มังกรยืนพิงผนังหน้าห้องน้ำอยู่อีกครู่หนึ่ง ประตูห้องบานใหญ่ของห้องพักสโมสรก็ถูกเปิด พร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนสนิทของเขาอีกสองคน
เดรกเดินนำเข้ามาด้านในพร้อมกับนับหนึ่งที่เดินตามเข้ามาไม่ห่าง ทั้งคู่ชะลอฝีเท้าลงพร้อมกันก่อนจะปล่อยมือที่เกาะกุมกันไว้ออกเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นมังกรที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
“มึงมายืนทำอะไรตรงนี้วะ”
เดรกถามขึ้นเสียงเรียบ มังกรเหลือบมองเพื่อนแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบสั้น ๆ แสร้งทำเป็นเหมือนว่าเขาไม่ได้เห็นอะไรก่อนหน้านี้
“รอคน”
นับหนึ่งขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ พร้อมสายตาเลื่อนไปหยุดที่ประตูห้องน้ำซึ่งเสียงดังลอดออกมา บ่งบอกชัดว่ามีใครบางคนอยู่ด้านใน ทั้งที่ปกติแล้วในห้องนี้ไม่เคยมีใครเข้ามานอกจากพวกเขา ดวงตากลมโตจึงหันกลับไปมองที่มังกรอีกครั้ง
“ใคร? เวนิสเหรอ...เคลลีย์อยู่สนามขี่ม้านิ”
“…”
มังกรยังไม่ทันตอบกลับ ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพอดี ใยบัวก้าวออกมาอย่างช้า ๆ สีหน้าซีดกว่าปกติเล็กน้อย มือหนึ่งยังถือห่อถุงพลาสติกแน่น เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย
เดรกกับนับหนึ่งหันกลับมามองหน้ากันแวบหนึ่ง กับการปรากฏตัวของร่างเล็กที่เดินออกมาด้วยสายตามึนงงปนตกใจ มังกรขยับตัวออกจากผนัง เดินเข้าไปยืนข้างเธอแทบจะทันที
“เป็นไงบ้าง ปวดท้องไหมคะ”
เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบ ๆ เป็นโทนเสียงที่เขาไม่เคยใช้พูดกับใครมาก่อน มันเต็มไปด้วยความห่วงใย ที่ทำเอาเพื่อนสนิททั้งสองคนถึงกลับเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ว่าได้เห็นมุมนี้ของคนตัวโตที่รู้จักกันมาทั้งชีวิต
“ดีขึ้นแล้วค่ะ”
นิ้วเรียวเล็กเขียนตัวอักษรลงบนมือหน้าช้า ๆ อีกครั้ง เพื่อตอบกลับชายหนุ่มที่วันนี้ช่วยเธอเอาไว้ตั้งหลายอย่าง
“ไปนั่งก่อน พี่จะเตรียมกระเป๋าน้ำร้อนให้”
มังกรพยักหน้ารับ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพราะหลังจากที่เผลอดีใจคิดว่าเธอยอมพูดกับเขาแล้ว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเธอใช้วิธีการเขียนเพื่อสื่อสารกับเขาไม่ต่างจากเดิม จะมีเปลี่ยนไปก็แค่ครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาเขาด้วยตัวเอง
“น้องรหัสนายไม่สบายเหรอ”
นับหนึ่งเลือกจะเอ่ยถามเพื่อนของตัวเองแทน หลังจากที่ได้เห็นการสื่อสารนั้นก็แอบรู้สึกแปลกใจไม่น้อย แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะถามออกไปตรง ๆ
“เป็นวันนั้นของเดือน”
“อ้อ ให้ช่วยอะไรไหม”
“ไม่เป็นไร กูจะเตรียมทุกอย่างแล้ว เดียวไปเอากระเป๋าน้ำร้อนให้น้องก่อน”
เดรกไอแห้ง ๆ หนึ่งที ก่อนจะหันไปมองนับหนึ่งอย่างเงียบ ๆมองดูความอบอุ่นและความใส่ใจเล็ก ๆ ระหว่างมังกรและหญิงสาวรุ่นน้อง ก่อนจะกดอัดบันทึกหน้าจอส่งเข้าไปในแชทกลุ่ม
ใยบัวนั่งพิงพนักโซฟา พร้อมกับพยายามขยับไปนั่งติดมุมฝั่งหนึ่งของโซฟาให้มากที่สุด เพื่อลดการเป็นจุดสนใจ แต่ความปวดหน่วงที่บริเวณท้องน้อยกำลังเล่นงานเธออย่างหนัก ทำให้หญิงสาวยกมือขึ้นกุมกระเป๋าน้ำร้อนที่บริเวณท้องน้อยเบา ๆ แทน ความอบอุ่นทั้งจากคนตัวโตและความอุ่นร้อนนิด ๆ จากกระเป๋าน้ำร้อนทำให้ใยบัวรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
หลังจากจัดการเรื่องกระเป๋าน้ำร้อนให้คนตัวเล็กเสร็จ มังกรก็เลือกจะเดินออกมาเพื่อดูถุงยา แต่สายตายังคอยเหลือบมองเธอเป็นระยะ
เพล้ง!!!
เสียงกระแทกดังสนั่นขึ้นอย่างไม่มีสัญญาณเตือน พร้อมกับลูกบอลที่พุ่งทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาในห้อง ไม่ไกลจากจุดที่มังกรยืนเตรียมยาอยู่
เศษกระจกแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ กระเด็นกระทบพื้นเสียงดังสะท้อนไปทั่วทั้งบริเวณ จนทำให้คนในห้องต่างพากันตกใจ
“เฮ้ย! เตะมาทำเหี้ยอะไรแบบนี้ว่ะ”
เดรกสบถเสียงดังโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเอาตัวเองมาโอบนับหนึ่งเอาไว้เพราะกลัวจะโดนเศษกระจก ขณะที่ใยบัวสะดุ้งสุดตัว ร่างเล็กชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สองมือเรียวบางที่ถือกระเป๋าน้ำร้อนสั่นระริกอย่างไม่สามารถควบคุมได้
แต่ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งสติได้ มังกรก็รีบวิ่งไปหาคนตัวเล็กทันที ทั้งที่เขาคือคนที่อยู่ใกล้จุดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด
“เป็นไงบ้าง บาดเจ็บตรงไหนไหม”
น้ำเสียงทุ้มยังคงนิ่งเรียบ หากแต่กลับแฝงความร้อนรนซ่อนอยู่ลึก ๆ เขากวาดสายตาสำรวจร่างกายของหญิงสาวอย่างละเอียด ราวกับกลัวว่าจะมีบาดแผลตรงไหนที่หลุดรอดสายตาไป โดยไม่สนใจเลยว่าแขนของตัวเองกำลังมีเลือดซึมออกมาเป็นทางเล็ก ๆ จากรอยบาดกระจกที่กระเด็นใส่
“ไม่เอานะ อย่าเป็นอะไรนะ”
ใยบัวส่ายหน้าช้า ๆ พร้อมกับเปล่งเสียงออกมาอย่างสั่นเครือ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ ก่อนจะพูดประโยคเดิมออกมาซ้ำ ๆ ออกมาทั้งน้ำตาราวกับคนที่สติหลุดและไม่รับรู้สิ่งรอบข้างอีกแล้ว
“บัวจะไม่พูดแล้ว จะไม่พูดกับใครอีกแล้ว” เสียงของใยบัวสั่นเครือจนฟังแทบไม่เป็นภาษา
“ใยบัว มองหน้าพี่ ได้ยินพี่ไหมครับ” มังกรก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามสบตาเธอ แล้วค่อยพูดออกมาช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
“ฮึก...บัวจะไม่พูดแล้ว ไม่เอาแล้ว”
เธอส่ายหน้าระรัว น้ำตายังคงไหลไม่หยุด ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นบาดแผลที่มีเลือดไหลซึมบนแขนแกร่ง ก็ยิ่งทำให้สติและอาการของใยบัวแย่ลงมากกว่าเดิม
“ใยบัวครับ มองหน้าพี่ แล้วใจเย็น ๆ ดูสิไม่มีใครเป็นอะไร”
มังกรใช้สองมือประคองใบหน้าเล็กให้เงยหน้ามองสบตาเขา ก่อนดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดเอาไว้แน่น
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุดของหญิงสาว ก่อนจะพยายามปลอบประโลมให้ใยบัวได้รู้ว่าเขายังอยู่ข้าง ๆ ตรงนี้
มันเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนี้กันนะ ทำไมเธอถึงดูหวาดกลัวและเจ็บปวดจนแตกสลายได้ขนาดนี้
คนตัวโตก้มมองร่างเล็กในอ้อมแขนที่ยังคงสั่นสะท้านไม่หยุด เสียงสะอื้นยังดังสะท้อนไปทั่วห้อง ในขณะที่เดรกกับนับหนึ่งได้แต่มองภาพตรงหน้าด้วยความสงสารจับใจ
“ไม่เป็นไร…พี่อยู่นี่”
เขากดเสียงทุ้มต่ำลง มองใยบัวที่ส่ายหน้าช้า ๆ อยู่แบบนั้นสักพักใหญ่ จนเหลือเพียงเสียงสะอื้นดังสลับกับลมหายใจที่ขาดเป็นห้วง ๆ ไม่เป็นจังหวะ
“ใยบัว…”
มังกรเอ่ยเรียกหญิงสาวเบา ๆ มือที่ลูบแผ่นหลังของเธอชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรับรู้ถึงน้ำหนักของร่างเล็กที่เอนลงมาเต็มที่ในอ้อมแขน
เสียงสะอื้นที่เคยมีเงียบหายไป แต่ร่างกายกลับอ่อนแรง ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก
“ใยบัว!”
มังกรเรียกชื่อเธอดัง ก่อนจะรีบประคองใบหน้าที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ใยบัว...ได้ยินพี่ไหมครับ”
“…”
ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีเสียงตอบกลับ ดวงตากลมที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวปิดสนิท ความกังวลค่อย ๆ ไต่ขึ้นระดับเพิ่มมากขึ้นทุกวินาที มังกร ความร้อนใจเริ่มทำให้เขาอยู่ไม่สุข
“ไอ้เดรก เอารถออก!”
มังกรแผดเสียงดังลั่น เดรกรีบคว้ากุญแจพร้อมดึงมือนับหนึ่งตรงไปที่รถทันที เพราะสถานการณ์ตรงหน้าแย่ลงมากกว่าที่คิด
มังกรอุ้มใยบัวขึ้นแนบอก แขนแข็งแรงประคองร่างที่อ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว พาเธอก้าวขึ้นรถอย่างระวัง ปล่อยให้เดรกนั่งตำแหน่งคนขับ ส่วนตัวเองยังคงกอดเธอไว้ไม่ห่าง
ศีรษะเล็กซบอยู่บนไหล่เขา ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับเพื่อตอบสนอง
“พี่อยู่นี่นะ…ไม่เป็นไรแล้ว”
เขาก้มลงกระซิบชิดข้างหู เสียงเบาและสั่นเล็กน้อย ทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ได้ยิน แต่เขาก็ยังโอบกอดเธอเอาไว้แน่น
“นายเอาผ้าปิดบาดแผลที่แขนก่อนไหม เลือดจะได้หยุดไหล”
นับหนึ่งที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับหันกลับมาถามมังกรด้วยความเป็นห่วง เพราะไม่ใช่แค่ใยบัวที่กำลังแย่ แต่เพื่อนเขาเองก็ไม่ต่างกัน
“ไม่เป็นไร ทำแผลที่โรงพยาบาลเลยทีเดียว”
“…”
“ไอ้เดรก มึงขับรถให้เร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมวะ”
“เอ่อ ๆกูก็รีบสุดแล้ว”
มังกรเลือกจะละทิ้งความสนใจจากทุกอย่าง แม้กระทั่งบาดแผลของตัวเอง เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือความปลอดภัยของคนในอ้อมแขนเท่านั้น
สายตาของมังกรจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าซีดของใยบัวตลอดเวลา หัวใจหนักอึ้งทุกครั้งที่เห็นเธออยู่ในสภาพแบบนี้
ในหัวของเขามีแต่คำถามซ้ำ ๆ ผู้หญิงคนนี้ต้องเคยเจอกับอะไรมา ถึงได้มีอาการหวาดกลัวมากขนาดนี้ เขาเคยคิดว่าเธอพูดได้แค่ยังไม่อยากพูดกับเขา เขาแค่รู้สึกว่าเธอขี้กลัว แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นวันนี้มันทำให้เขาต้องคิดใหม่
เขาต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ใยบัวเลือกจะปิดกั้นตัวเองจากทุกคนรอบข้างทั้งหมด
มันเกิดอะไรขึ้นเธอถึงได้ดูเจ็บปวดและแตกสลายจนเป็นบาดแผลฝังใจแบบนี้
แต่ไม่ว่าจะยังไง เขาจะไม่ยอมให้เธอต้องเจอกับเรื่องแบบนั้นอีก เพราะเขาตัดสินใจแล้วที่จะพาเธอก้าวข้ามผ่านเรื่องราวพวกนั้นไปให้ได้ และเขาจะเป็นคนปกป้องผู้หญิงคนนี้เอง