วันหยุดของมารีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเรื่องของปริญยังคงรบกวนจิตใจเธอไม่หยุด เมื่อพฤติกรรมของเขาแตกต่างจากสามีในความทรงจำของเธออย่างสิ้นเชิง ปริญในอดีตเป็นคนนิ่งและเข้าถึงยาก เขาไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง แต่เมื่อวานตอนที่ไปดูหนังด้วยกัน เขากลับแสดงออกว่าสนใจเธออย่างเปิดเผย ทั้งถอดเสื้อมาคลุมให้เมื่อเห็นว่าเธอหนาว แกล้งดูดน้ำหลอดเดียวกับเธอเมื่อคิดว่าเธอไม่เห็น แม้ชีวิตที่ผ่านมาประสบการณ์ความรักจะน้อยนิด เพราะนอกจากเขาเธอก็ไม่เคยคบใครอีก แต่อาการที่เขาแสดงออกถ้าไม่แกล้งโง่ก็รู้ว่าเขากำลังจีบ
มารีพยายามคิดว่าชาติที่แล้วเขามีท่าทีแบบนี้ไหม แต่เธอก็นึกไม่ออก เรื่องของเขายังคงรบกวนจิตใจเธออยู่แบบนั้นจนกระทั่งถึงเวลาประชุม มารีในฐานะเด็กฝึกงานและผู้ช่วยของอาทิตย์ก็ต้องร่วมประชุมด้วย เธอจึงพยายามวางเรื่องความไม่สบายใจของตัวเองลงก่อน
มารีทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของอาทิตย์ในส่วนของการจดเนื้อหาการประชุม โดยครั้งนี้บริษัทมีโครงการสร้างฝายกั้นน้ำให้ชุมชน ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องออกต่างจังหวัด
เธอเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดมาบ้าง แต่ไม่เคยไปทำงานมาก่อน ดังนั้นครั้งนี้มารีจึงตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ เธอถึงขั้นเลือกชุดที่จะใส่ก่อนวันที่ออกเดินทางหลายวัน และพบว่าชุดของเธอในวัยยี่สิบปีมีแต่ชุดกระโปรงสีสันสดใสเสียส่วนใหญ่ ไม่มีชุดที่ดูทะมัดทะแมงพอจะเดินทางไปต่างจังหวัดได้เลย
ดังนั้นวันถัดมาหลังเลิกงานเธอจึงตั้งใจจะไปซื้อเสื้อผ้าก่อนถึงวันเดินทาง
“จะไปไหนครับ?” อาทิตย์ที่มายืนข้าง ๆ เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ถามขึ้น เขารู้ว่ามารีพยายามจะปิดบังเรื่องที่ตัวเองเป็นลูกสาวท่านประธาน ดังนั้นเธอจึงนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง ไม่ได้ให้คนที่บ้านมารับ แต่วันนี้ลูกสาวท่านประธานกลับมายืนอยู่หน้าป้ายรถประจำทางข้าง ๆ เขา
มารีหันมามองหน้าเขาตาปริบ ๆ
“ผมถามว่ามารีจะไปไหนครับ” จนเขาทักขึ้นอีกครั้งนั่นแหละเธอถึงได้สติ
“อ่อ...ไปตลาด”
“ตลาด?”
“ตลาดที่เขาขายเสื้อผ้าเยอะ ๆ ค่ะ” ก่อนหน้านี้เธอยังกลุ้มใจว่าจะจัดการยังไงกับเสื้อผ้าของตัวเองดี แต่พออาทิตย์มายืนข้าง ๆ เธอก็ฉีกยิ้มกว้างให้เขา
“พี่อาทิตย์ไปเป็นเพื่อนมารีหน่อยได้ไหมคะ?”
“ฮะ?”
อาทิตย์ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาไปตอบรับเธอตอนไหนว่าจะไปเป็นเพื่อน สุดท้ายพอรถประจำทางมาถึงเธอก็ดึงเขาขึ้นไปด้วย พอคนขับเริ่มออกรถร่างผอมบางของเธอก็เซไปเซมาอย่างไม่มั่นคง เห็นได้ชัดว่าคุณหนูคนนี้ไม่เคยขึ้นรถประจำทางเลยด้วยซ้ำ เธอไม่รู้จะจับตรงไหนจนอาทิตย์ต้องบอกให้เธอจับตรงเบาะที่มีผู้หญิงท้องนั่งอยู่ก่อนแล้ว ส่วนเขาใช้ตัวบังไว้ไม่ให้คนอื่นมาเบียดเธอได้
“ตกลงมารีจะไปตลาดที่ไหนครับ” เขาถามซ้ำคำถามเดิมที่เธอยังไม่ให้คำตอบอีกครั้ง
“มารี...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ พี่อาทิตย์ช่วยแนะนำมารีหน่อยได้ไหม?” เธอตอบเขาเสียงแผ่วน้ำเสียงมีแววจนใจ ตอนที่เธอมายืนข้างป้ายรถประจำทาง เธอคิดว่าเธอจะนั่งไปเรื่อย ๆ ถ้ารถวิ่งผ่านตลาดที่ไหนเธอก็จะลงตรงนั้น แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน ในเมื่อมีอาทิตย์อยู่เธอจึงขอพึ่งพาเขาอีกสักหน่อยแล้วกัน
ส่วนคนถูกพึ่งพาก็มองหน้าเธอด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ เหมือนเขาคาดเดาไว้บ้างแล้วว่าคำตอบเธอจะเป็นแบบนี้
อาทิตย์พามารีมาตลาดนัดข้าง ๆ ห้างสรรพสินค้า ซึ่งนั่งรถประจำทางจากบริษัทมาแค่สองป้าย ผู้คนในตลาดแน่นหนาเดินเบียดเสียดกันจนเธอแทบขยับไม่ได้ สุดท้ายเขาก็ต้องใช้ร่างสูงของเขาช่วยบังคนที่มาเบียดเธอไว้เหมือนเดิม
“ทำไมมารีไม่ไปซื้อในห้าง” เขาถามขณะที่เธอยืนเลือกเสื้อยืดราคา 199 บาทที่ราวแขวนแข่งกับสาวคน อื่น ๆ
“ก็มารีอยากแต่งตัวให้เหมือนคนอื่น”
เธอตอบโดยไม่หันมามองเขา ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเลือกเสื้อผ้าต่อ อาทิตย์ไม่เห็นว่าคนพูดรู้สึกแบบไหนเพราะเธอกำลังมุ่งมั่นกับการหาเสื้อผ้าไม่ได้หันมามองกัน แต่ถึงแบบนั้นเขาก็พอเดาได้ ทุกวันศุกร์บริษัทจะอนุญาตให้ทั้งพนักงานและเด็กฝึกงานแต่งตัวแบบไม่เป็นทางการได้ เมื่อมองการแต่งตัวของเธอวันนี้มารีสวมชุดเดรสสีม่วงอ่อนแขนตุ๊กตาแบรนด์ดังยี่ห้อหนึ่ง แม้พนักงานคนอื่นจะไม่รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวท่านประธาน แต่ก็คงจะเดาออกได้ไม่ยากว่าเธอเป็นคนมีฐานะคนหนึ่ง เพราะการแต่งตัวของเธอมันดูแพงไปทั้งตัว
“นี่ค่ะ”
อาทิตย์หลุดจากภวังค์ความคิดตัวเองเมื่อได้ยินเสียงใสพูด คนตัวเล็กยื่นเสื้อผ้าเต็มไม้เต็มมือให้แม่ค้า เสียดายที่เมื่อกี้เขาเผลอใจลอยเลยห้ามเธอไม่ทัน ปล่อยให้เธอเหมาซื้อมาเกือบยี่สิบชุดทั้งที่เป็นร้านแรก และภาระในการช่วยเธอถือก็ตกเป็นของเขานั่นแหละ เพราะดูจากขนาดตัวเธอแล้วอาทิตย์คิดว่าแค่เธอเดินเฉย ๆ ยังเหนื่อย อย่าให้เธอลำบากถืออะไรเลยจะดีกว่า
“ร้านนั้น” มารีชี้ไปร้านข้างหน้าที่มีเสื้อยืดสีสันสดใสห้อยอยู่
“ร้านสุดท้ายแล้วนะครับ” อาทิตย์เตือนเมื่อเธอกำลังจะเดินไปถึงร้านที่ห้า ซึ่งที่ผ่านมาเธอแวะร้านไหนก็ได้เสื้อผ้ามาทุกร้าน
“ก็มารีบอกแล้วว่ามารีถือเองได้” เธอพึมพำเสียงเบา แต่ก็ไม่กล้าขัดเขามากนัก เพราะกลัวเขาจะปล่อยให้เธอถือจริง ๆ
สุดท้ายสองมือของอาทิตย์ก็ถือไม่ไหว เพราะมารีไม่ยอมหยุดซื้อเสื้อผ้าตามที่เขาขู่ เธอซื้อจนเธอถือไม่ไหวเองนั่นแหละจึงหยุด
หลังจากซื้อของเสร็จอาทิตย์ก็นั่งแท็กซี่มาส่งเธอที่บ้าน เพราะดึกมากแล้วเขาจึงไม่กล้าปล่อยให้เธอนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว
“เนี่ย! ทั้งหมดนี่ราคาเท่าเสื้อตัวเดียวที่มารีเคยซื้อเลยค่ะ”
เธอยังคงพูดจ้อไม่หยุดหลังจากทั้งคู่ขนเสื้อผ้าที่ซื้อมาลงจากรถ อาทิตย์เหลือบมองกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธอถืออยู่ ถึงเขาจะไม่เคยซื้อของแบรนเนมด์แต่ก็พอเดาได้ว่ากระเป๋าที่เธอสะพายอยู่นั้นคงราคาหลายหมื่น จึงไม่แปลกใจที่ของทั้งหมดจากตลาดนัดยังถูกกว่า
เด็กในบ้านทยอยออกมาช่วยกันขนของจากเขาและเธอ หลาย ๆ ครั้งที่ความเป็นกันเองของเธอทำให้เขาลืมไปบ้างว่าเธอเป็นลูกของเจ้านาย แต่พอมาเห็นบ้านของเธอ เห็นฐานะของเธอ ทำให้เขาต้องระลึกเสมอว่าเธอไม่ใช่เด็กฝึกงานธรรมดา
“วันนี้ขอบคุณพี่อาทิตย์มากนะคะ”
เสียงใสของมารีเรียกให้เขาหลุดจากภวังค์อีกครั้ง ชายหนุ่มใช้มือถูจมูกแก้เขินที่เผลอใจลอยคิดถึงเรื่องส่วนตัวของเธอเข้า
“ยินดีครับ พรุ่งนี้เจอกันครับมารี”
เขาโบกมือให้เธอแล้วขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้านตัวเอง มารียิ้มจนตาหยีเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของเขา ท่าทางใจดีพูดจาเป็นกันเองแบบนี้ค่อยสมกับเป็น ‘พี่อาทิตย์’ ในความทรงจำของเธอเมื่อชาติที่แล้วหน่อย เธอยืนมองจนรถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไป จึงได้กลับเข้าไปในบ้าน ขณะหันหลังกลับก็มีเงาร่างสูงผลุบออกมาจากหลังต้นไม้ มารีตกใจจนเผลอก้าวถอยหลัง
“ไปถึงไหนกันมากลับมามืดค่ำขนาดนี้” เมื่อเจ้าของเสียงปรากฏตัวออกมาจากเงามืด ทำให้เธอเห็นแววตาคมดุที่แสนคุ้นเคย มารีก็ถอนหายใจโล่งอกที่อย่างน้อยก็ไม่ใช่โจรที่ไหน
“พี่ปริญไปยืนทำอะไรมืด ๆ อยู่ตรงนั้น” เธอขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจเช่นกัน จู่ ๆ ก็โผล่มาถ้าเกิดเธอตกใจจนหัวใจวายตายไปอีกรอบเขาจะรับผิดชอบไหวเหรอ
“พี่ถามมารีว่าไปไหนมา ทำไมกลับมืดค่ำ” คนมาดักรอไม่ยอมตอบคำถาม แต่ถามซ้ำคำถามเดิมที่เขายังไม่ได้คำตอบ
เธอเกือบจะตอบว่า ไม่ใช่เรื่องของเขา! แต่พอนึก ๆ ดูอีกที ชาติที่แล้วเป็นเธอที่ตามเอาอกเอาใจเขา ทำกับข้าวให้ เขาว่าอย่างไรเธอก็ว่าตาม ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เธอพยายามเป็นภรรยาที่ว่านอนสอนง่าย อยากเป็นภรรยาในอุดมคติของเขา แต่เขากลับเฉยเมยกับเธอ ปริญอยู่ที่บริษัท อยู่กับงานมากกว่าอยู่กับเธอด้วยซ้ำ
แต่ชีวิตในชาตินี้เธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะปล่อยให้เขาสมหวังในความรักกับผู้หญิงคนนั้น จะได้ไม่ต้องแอบลักลอบเป็นชู้กัน แต่ผู้ชายคนนี้กลับตามตื๊อเธอไม่หยุด เธอคิดว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะเขาชื่นชอบความท้าทาย ถ้าเธอยอมอ่อนข้อให้เขาเสียหน่อย เขาอาจเบื่อแล้วหายไปเอง ดังนั้นแม้จะโกรธปริญแค่ไหน แต่น้ำเสียงของมารีกลับยังคงที่ จึงฟังไม่ออกว่าเธอกำลังขุ่นเคืองเขา
“มารีไปซื้อเสื้อผ้ามา” เธอพูดพร้อมกับยกถุงเสื้อผ้าที่ยังเหลือในมือสองถุงให้เขาดู ส่วนเสื้อผ้าส่วนหนึ่งนุชและเด็ก ๆ เก็บเข้าบ้านไปก่อนที่เขาจะโผล่ออกมาแล้ว
“เสื้อผ้า?”
“อืม เสื้อผ้าที่จะใส่ไปต่างจังหวัดพรุ่งนี้” แม้ใจจะอยากบอกเขาว่าเธอจะไปไหนจะทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องของเขา แต่เสียงใสก็ยังตอบเขาโดยดี
“แล้วทำไมต้องไปกับอาทิตย์” คนที่ชาตินี้ยังไม่ได้เป็นสามีเธอด้วยซ้ำยังคงซักไซ้ไม่หยุด
“เจอพี่อาทิตย์ระหว่างทาง” คราวนี้เสียงของมารีเริ่มห้วนสั้นเมื่อเขายังเซ้าซี้ไม่เลิก ความจริงเขาไม่มีสิทธิ์มาถามอะไรเธอด้วยซ้ำ
โชคดีที่ปริญยอมหยุดไม่ใช้น้ำเสียงกดดันเธอไปมากกว่านั้น ไม่อย่างนั้นความอดทนของเธอก็คงหมดลงเหมือนกัน
“ทีหลังอย่ากลับดึกมาก เป็นผู้หญิงกลับดึก ๆ มันอันตราย” แค่ได้ยินว่าทั้งคู่แค่ 'บังเอิญ' เจอกัน เสียงเขาก็เบาลงหลายส่วนไม่มีแววฉุนเฉียวเหมือนเคย
เธอยังคงสงบปากสงบคำ เตือนตัวเองให้พูดกับเขาให้น้อยที่สุดจึงไม่ได้ตอบอะไรออกไป
“มารีไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ไปพร้อมกันนะ เดี๋ยวพี่มารับ”
แน่นอนว่าในใจมารีตอบว่าไม่! เรื่องอะไรเธอต้องไปพร้อมเขา แต่คำตอบที่เธอมีให้ปริญในตอนนี้มีเพียงความเงียบ
“มารี พี่บอกว่าพรุ่งนี้จะมารับ”
“ตามใจ…ค่ะ” เมื่อเธอยอมตอบอะไรบ้างนั่นแหละเขาจึงยอมกลับไป มารีมองแผ่นหลังคนที่อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนผู้หญิงมีวันนั้นของเดือน ก็พยายามเตือนตัวเองว่าอย่าไปถือสาเขา ตอนนี้จิตวิญญาณเธอแก่กว่าเขาหลายปี ควรควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า