เช้าวันจันทร์เริ่มต้นขึ้นด้วยความวุ่นวายที่โหมกระหน่ำเข้าใส่บริษัทส่งออกเอกสาร กองเอกสารปึกใหญ่บนโต๊ะของจัสมินสูงราวกับหอคอย เธอและรักษ์ต้องรีบสะสางงานให้ทันก่อนการประชุมใหญ่ในช่วงบ่าย รักษ์ยังคงเป็นเจ้านายที่เคร่งขรึมและเป๊ะทุกระเบียบนิ้วเหมือนเดิม เขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องกระจก โดยมีจัสมินคอยเดินเข้าเดินออกเพื่อประสานงานและส่งแฟ้มเอกสาร
จัสมินในวันนี้เลือกใส่ชุดที่ดูคล่องตัวแต่ก็ยังแฝงความเซ็กซี่ไว้อย่างแนบเนียน เธอรู้ดีว่าการจะรุกผู้ชายที่เก็บความรู้สึกเก่งอย่างรักษ์ต้องใช้กลยุทธ์ ‘เนียน’ เข้าสู้ เธอตั้งใจเดินเข้าไปหาเขาที่โต๊ะทำงานพร้อมกับแฟ้มงานชุดสำคัญ
“บอสคะ... เอกสารตรงนี้ที่สรุปมา จัสมินว่ามันยังไม่ค่อยชัดเจน บอสลองดูตรงนี้สิคะ” จัสมินชี้ไปที่เอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ในจังหวะที่รักษ์กำลังก้มลงอ่าน เธอจงใจวางมือลงไปบนจุดที่ใกล้กับมือของเขา
รักษ์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะหยิบปากกา แต่จัสมินก็แกล้งหยิบปากกาอีกด้ามที่วางอยู่ใกล้กับมือของเขาขึ้นมาแทน ในจังหวะนั้นเอง นิ้วมือของทั้งคู่ก็แตะกันเข้าอย่างจัง จัสมินไม่ได้รีบดึงมือออก แต่เธอกลับใช้นิ้วชี้สัมผัสแผ่วเบาที่หลังมือของเขา ราวกับจะเช็กอุณหภูมิความรู้สึก
“อ๊ะ... ขอโทษค่ะบอส จัสมินไม่ได้ตั้งใจ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แต่สายตากลับจ้องมองปฏิกิริยาของเขาอย่างไม่กะพริบ
รักษ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและไออุ่นจากนิ้วมือของลูกน้องสาว แม้เขาจะรีบดึงมือกลับและพยายามทำหน้านิ่ง แต่ใบหูของเขากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ “ไม่เป็นไรครับ... คราวหลังก็ระวังหน่อย”
น้ำเสียงของเขาดูแข็งทื่อกว่าปกติ รักษ์ก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อเพื่อซ่อนความประหม่าที่พุ่งขึ้นมา จัสมินอมยิ้มอย่างผู้ชนะ ‘นิ่งไปเถอะค่ะบอส... ถึงใจจะแข็งแค่ไหน แต่ร่างกายบอสน่ะโกหกจัสมินไม่ได้หรอก’
ทว่าความสนุกสนานในเกมการหยอดของเธอก็ต้องจบลงกะทันหัน เมื่อเสียงโทรศัพท์ของรักษ์ดังขึ้นกลางคัน สีหน้าของเขาที่เคยเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นความวิตกกังวลทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ
“ว่าไงครับคุณครู... เรนนี่เป็นอะไรนะครับ?” เสียงของรักษ์สั่นเล็กน้อยเมื่อพูดจบ
จัสมินเห็นท่าทางของเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น รักษ์รีบวางสายแล้วหันมามองจัสมิน “เรนนี่เป็นไข้สูงครับ ครูที่โรงเรียนโทรมาบอกว่าเขาตัวร้อนมากและอาเจียน ผมต้องรีบไปรับเขาเดี๋ยวนี้!”
“ไปค่ะ! จัสมินไปเป็นเพื่อน” จัสมินไม่ได้รอคำอนุญาติ เธอรีบคว้ากระเป๋าแล้วเดินตามรักษ์ออกมาจากห้องทำงานทันที
ตลอดทางที่รักษ์ขับรถมุ่งหน้าไปที่โรงเรียนอนุบาล เขาดูร้อนรนกว่าครั้งไหนๆ มือที่จับพวงมาลัยสั่นเทาเล็กน้อย จัสมินที่นั่งอยู่ข้างๆ รู้ดีว่าสำหรับผู้ชายคนนี้ เรนนี่คือโลกทั้งใบของเขา เธอเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเขาไว้เบาๆ เป็นการให้กำลังใจโดยไม่มีคำพูดใดๆ รักษ์หันมามองเธอแวบหนึ่ง แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลนั้นดูอ่อนลงเมื่อเห็นความห่วงไยจากเธอ
เมื่อถึงโรงเรียน รักษ์รีบวิ่งเข้าไปในห้องพยาบาล จัสมินตามเข้าไปเห็นเรนนี่นอนซมอยู่บนเตียงเล็กๆ ตัวของหนูน้อยร้อนผ่าวและใบหน้าซีดเผือด รักษ์รีบเข้าไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาแนบอกด้วยความทะนุถนอม
“พ่ออยู่นี่แล้วนะคนเก่ง... ไม่ต้องกลัวนะ” รักษ์พูดเสียงสั่น
จัสมินรีบเข้าไปช่วยจัดการกระเป๋าและข้าวของของเรนนี่ “บอสพาเรนนี่ไปที่รถก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวทางนี้จัสมินเคลียร์กับคุณครูเอง บอสไปโรงพยาบาลดีกว่าค่ะ ดูท่าทางเรนนี่จะไข้สูงมาก”
รักษ์หันมามองจัสมินด้วยแววตาที่ขอบคุณอย่างสุดซึ้ง “ขอบคุณครับจัสมิน... ฝากด้วยนะครับ”
ระหว่างที่รักษ์ขับรถพาเรนนี่ไปโรงพยาบาล จัสมินทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ดีเยี่ยม เธอโทรประสานงานกับทางโรงพยาบาลเตรียมห้องพัก และติดต่อแจ้งหัวหน้างานเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน โดยที่รักษ์ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
ที่โรงพยาบาล หลังจากเรนนี่ได้รับการฉีดยาและนอนพักผ่อนด้วยน้ำเกลือ อาการของเด็กน้อยก็เริ่มดีขึ้น รักษ์นั่งเฝ้าลูกสาวอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง จัสมินยืนมองภาพนั้นจากหน้าประตูห้อง เธอเห็นความรักที่รักษ์มีให้ลูกสาว และความทุ่มเทที่เขามีให้กับชีวิตครอบครัว ทำให้เธอตระหนักได้ว่า ผู้ชายคนนี้มีความรับผิดชอบและรักใครรักจริงมากแค่ไหน
รักษ์เงยหน้าขึ้นมาเห็นจัสมินยืนอยู่หน้าประตู “เข้ามาสิครับ... จัสมิน”
จัสมินเดินเข้าไปใกล้ “เรนนี่เป็นยังไงบ้างคะ?”
“ดีขึ้นแล้วครับ ไข้เริ่มลดลงบ้างแล้ว ขอบคุณคุณมากนะวันนี้ที่มาช่วย... ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ” รักษ์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้กับเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ... จัสมินเต็มใจ เรื่องแค่นี้จัสมินทำได้อยู่แล้ว” จัสมินยิ้มให้ “พักผ่อนบ้างนะคะบอส บอสเองก็เพิ่งหายป่วย อย่าลืมว่าบอสก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนกันนะ”
รักษ์มองเธอด้วยสายตาที่นิ่งสนิท “วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้วนะ กลับไปพักที่บ้านเถอะครับ เดี๋ยวผมเฝ้าเรนนี่ต่อเอง”
จัสมินเม้มปากเล็กน้อย แม้อยากจะอยู่ต่อแต่เธอก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมารุกเขา “ก็ได้ค่ะ... แต่พรุ่งนี้เช้า จัสมินจะมาเยี่ยมเรนนี่ใหม่นะคะ”
เธอเดินออกมาจากห้องพัก รักษ์มองตามหลังเธอไปพร้อมกับความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจ เขาพบว่าเขากำลังเริ่ม ‘หวั่นไหว’ ไม่ใช่แค่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งพบว่าผู้หญิงคนนี้... สามารถเป็นที่พึ่งพาและเคียงข้างเขาได้ในเวลาที่เขารู้สึกอ่อนแอที่สุด
ความวุ่นวายในวันจันทร์ที่ควรจะจบลงด้วยงานเอกสาร กลับกลายเป็นวันแห่งความห่วงไยที่ทำให้กำแพงในใจของรักษ์เริ่มร้าวลึกขึ้นไปอีกขั้น และจัสมินเอง... ก็ได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า เธอไม่ใช่แค่ ‘สีสัน’ ที่เข้ามาฉาบฉวย แต่เธอคือคนที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาในทุกสถานการณ์ของชีวิต!