"ห้ามจับนะ!" ผักกาดร้องเสียงหลง ก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมากอดไว้แน่น มือบางยกขึ้นจับตุ๊กตาตัวนั้นอย่างหวงแหน สีหน้าเริ่มขึ้นสีเล็กน้อยแต่ไม่รอดสายตาของเพื่อนทั้งสองคนไปได้
คิงกับธาวินหันมาสบตากันอีกครั้ง ก่อนที่คิงจะยื่นหน้าเข้าไปถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
"หวงขนาดนี้... หรือว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นของใครบางคนให้มา"
"เออว่ะ ต้องมีหนุ่มให้มาแน่ ๆ!" ธาวินเสริมขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นผักกาดหน้าแดงก็ยิ่งสนุก ยิ่งอยากแกล้ง
เขายักคิ้วพลางกระตุกยิ้มขี้เล่น "มีอะไรปิดบังพวกกูอยู่รึเปล่า ยัยแว่น?"
ผักกาดสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบปฏิเสธเสียงแข็ง
"บะ...บ้า! ไม่มีใครให้มาทั้งนั้น! มะ...ไม่มีความลับอะไรทั้งนั้นแหละ!" เธอเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก ริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างอาย ๆ พลางก้มลงจดเลคเชอร์แทบจะทันที แม้ว่าอาจารย์จะเพิ่งเข้ามาแล้วยังไม่ได้พูดอะไรก็ตาม ท่าทางพยายามกลบเกลื่อนเต็มที่
แต่สองหนุ่มไม่ได้หลงกลง่าย ๆ
คิงและธาวินหันมามองหน้ากันยิ่งเห็นท่าทางเลิ่กลั่กก็พาให้คิดไปในทางเดียวกันว่าตุ๊กตาตัวนี้ยัยแว่นต้องได้มาจากหนุ่มคนไหนแน่ ๆ
"ไม่มีใครให้ แล้วจะหน้าแดงทำไม?" คิงแซวต่อพร้อมยิ้มมุมปาก
"ใช่ ๆ ไม่มีความลับแล้วทำไมต้องทำท่าเลิ่กลั่กใส่พวกกูด้วยวะ" ธาวินตามน้ำอย่างสนุก
ผักกาดเงยหน้าขึ้นมาถลึงตาใส่เพื่อนทั้งสอง ก่อนจะเถียงกลับเสียงแข็ง
"จะ บะ..บ้าเหรอ เลิ่กลั่กตรงไหน เราปกติ!"
"เหรออออ?"
ทั้งคิงและธาวินลากเสียงยาวพร้อมกันอย่างรู้ทัน ทำให้สาวแว่นส่งค้อนวงใหญ่
"พวกบ้า!"
สองหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ทิ้งให้ผักกาดนั่งหน้าแดงจัดอยู่คนเดียว มือยังกอดกระเป๋าแน่น ราวกับว่าถ้าปล่อยให้พวกเขาเห็นตุ๊กตาตัวนี้มากกว่านี้ล่ะก็ มีหวังเธอโดนแซวจนไม่มีที่ยืนแน่!
หลังเลิกเรียน ผักกาดกำลังจะเดินกลับหอพักแต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เธอชะงัก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นชื่อควีนปรากฏบนหน้าจอ หลังจากเจอกันวันนั้นโดยบังเอิญพวกเธอก็ไม่ลืมที่จะแลกคอนแทรคกัน
"ฮัลโหล ว่าไงควีน" ผักกาดรีบกดรับสายทันที
"เรียนเสร็จยัง?" ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงสดใส
"เพิ่งเรียนเสร็จ กำลังจะกลับหอพอดี" ผักกาดตอบ
"ดีจัง งั้นก็ว่างแล้วดิ ไปเดินช็อปปิ้งกัน!"
ผักกาดเงียบไปครู่หนึ่ง พลางคิดว่าวันนี้มีอะไรต้องทำไหม พอคิดไปว่าวันนี้เธอไม่มีรายงานที่ต้องทำส่งเธอก็ตอบตกลง
"ได้สิ วันนี้ไม่มีงานที่อาจารย์พอดี"
"โอเคเริ๊ด! งั้นเดี๋ยวไปรับ แป๊บเดียวถึงรอเลย" ควีนพูดจบก็วางสายไป
ไม่นานนัก รถยนตร์คันหรูของควีนก็มาจอดเทียบหน้าคณะ ดวงอาทิตย์ยามบ่ายสะท้อนลงบนตัวรถเงาวับ ทำให้มันดูโดดเด่นราวกับซีนเปิดตัวนางเอกในภาพยนตร์
เมื่อประตูรถถูกผลักออก หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวหุ่นนางแบบก็ปรากฏตัวขึ้น ในตอนที่เธอก้าวลงจากรถด้วยท่าทีมั่นใจ ก็ยิ่งเรียกสายตาได้เป็นอย่างดี
วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตครอปสีขาวและกางเกงเอวสูงสีดำที่ดูเข้ากันอย่างลงตัว ไม่ต้องพูดถึงรองเท้าส้นสูงปรี๊ดที่เธอสวม ยิ่งช่วยเสริมบุคลิกให้เธอดูสง่างามยิ่งขึ้น
ใบหน้าสวยภายใต้กรอบแว่นตาดำแบรนด์หรูสะกดสายตาจนผู้คนตะลึงเลยทีเดียว
เธอทั้งสวยและมีเสน่ห์ ไม่ต้องทำอะไรมากมาย แค่เธอลงจากรถสวย ๆ แล้วยืนอยู่ตรงนั้นก็สามารถเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้ราวกับแม่เหล็กดึงดูด จนทำให้ผักกาดที่ยืนรออยู่ถึงกับต้องถอนหายใจเบา ๆ ไม่อยากส่องกระจกดูตัวเองเลย
กลัวตกใจ!
"เฮ้! ทางนี้" ควีนที่มองหาผักกาดพอเห็น ก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ผักกาดเดินมา
ผักกาดเดินเข้าไปหาควีนแล้วพูดขึ้น
"ควีน เปิดตัวแรงมาก เล่นเอาผู้ชายแถวนี้หันกันคอแทบเคล็ดเลยนะ" อดไม่ได้ที่จะแซว
ควีนยิ้มบางหันไปมองผู้คนรอบกายที่มองเธออยู่ ริมฝีบางคลี่ยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ อีกนิดนึงคงยกมือโบกราวกับนางงามแล้ว
"ก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นนี่นา" เป็นคำพูดที่ตรงข้ามกับการกระทำมาก ผักกาดแย้งในหัว จากนั้นทั้งสองก็ขึ้นรถ
ควีนปรายตามองเพื่อนที่นั่งยิ้มมาตลอดทาง เหมือนกับคนมีเรื่องดี ๆ ก่อนจะเอ่ยแซว "แล้วแกอ่ะ ทำไมดูแกอารมณ์ดีจัง?"
ผักกาดหัวเราะออกมา ไม่คิดเลยว่าการที่เธอยิ้มมาก ในวันนี้จะทำเอาเพื่อน ๆ พากันแปลกใจทั้งคิงทั้งธาวินแล้วยังจะควีนอีก แต่เธอก็ไม่คิดอะไร แถมยังพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีอย่างที่เพื่อนแซวนั่นแหละ
"พอดีมีเพื่อนสนิทซื้อของที่อยากได้มาให้ นี่ไง น่ารักป่ะ!" ไม่พูดเปล่ามือบางจับไปที่ตุ๊กตาตัวจิ๋วน่ารักชูให้เพื่อนดูแล้วยิ้มกว้าง
ควีนมองตุ๊กตาที่ห้อยกระเป๋าของเพื่อนสาว ก่อนจะยิ้มออกมา "หืม...เพื่อนจริงเหรอ ไม่ใช่ว่าเป็น‘คนพิเศษ’ ล่ะ"
ผักกาดรีบโบกมือปฏิเสธทันที "ไม่ใช่ ๆ คนพิเศษอะไรกัน เพื่อนกัน"
ควีนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้ทันเพราะเธอผ่านเรื่องพวกนี้มาเยอะแล้ว "แกชอบเขาใช่ไหมล่ะ เพื่อนคนที่ซื้อตุ๊กตาตัวนี้มาให้น่ะ"
ผักกาดสะดุ้งรีบปฏิเสธลิ้นพันกัน มือไม้ยกขึ้นโบกกลางอากาศไปมา "บะ...บ้า พูดอะไรของแก ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย"
ควีนแกล้งทำสีหน้าครุ่นคิด "แสดงว่าคน ๆ นั้นต้องเก่งมากพอตัวเลยนะ ที่ทำให้คนที่ไม่ค่อยสนใจผู้ชายแบบแกหวั่นไหวได้"
"ฉันไม่ได้ชอบซะหน่อย เขาเป็นแค่เพื่อนเฉย ๆ ถึงยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้หรอก" ผักกาดรีบพูดออกมาแต่สีแดงระเรื่อที่ไล่ขึ้นจากแก้มจนถึงใบหูนั้นกลับไม่สามารถโกหกได้
ควีนยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน "เอาน่า อย่าเพิ่งหมดหวังสิ ลองพยายามให้เต็มที่ก่อน บางที มันอาจจะเป็นไปได้ก็ได้นะ ไม่ลองไม่รู้ไง" ควีนพูดยุ
ผักกาดถอนหายใจ แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับคำแนะนำของเพื่อน
หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็เดินช็อปปิ้งด้วยกันตามประสาสาว ๆ คุยเล่นกันอย่างออกรส จนกระทั่งควีนขับรถมาส่งผักกาดที่หน้าหอพัก ก่อนที่เธอจะปล่อยให้เพื่อนสาวลงจากรถ ควีนก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฉันชอบอยู่กับแกนะ รู้สึกสบายใจดี ไว้ว่าง ๆ ค่อยไปเที่ยวกันอีกนะ"
ผักกาดยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายที่ควีนยังเห็นเธอเป็นเพื่อนสนิท ทั้งที่ห่างหายกันไปนาน เธอพูดตกปากรับคำ
"ได้ดิ ไว้เจอกันนะ ขับรถดี ๆ ล่ะ!"
ทางฝั่งของปลื้ม
ยามค่ำคืนที่ผับของญาติธาวิน บรรยากาศเต็มไปด้วยแสงสีและเสียงดนตรี ผู้คนในร้านต่างพูดคุยหัวเราะเสียงดังแข่งกับเสียงดนตรี ไม่ต่างจากโต๊ะของสามหนุ่มสุดฮอตตัวอันตรายอย่างธาวิน คิงและปลื้ม
คิงกระดกแก้วเบียร์ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม
"กูว่า...ผักกาดเหมือนจะมีใจให้มึงเลยว่ะ"
ปลื้มยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ สีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงอาการตกใจเลยสักนิด แถมยังตอบกลับสั้น ๆ
"อืมม..."
ธาวินเลิกคิ้วมองเพื่อนอย่างจับผิด "แล้วมึงไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ?"
ปลื้มไหวไหล่ ท่าทางเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก "ให้กูทำห่าอะไรวะ เธอมาชอบกูเอง แต่กูไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเธอหรอกนะ"
คิงขมวดคิ้ว มองปลื้มอย่างไม่ชอบใจ "อะไรของมึงวะ อย่าบอกนะว่ามึงจะกั๊กเธอไว้ใกล้ตัวเฉย ๆ"
ปลื้มกระตุกยิ้มมุมปาก "ก็ไม่ได้บังคับให้เธอชอบกูนิ ผักกาดมาชอบกูเอง จะให้กูทำยังไง ถ้ากูต้องตอบตกลงกับคนที่ชอบทั้งหมด กูคงจำชื่อทั้งหมดไม่ได้" ปลื้มพูดขำ ๆ ราวกับเป็นเรื่องตลกเสียเต็มประดา
ธาวินที่ได้ฟังก็ไม่พอใจ เขาวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงหนักกว่าเดิม "มึงมันเห็นแก่ตัวว่ะ"
ปลื้มเอนตัวพิงพนักโซฟา สายตาฉายแววเจ้าเล่ห์ขณะจ้องกลับไปที่เพื่อนอย่างไม่สะทกสะท้าน
"แล้ว?"
"แล้วอะไรของมึง มึงไม่คิดหน่อยเหรอว่าผักกาดจะรู้สึกยังไง ถ้ารู้ว่าสุดท้ายแล้วมึงไม่ได้คิดอะไรเลย?" ธาวินพูดเสียงเครียด
คิงพยักหน้าเสริม "ใช่ แล้วถ้ามึงแค่ปล่อยให้เธอชอบไปแบบนั้น สุดท้ายเธอเป็นฝ่ายเจ็บเอง มึงไม่รู้สึกผิดหน่อยเหรอ"
ปลื้มหมุนแก้วเหล้าในมือ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ
"ถ้าเธอเป็นฝ่ายชอบเอง ก็ต้องรับมือเองได้สิ กูเกี่ยวอะไรด้วยวะ ใครใช้ให้มาชอบ!"