ตอนที่ 3 ใครใช้ให้มาชอบ

1614 Words
"ห้ามจับนะ!" ผักกาดร้องเสียงหลง ก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมากอดไว้แน่น มือบางยกขึ้นจับตุ๊กตาตัวนั้นอย่างหวงแหน สีหน้าเริ่มขึ้นสีเล็กน้อยแต่ไม่รอดสายตาของเพื่อนทั้งสองคนไปได้ คิงกับธาวินหันมาสบตากันอีกครั้ง ก่อนที่คิงจะยื่นหน้าเข้าไปถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "หวงขนาดนี้... หรือว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นของใครบางคนให้มา" "เออว่ะ ต้องมีหนุ่มให้มาแน่ ๆ!" ธาวินเสริมขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นผักกาดหน้าแดงก็ยิ่งสนุก ยิ่งอยากแกล้ง เขายักคิ้วพลางกระตุกยิ้มขี้เล่น "มีอะไรปิดบังพวกกูอยู่รึเปล่า ยัยแว่น?" ผักกาดสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบปฏิเสธเสียงแข็ง "บะ...บ้า! ไม่มีใครให้มาทั้งนั้น! มะ...ไม่มีความลับอะไรทั้งนั้นแหละ!" เธอเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก ริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างอาย ๆ พลางก้มลงจดเลคเชอร์แทบจะทันที แม้ว่าอาจารย์จะเพิ่งเข้ามาแล้วยังไม่ได้พูดอะไรก็ตาม ท่าทางพยายามกลบเกลื่อนเต็มที่ แต่สองหนุ่มไม่ได้หลงกลง่าย ๆ คิงและธาวินหันมามองหน้ากันยิ่งเห็นท่าทางเลิ่กลั่กก็พาให้คิดไปในทางเดียวกันว่าตุ๊กตาตัวนี้ยัยแว่นต้องได้มาจากหนุ่มคนไหนแน่ ๆ "ไม่มีใครให้ แล้วจะหน้าแดงทำไม?" คิงแซวต่อพร้อมยิ้มมุมปาก "ใช่ ๆ ไม่มีความลับแล้วทำไมต้องทำท่าเลิ่กลั่กใส่พวกกูด้วยวะ" ธาวินตามน้ำอย่างสนุก ผักกาดเงยหน้าขึ้นมาถลึงตาใส่เพื่อนทั้งสอง ก่อนจะเถียงกลับเสียงแข็ง "จะ บะ..บ้าเหรอ เลิ่กลั่กตรงไหน เราปกติ!" "เหรออออ?" ทั้งคิงและธาวินลากเสียงยาวพร้อมกันอย่างรู้ทัน ทำให้สาวแว่นส่งค้อนวงใหญ่ "พวกบ้า!" สองหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ทิ้งให้ผักกาดนั่งหน้าแดงจัดอยู่คนเดียว มือยังกอดกระเป๋าแน่น ราวกับว่าถ้าปล่อยให้พวกเขาเห็นตุ๊กตาตัวนี้มากกว่านี้ล่ะก็ มีหวังเธอโดนแซวจนไม่มีที่ยืนแน่! หลังเลิกเรียน ผักกาดกำลังจะเดินกลับหอพักแต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เธอชะงัก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นชื่อควีนปรากฏบนหน้าจอ หลังจากเจอกันวันนั้นโดยบังเอิญพวกเธอก็ไม่ลืมที่จะแลกคอนแทรคกัน "ฮัลโหล ว่าไงควีน" ผักกาดรีบกดรับสายทันที "เรียนเสร็จยัง?" ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงสดใส "เพิ่งเรียนเสร็จ กำลังจะกลับหอพอดี" ผักกาดตอบ "ดีจัง งั้นก็ว่างแล้วดิ ไปเดินช็อปปิ้งกัน!" ผักกาดเงียบไปครู่หนึ่ง พลางคิดว่าวันนี้มีอะไรต้องทำไหม พอคิดไปว่าวันนี้เธอไม่มีรายงานที่ต้องทำส่งเธอก็ตอบตกลง "ได้สิ วันนี้ไม่มีงานที่อาจารย์พอดี" "โอเคเริ๊ด! งั้นเดี๋ยวไปรับ แป๊บเดียวถึงรอเลย" ควีนพูดจบก็วางสายไป ไม่นานนัก รถยนตร์คันหรูของควีนก็มาจอดเทียบหน้าคณะ ดวงอาทิตย์ยามบ่ายสะท้อนลงบนตัวรถเงาวับ ทำให้มันดูโดดเด่นราวกับซีนเปิดตัวนางเอกในภาพยนตร์ เมื่อประตูรถถูกผลักออก หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวหุ่นนางแบบก็ปรากฏตัวขึ้น ในตอนที่เธอก้าวลงจากรถด้วยท่าทีมั่นใจ ก็ยิ่งเรียกสายตาได้เป็นอย่างดี วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตครอปสีขาวและกางเกงเอวสูงสีดำที่ดูเข้ากันอย่างลงตัว ไม่ต้องพูดถึงรองเท้าส้นสูงปรี๊ดที่เธอสวม ยิ่งช่วยเสริมบุคลิกให้เธอดูสง่างามยิ่งขึ้น ใบหน้าสวยภายใต้กรอบแว่นตาดำแบรนด์หรูสะกดสายตาจนผู้คนตะลึงเลยทีเดียว เธอทั้งสวยและมีเสน่ห์ ไม่ต้องทำอะไรมากมาย แค่เธอลงจากรถสวย ๆ แล้วยืนอยู่ตรงนั้นก็สามารถเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้ราวกับแม่เหล็กดึงดูด จนทำให้ผักกาดที่ยืนรออยู่ถึงกับต้องถอนหายใจเบา ๆ ไม่อยากส่องกระจกดูตัวเองเลย กลัวตกใจ! "เฮ้! ทางนี้" ควีนที่มองหาผักกาดพอเห็น ก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ผักกาดเดินมา ผักกาดเดินเข้าไปหาควีนแล้วพูดขึ้น "ควีน เปิดตัวแรงมาก เล่นเอาผู้ชายแถวนี้หันกันคอแทบเคล็ดเลยนะ" อดไม่ได้ที่จะแซว ควีนยิ้มบางหันไปมองผู้คนรอบกายที่มองเธออยู่ ริมฝีบางคลี่ยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ อีกนิดนึงคงยกมือโบกราวกับนางงามแล้ว "ก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นนี่นา" เป็นคำพูดที่ตรงข้ามกับการกระทำมาก ผักกาดแย้งในหัว จากนั้นทั้งสองก็ขึ้นรถ ควีนปรายตามองเพื่อนที่นั่งยิ้มมาตลอดทาง เหมือนกับคนมีเรื่องดี ๆ ก่อนจะเอ่ยแซว "แล้วแกอ่ะ ทำไมดูแกอารมณ์ดีจัง?" ผักกาดหัวเราะออกมา ไม่คิดเลยว่าการที่เธอยิ้มมาก ในวันนี้จะทำเอาเพื่อน ๆ พากันแปลกใจทั้งคิงทั้งธาวินแล้วยังจะควีนอีก แต่เธอก็ไม่คิดอะไร แถมยังพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีอย่างที่เพื่อนแซวนั่นแหละ "พอดีมีเพื่อนสนิทซื้อของที่อยากได้มาให้ นี่ไง น่ารักป่ะ!" ไม่พูดเปล่ามือบางจับไปที่ตุ๊กตาตัวจิ๋วน่ารักชูให้เพื่อนดูแล้วยิ้มกว้าง ควีนมองตุ๊กตาที่ห้อยกระเป๋าของเพื่อนสาว ก่อนจะยิ้มออกมา "หืม...เพื่อนจริงเหรอ ไม่ใช่ว่าเป็น‘คนพิเศษ’ ล่ะ" ผักกาดรีบโบกมือปฏิเสธทันที "ไม่ใช่ ๆ คนพิเศษอะไรกัน เพื่อนกัน" ควีนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้ทันเพราะเธอผ่านเรื่องพวกนี้มาเยอะแล้ว "แกชอบเขาใช่ไหมล่ะ เพื่อนคนที่ซื้อตุ๊กตาตัวนี้มาให้น่ะ" ผักกาดสะดุ้งรีบปฏิเสธลิ้นพันกัน มือไม้ยกขึ้นโบกกลางอากาศไปมา "บะ...บ้า พูดอะไรของแก ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย" ควีนแกล้งทำสีหน้าครุ่นคิด "แสดงว่าคน ๆ นั้นต้องเก่งมากพอตัวเลยนะ ที่ทำให้คนที่ไม่ค่อยสนใจผู้ชายแบบแกหวั่นไหวได้" "ฉันไม่ได้ชอบซะหน่อย เขาเป็นแค่เพื่อนเฉย ๆ ถึงยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้หรอก" ผักกาดรีบพูดออกมาแต่สีแดงระเรื่อที่ไล่ขึ้นจากแก้มจนถึงใบหูนั้นกลับไม่สามารถโกหกได้ ควีนยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน "เอาน่า อย่าเพิ่งหมดหวังสิ ลองพยายามให้เต็มที่ก่อน บางที มันอาจจะเป็นไปได้ก็ได้นะ ไม่ลองไม่รู้ไง" ควีนพูดยุ ผักกาดถอนหายใจ แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับคำแนะนำของเพื่อน หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็เดินช็อปปิ้งด้วยกันตามประสาสาว ๆ คุยเล่นกันอย่างออกรส จนกระทั่งควีนขับรถมาส่งผักกาดที่หน้าหอพัก ก่อนที่เธอจะปล่อยให้เพื่อนสาวลงจากรถ ควีนก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันชอบอยู่กับแกนะ รู้สึกสบายใจดี ไว้ว่าง ๆ ค่อยไปเที่ยวกันอีกนะ" ผักกาดยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายที่ควีนยังเห็นเธอเป็นเพื่อนสนิท ทั้งที่ห่างหายกันไปนาน เธอพูดตกปากรับคำ "ได้ดิ ไว้เจอกันนะ ขับรถดี ๆ ล่ะ!" ทางฝั่งของปลื้ม ยามค่ำคืนที่ผับของญาติธาวิน บรรยากาศเต็มไปด้วยแสงสีและเสียงดนตรี ผู้คนในร้านต่างพูดคุยหัวเราะเสียงดังแข่งกับเสียงดนตรี ไม่ต่างจากโต๊ะของสามหนุ่มสุดฮอตตัวอันตรายอย่างธาวิน คิงและปลื้ม คิงกระดกแก้วเบียร์ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม "กูว่า...ผักกาดเหมือนจะมีใจให้มึงเลยว่ะ" ปลื้มยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ สีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงอาการตกใจเลยสักนิด แถมยังตอบกลับสั้น ๆ "อืมม..." ธาวินเลิกคิ้วมองเพื่อนอย่างจับผิด "แล้วมึงไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ?" ปลื้มไหวไหล่ ท่าทางเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก "ให้กูทำห่าอะไรวะ เธอมาชอบกูเอง แต่กูไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเธอหรอกนะ" คิงขมวดคิ้ว มองปลื้มอย่างไม่ชอบใจ "อะไรของมึงวะ อย่าบอกนะว่ามึงจะกั๊กเธอไว้ใกล้ตัวเฉย ๆ" ปลื้มกระตุกยิ้มมุมปาก "ก็ไม่ได้บังคับให้เธอชอบกูนิ ผักกาดมาชอบกูเอง จะให้กูทำยังไง ถ้ากูต้องตอบตกลงกับคนที่ชอบทั้งหมด กูคงจำชื่อทั้งหมดไม่ได้" ปลื้มพูดขำ ๆ ราวกับเป็นเรื่องตลกเสียเต็มประดา ธาวินที่ได้ฟังก็ไม่พอใจ เขาวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงหนักกว่าเดิม "มึงมันเห็นแก่ตัวว่ะ" ปลื้มเอนตัวพิงพนักโซฟา สายตาฉายแววเจ้าเล่ห์ขณะจ้องกลับไปที่เพื่อนอย่างไม่สะทกสะท้าน "แล้ว?" "แล้วอะไรของมึง มึงไม่คิดหน่อยเหรอว่าผักกาดจะรู้สึกยังไง ถ้ารู้ว่าสุดท้ายแล้วมึงไม่ได้คิดอะไรเลย?" ธาวินพูดเสียงเครียด คิงพยักหน้าเสริม "ใช่ แล้วถ้ามึงแค่ปล่อยให้เธอชอบไปแบบนั้น สุดท้ายเธอเป็นฝ่ายเจ็บเอง มึงไม่รู้สึกผิดหน่อยเหรอ" ปลื้มหมุนแก้วเหล้าในมือ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ "ถ้าเธอเป็นฝ่ายชอบเอง ก็ต้องรับมือเองได้สิ กูเกี่ยวอะไรด้วยวะ ใครใช้ให้มาชอบ!"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD