เกมที่เกือบรุกฆาต

1378 Words
แสงอาทิตย์ยามเย็นทอแสงเป็นสีส้มอิฐอาบไล้ไปทั่วลานจอดรถของบริษัท จัสมินยืนรอรถอยู่หน้าทางเข้าตึก เธอในชุดเดรสสีครีมเข้ารูปขับผิวให้ดูผุดผ่อง แม้จะเป็นชุดทำงานแต่คัตติ้งที่แนบเนื้อก็อดไม่ได้ที่จะดึงดูดสายตาชายหนุ่มที่ผ่านไปมา ทว่าวันนี้ไม่มีรถสปอร์ตคันหรูของหนุ่มสต๊อกคนไหนมารอรับ เพราะเธอได้ประกาศกร้าวไว้แล้วว่าจะ ‘เคลียร์ทาง’ เพื่อพิชิตใจเจ้านายหนุ่ม เสียงเครื่องยนต์คันคุ้นเคยแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท รักษ์ในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่พับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกดูทะมัดทะแมงและดึงดูดใจมากกว่าตอนสวมสูทเต็มยศเป็นไหนๆ เขาเลื่อนกระจกไฟฟ้าลง สายตาคมกริบมองหญิงสาวที่ยืนรออยู่อย่างอดไม่ได้ “ยังไม่กลับอีกเหรอครับ? รถเมล์สายที่ผ่านหน้าบ้านคุณ... ป่านนี้ก็น่าจะเลิกวิ่งแล้วนะ” รักษ์เอ่ยถามด้วยความสุภาพตามประสาเจ้านายที่ไม่ได้นิ่งดูดาย จัสมินหันมาสบตาเขา รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เตรียมไว้ก็ถูกนำมาใช้ทันที “จัสมินรอรถแท็กซี่น่ะค่ะบอส แต่ดูเหมือนจะหายากจัง คงเป็นเพราะฝนทำท่าจะตกด้วยมั้งคะ” รักษ์มองท้องฟ้าที่เริ่มครึ้มด้วยเมฆฝน ก่อนจะตัดสินใจเปิดล็อกประตู “ขึ้นมาเถอะครับ ผมจะไปรับเรนนี่ที่โรงเรียนพอดี เดี๋ยวเลยไปส่งคุณที่บ้าน” จัสมินไม่รอช้าที่จะคว้าโอกาสทอง เธอเปิดประตูแล้วหย่อนกายลงนั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับทันที กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายวัย 35 ปี ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโชยเข้าจมูกของเธอ มันไม่ใช่กลิ่นฉุนกึกเหมือนน้ำหอมราคาแพงของบรรดาหนุ่มในสต๊อก แต่มันคือกลิ่นของความสะอาด อบอุ่น และความมั่นคง... กลิ่นของคนที่เธออยากจะครอบครอง เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากบริษัท จัสมินก็เริ่ม ‘แผนรุก’ ที่เตรียมไว้ทันที เธอแกล้งขยับตัวเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอจึงเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วรถหรู “บอสคะ... จัสมินแปลกใจจัง ทำไมวันนี้บอสถึงใจดีกับจัสมินจังเลยล่ะคะ?” เธอเอ่ยถามเสียงหวานหู พลางใช้สายตาเหลือบมองเขาอย่างมีความหมาย “ปกติบอสดูเหมือนจะไม่อยากให้จัสมินเข้าใกล้ห้องทำงานเลยด้วยซ้ำ” รักษ์ยังคงจดจ้องอยู่บนท้องถนน “ผมก็แค่ทำตามมนุษยธรรมครับ เห็นลูกน้องยืนรอรถท่ามกลางฝนที่กำลังจะตก ก็แค่นั้น” จัสมินหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เธอโน้มตัวเข้าหาเขาเล็กน้อยในจังหวะที่รถจอดติดไฟแดง “มนุษยธรรม... หรือว่าจริงๆ แล้วบอสเองก็ ‘แอบหวั่นไหว’ เวลาไม่มีจัสมินคอยวุ่นวายที่ออฟฟิศกันแน่คะ?” มือเรียวสวยของจัสมินค่อยๆ วางลงบนคอนโซลกลางที่อยู่ระหว่างพวกเขา นิ้วเรียวเคาะจังหวะเบาๆ ราวกับจะล้อเลียนหัวใจของเขา “พื้นที่ข้างๆ บอสตรงนี้... ปกติถ้าไม่ใช่เรนนี่ ก็น่าจะมีคนอยากมานั่งแทนที่เยอะเลยนะคะ แต่จัสมินสงสัยจังว่า ‘ที่ว่าง’ ของบอสน่ะ... มันยังเหลือที่ให้ใครคนอื่นได้เข้าไป ‘สำรวจ’ บ้างไหมคะ?” คำพูดสองแง่สองง่ามที่แฝงไปด้วยความปรารถนาทำให้รักษ์เกร็งตัวขึ้นเล็กน้อย เขาขยับแว่นสายตาที่ไม่มีอยู่จริงตามความเคยชิน พยายามรักษามาดนิ่ง “คุณจัสมินครับ... ผมว่าเราควรคุยเรื่องงานกันจะดีกว่านะครับ เรื่อง ‘ที่ว่าง’ อะไรนั่น ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจผิดไปไกลแล้ว” จัสมินไม่ลดละ เธอยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนแขนของเธอเกือบจะสัมผัสกับไหล่กว้างของเขา “คนซื่อๆ แบบบอสนี่น่าแกล้งจังเลยนะคะ... รู้ไหมคะว่าเวลาบอสทำหน้าเคร่งขรึมพยายามไล่จัสมินแบบนี้ มันยิ่งทำให้จัสมินอยากรู้จริงๆ ว่า ถ้าได้ลอง ‘รุก’ ให้บอสไม่มีทางหนี... บอสจะยังรักษามาดนิ่งๆ แบบนี้ได้อีกนานแค่ไหนกัน?” อากาศในรถดูเหมือนจะเบาบางลง รักษ์หันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธ แต่มันมีความ ‘สับสน’ วูบผ่านขึ้นมา ซึ่งนั่นทำให้จัสมินมั่นใจว่าระบบเสน่ห์ของเธอเริ่มทำงานแล้ว ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้หยอดคำหวานที่เร่าร้อนกว่าเดิม รถก็มาจอดเทียบหน้าโรงเรียนพิเศษของเรนนี่พอดี “ถึงแล้วครับ” รักษ์รีบพูดตัดบทเหมือนคนกำลังหนีตาย ก่อนจะเปิดประตูรถออกไปรับลูกสาว จัสมินถอนหายใจยาวพลางสบถเบาๆ ในใจ ‘เกือบแล้วเชียว... อีกนิดเดียวก็จะละลายอยู่แล้วแท้ๆ’ เธอปรับสีหน้าและท่าทางให้กลับมาเป็นปกติในทันที ไม่กี่อึดใจ ร่างเล็กๆ ของเรนนี่ก็กระโดดขึ้นมาบนเบาะหลังด้วยความร่าเริง “คุณพ่อขา! วันนี้ที่โรงเรียนมีนิทานเรื่องดอกมะลิด้วยค่ะ!” รักษ์ที่นั่งประจำที่คนขับส่งยิ้มให้ลูกสาว บรรยากาศภายในรถเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความตึงเครียดจากคำยั่วยวนของจัสมินถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่น “จริงเหรอครับเรนนี่? สงสัยวันนี้เราต้องคุยกันเรื่องดอกมะลิยาวเลยนะเนี่ย” รักษ์พูดพลางหันไปหยิบขวดน้ำส่งให้ลูกสาว “ใช่ค่ะ! พี่จัสมินคะ... ที่บ้านคุณพ่อมีต้นมะลิซ้อนด้วยนะคะ หอมมากๆ เลย พี่จัสมินต้องชอบแน่ๆ” เรนนี่พูดเจื้อยแจ้วด้วยความไร้เดียงสา จัสมินหันกลับไปยิ้มให้เรนนี่ที่เบาะหลังอย่างอ่อนโยน “จริงเหรอคะเรนนี่? พี่อยากเห็นจังเลยค่ะ วันไหนถ้ามีโอกาส พี่ต้องขอไปชมบ้างแล้วล่ะ” “ได้เลยค่ะ! เดี๋ยวให้คุณพ่อพาไป... เนอะคุณพ่อเนอะ?” เรนนี่หันไปเขย่าแขนพ่อ รักษ์ยิ้มขำ “ครับๆ เดี๋ยวไว้ค่อยว่ากันนะเรนนี่ ตอนนี้เราตั้งใจฟังนิทานที่ลูกจะเล่าก่อนดีกว่า” ตลอดการเดินทางหลังจากนั้น บทสนทนาในรถกลายเป็นเรื่องของเรนนี่เป็นหลัก ทั้งเรื่องการเรียน เรื่องเพื่อน และเรื่องที่โรงเรียนกำลังจะจัดงานเทศกาล จัสมินทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี คอยถามคอยตอบเรนนี่ด้วยความเอ็นดูที่เธอก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีให้เด็กคนไหนได้มากขนาดนี้ รักษ์เองก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น เขาลอบมองกระจกหลังและกระจกข้างสลับกัน เห็นภาพของจัสมินที่ดูอ่อนโยนเวลาคุยกับลูกสาวของเขา ความรู้สึกอคติที่ว่าเธอเป็นพนักงานสาวเจ้าชู้เริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัย... ว่าตัวตนจริงๆ ของหญิงสาวคนนี้คือแบบไหนกันแน่ จนกระทั่งรถมาจอดที่หน้าบ้านของจัสมิน “ขอบคุณมากนะคะบอส สำหรับการเดินทางในวันนี้... และขอบคุณที่พาไปรับเรนนี่ด้วยนะคะ” จัสมินหันไปพูดกับรักษ์ ก่อนจะหันไปหอมแก้มเรนนี่เบาๆ “แล้วเจอกันนะคะคนเก่งของพี่” “บายค่ะพี่จัสมิน!” เรนนี่โบกมือลา รักษ์มองตามจัสมินที่เดินเข้าบ้านไปด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ในใจเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากคำพูดสองแง่สองง่ามของเธอในตอนแรก แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของเธอที่ยิ้มให้กับเรนนี่อย่างอ่อนโยนก็ติดอยู่ในหัวของเขา ‘ผู้หญิงคนนี้... ร้ายกาจ แพรวพราว แต่ทำไมเวลาอยู่กับลูกสาวเราถึงดูต่างออกไปนักนะ?’ จัสมินเดินเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ เธอรู้ว่าเกมนี้ไม่ได้แข่งกันที่ความเร็ว แต่มันคือการ ‘ค่อยๆ ต้อน’ ให้คนซื่อๆ อย่างรักษ์ค่อยๆ รู้สึกว่าชีวิตของเขาจะขาดเธอไม่ได้... ทั้งในฐานะพนักงานที่เก่งกาจ และในฐานะคนที่เรนนี่รัก รักษ์ขับรถออกไปแล้ว แต่กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของจัสมินยังคงอบอวลอยู่ในรถ... และดูเหมือนว่ามันจะเริ่มแทรกซึมเข้าไปในใจของพ่อหม้ายหนุ่มโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัวเสียแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD