เข้าใจผิด

1753 Words
เที่ยงวันนั้น อากาศในกรุงเทพฯ ร้อนระอุราวกับจะละลายทุกอย่างให้กลายเป็นไอ แต่ความร้อนนั้นดูจะเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนแรงของ ‘จัสมิน’ ที่ก้าวเดินออกมาจากตัวอาคารบริษัทด้วยชุดเดรสสีขาวรัดรูปที่ดูสะอาดตาแต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่เย้ายวนใจ เธอตั้งใจจะออกไปหาอะไรทานในละแวกใกล้เคียงเพื่อฆ่าเวลาหลังจากเช้าที่แสนน่าเบื่อในห้องทำงาน ทว่า เมื่อเดินมาถึงหน้าตึก รถสปอร์ตคันหรูสีน้ำเงินเข้มก็จอดเทียบฟุตบาททันที ร่างสูงโปร่งของ ‘นัท’ นายแบบหนุ่มชื่อดังในสต๊อกของเธอก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางคล่องแคล่ว เขาคือหนึ่งในบรรดาหนุ่มๆ ที่จัสมินยังสะสางความสัมพันธ์ไม่เสร็จสิ้น “จัสมินครับ! ผมมารับไปทานมื้อเที่ยง วันนี้มีร้านเปิดใหม่ที่ผมจองคิวไว้เลยนะ” นัทกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมยื่นมือมาหมายจะประคองเอวบางของหญิงสาว จัสมินชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเหลือบมองขึ้นไปยังชั้นบนของตึกผ่านกระจกเงาบานใหญ่หน้าล็อบบี้ เธอรู้ดีว่าชั้นนั้นคือห้องทำงานของรักษ์ แต่เธอไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขากำลังมองลงมาหรือไม่ “นัท... บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามารับที่บริษัทน่ะ?” จัสมินเอ่ยเสียงเบา แม้ปากจะบ่นแต่เธอก็ยอมก้าวขึ้นรถของเขาไปอย่างว่าง่าย ทว่าที่ชั้นบนของอาคาร รักษ์ซึ่งกำลังยืนจิบกาแฟดำอยู่ริมหน้าต่าง มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกบานสูง เขาเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะจิบกาแฟต่ออย่างไม่รู้สึกรู้สา ‘พนักงานใหม่คงมีเพื่อนฝูงเยอะ’ เขาคิดในใจอย่างเรียบง่ายตามสไตล์คนที่ไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของใคร โดยไม่รู้เลยว่าความนิ่งเฉยนั้นคือ ‘น้ำมัน’ ที่ราดลงบนกองไฟแห่งความต้องการเอาชนะของจัสมิน วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอดทั้งเดือนนั้น ชีวิตการทำงานของจัสมินเปรียบเสมือนการสลับฉากละครเวทีที่เปลี่ยนตัวพระเอกไม่ซ้ำหน้า วันจันทร์เป็นนักธุรกิจหนุ่ม วันอังคารเป็นสถาปนิกสุดเนี้ยบ วันพุธเป็นดีเจชื่อดัง บรรดาหนุ่มๆ ในสต๊อกของจัสมินต่างพากันแห่มาปรากฏตัวที่หน้าบริษัทราวกับตึกนี้กลายเป็นจุดเช็กอินของคนคลั่งรัก ข่าวลือเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วออฟฟิศ พนักงานสาวๆ ในแผนกต่างจับกลุ่มซุบซิบ “เห็นไหมจ๊ะ วันนี้มาอีกแล้ว รถหรูคันใหม่เอี่ยมเลย ผู้ชายคนนี้ดูแพงกว่าเมื่อวานอีกนะ” “ฉันว่าคุณจัสมินเขาคงไม่ได้มาทำงานที่นี่เพื่อเงินเดือนหรอกมั้ง มาเพื่อหาที่จอดรถให้หนุ่มๆ มากกว่า” เสียงซุบซิบนินทาดังกระหึ่มจนเลขาฯ หน้าห้องของรักษ์ทนไม่ไหว ต้องนำเรื่องนี้ไปกราบเรียนเจ้านายหนุ่มที่ยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารส่งออก รักษ์วางปากกาลง เขาขยี้ขมับเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการบริหารงานทำให้เขาไม่อยากปวดหัวเรื่องพนักงาน แต่ในเมื่อมันกระทบต่อภาพลักษณ์บริษัท เขาก็จำเป็นต้องจัดการ “เรียกคุณจัสมินเข้ามาพบผมที่ห้องหน่อย” ห้านาทีต่อมา จัสมินก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยจังหวะการเดินที่มั่นใจเช่นเคย วันนี้เธอมาในชุดสูทสีเบจที่ดูทะมัดทะแมงแต่ท่อนล่างยังคงเป็นกระโปรงสั้นเหนือเข่าที่เผยให้เห็นเรียวขาสวย เธอปิดประตูห้องทำงานเสียงดังเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงที่หน้าโต๊ะของรักษ์โดยเจตนา “เรียกจัสมินมา มีอะไรด่วนหรือเปล่าคะบอส? หรือว่า... คิดถึง?” เธอส่งสายตาหวานเชื่อม รอยยิ้มมุมปากของเธอทำเอาอากาศในห้องดูหนักอึ้งขึ้นมาทันที รักษ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองความสวยเซ็กซี่นั้น เขายังคงจ้องเอกสารในมือ “คุณจัสมิน... ผมเรียกคุณมาเพราะได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของคุณในช่วงเดือนที่ผ่านมา” จัสมินยืดตัวขึ้นตรง แสร้งทำเป็นแปลกใจ “เรื่องอะไรเหรอคะ?” “การที่มีบุคคลภายนอกแวะเวียนมารับคุณที่หน้าบริษัทแทบทุกวัน มันเริ่มส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพนักงานบริษัทเรา ผมอยากให้คุณแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้ชัดเจน ที่นี่คือสถานที่ทำงาน ไม่ใช่สถานบันเทิงหรือจุดนัดพบ” รักษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขามีแต่ความจริงจังในฐานะเจ้านาย จัสมินฟังแล้วก็อยากจะกรีดร้อง ‘นี่เขาดุฉันเพราะความเป็นห่วง หรือเพราะเขาเกลียดที่ฉันมีคนอื่นกันแน่?’ เธอเดินอ้อมโต๊ะไปยืนใกล้ๆ เก้าอี้ของรักษ์ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธออบอวลไปทั่วห้อง “ถ้าจัสมินบอกว่าที่ทำไปทั้งหมด... ก็เพื่อที่จะดึงดูดความสนใจของใครบางคนล่ะคะ?” เธอแกล้งโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขา มือเรียววางลงบนไหล่กว้างของรักษ์อย่างถือวิสาสะ รักษ์ชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ขยับตัวออกห่างอย่างสุภาพ เขายังคงมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนมองกระจกเงา “ผมไม่สนใจว่าจุดประสงค์ของคุณคืออะไร แต่ผมต้องการให้เรื่องนี้จบลง ถ้าคุณยังอยากทำงานที่นี่ ผมขอให้คุณรักษาระยะห่างกับคนพวกนั้นให้ดีกว่านี้” คำปฏิเสธที่แสนเย็นชาของรักษ์ทำเอาใจของจัสมินกระตุกวูบ แต่มันไม่ได้ทำให้เธอถอดใจ ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกท้าทายมากขึ้นไปอีก รักษ์ในวัย 35 ปี ที่ไร้แว่นสายตา จ้องมองเธอด้วยความมั่นคงที่น่าหมั่นไส้ที่สุด “ถ้าจัสมินเลิกทำแบบนั้นได้... บอสจะให้รางวัลอะไรจัสมินบ้างคะ?” เธอท้าทายเสียงหวาน แววตาซุกซนเป็นประกาย “รางวัลคือการที่บริษัทจะดำเนินงานได้อย่างปกติสุข และคุณก็จะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนตามความสามารถ” รักษ์ตอบอย่างซื่อตรง ไม่มีความเข้าใจใน ‘นัยยะ’ ที่จัสมินสื่อออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว จัสมินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอรู้ดีว่าการจะพิชิตใจผู้ชายคนนี้ต้องใช้ไม้แข็งและไม้หวานสลับกันไป การที่เขายังไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอ แสดงว่ากำแพงที่เขาตั้งไว้สูงกว่าที่เธอคิดมาก “เข้าใจแล้วค่ะบอส... จัสมินจะทำตามที่บอสสั่ง” เธอตอบพร้อมกับถอยออกมาด้วยท่าทีที่ดูนอบน้อมผิดวิสัย แต่ในใจกลับกำลังคำนวณแผนการใหม่ ‘ถ้าไม่หึงด้วยการที่มีคนอื่นมารับ... งั้นฉันจะทำให้คุณหึงในแบบที่คุณหนีไปไหนไม่ได้เลยคอยดูเถอะ รักษ์’ รักษ์พยักหน้าอย่างพอใจโดยไม่สังเกตเห็นรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากของจัสมินเลย “ดีครับ ออกไปทำงานได้แล้ว ผมมีประชุมตอนบ่ายต่อ” จัสมินเดินออกจากห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้น เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และในเมื่อเขายังไม่ยอมมองเธอด้วยสายตาแบบชายหญิง เธอจะเปลี่ยนกลยุทธ์จาก ‘ผู้หญิงที่ใครก็อยากได้’ มาเป็น ‘ผู้หญิงที่เขาขาดไม่ได้’ แทน ทันทีที่ปิดประตูห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็น ‘นัท’ ที่โทรมาทวงถามเรื่องมื้อเย็น จัสมินกดรับด้วยสีหน้าที่ต่างจากเมื่อครู่สิ้นเชิง “นัทคะ... ต่อไปนี้ไม่ต้องมารับฉันที่บริษัทอีกแล้วนะ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ “ทำไมล่ะจัสมิน? หรือว่ามีคนใหม่แล้ว?” จัสมินเหลือบมองประตูห้องทำงานของรักษ์ที่ปิดสนิท เธอระบายยิ้มออกมาบางๆ “เปล่าหรอก... แค่กำลังจะเริ่มภารกิจพิชิตใจคนซื่อบื้อน่ะ เลยต้องเคลียร์ทางให้ว่างหน่อย” วางสายเสร็จ เธอก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป พนักงานคนอื่นที่คอยจ้องมองต่างพากันแปลกใจที่วันนี้ไม่มีรถหรูมารับ แต่พวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าการที่จัสมินนิ่งไป ไม่ใช่เพราะเธอเปลี่ยนนิสัย แต่เพราะเธอกำลังกางแผนที่ฉบับใหม่ที่รักษ์เองก็อาจจะต้านทานไม่อยู่ ในห้องทำงานของรักษ์ ชายหนุ่มนั่งมองเอกสารตรงหน้าเงียบๆ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ‘พนักงานคนนี้... สวย เก่ง แต่หัวใจดูว่างเปล่าเหลือเกิน’ เขาคิดถึงลูกสาวตัวน้อยอย่าง ‘เรนนี่’ แล้วก็ได้แต่หวังว่าจัสมินจะเข้าใจบทเรียนที่เขาเพิ่งสั่งสอนไป เพราะเขาไม่ต้องการให้ใครมาวุ่นวายกับชีวิตที่สงบสุขของเขาและลูกสาวมากไปกว่านี้ ทว่า เขาลืมนึกไปว่า ‘จัสมิน’ ไม่ใช่คนที่จะยอมถอยหลังให้ใคร ยิ่งเขาผลักไส เธอจะยิ่งเข้าหา และความ ‘ซื่อบื้อ’ ที่เป็นเกราะป้องกันของรักษ์นั้น กำลังจะถูกทำลายลงด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่แสนหวานและเซ็กซี่ของเธอในอีกไม่ช้า เย็นวันนั้น ขณะที่รักษ์กำลังจะเดินไปที่ลานจอดรถเพื่อรับน้องเรนนี่กลับบ้าน เขาก็เห็นจัสมินยืนรออยู่หน้าตึกเพียงลำพัง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องลงมากระทบผิวเนียนของเธอ เธอไม่ได้เรียกแท็กซี่ และไม่มีหนุ่มคนไหนมารับ “ยังไม่กลับอีกเหรอครับ?” รักษ์ถามด้วยความประหลาดใจ จัสมินหันมาสบตาเขา รอยยิ้มของเธอวันนี้ดูนุ่มนวลกว่าปกติ “รอรถเมล์ค่ะบอส... รถส่วนตัวจัสมินเอาเข้าอู่แล้ว เลยถือโอกาสมาสัมผัสชีวิตคนทำงานปกติบ้าง” รักษ์มองเธอด้วยสายตาที่เริ่มมีความเห็นใจ “แถวนี้ดึกๆ รถสาธารณะหายาก... ถ้าไม่รังเกียจ ผมไปส่งได้นะ” จัสมินแทบจะกลั้นหัวใจไว้ไม่อยู่ ‘นั่นไง! แผนที่ 2 เริ่มทำงานแล้ว’ เธอพยักหน้าช้าๆ พร้อมส่งยิ้มที่สวยที่สุดให้เขา “ถ้าบอสไม่ลำบาก... จัสมินก็ขอบคุณมากค่ะ” เกมนี้... จัสมินเป็นฝ่ายคุมเบ็ด ส่วนปลาตัวใหญ่ในบ่อของเธอนั้น กำลังจะว่ายเข้ามาติดเบ็ดด้วยความเต็มใจโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD