทีนี้ฉันรู้สึกว่าอ้อมกอดของเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันอบอุ่นที่สุดเลย... “เดี๋ยวจัดการให้” เสียงกระซิบละมุนที่ข้างหูทำให้ฉันเผลอสะอื้นออกมาทั้งที่ใบหน้ายังอยู่บริเวณอกกว้างของกัส “กัสก็โดนแม่นี่หลอกเหมือนกันเหรอ!” “หลอกบ้าอะไร คนที่เธอตะโกนด่าปาวๆ คือแฟนฉันต่างหาก ได้ยินมั้ยลิลลี่เป็นแฟนของฉัน! เป็นผู้หญิงของฉัน!” กัสตะโกนดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณทำให้ทุกอย่างเงียบลงในชั่วพริบตา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD