พลัดพราก

2320 Words
ตลาดคารวยสุข “แม่...เข้าไปพักก่อนก็ได้จ๊ะ คนเริ่มน้อยแล้วเดียวหนูเฝ้าหน้าร้านเอง” “บัวนั้นละ ไปอ่านหนังสือเถอะลูก เดียวจะเปิดเทมอแล้วไม่ใช่เหรอ” เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของใยบัวเด็กสาวตัวเล็ก ส่งยิ้มหวานให้คนเป็นแม่ พร้อมกับจัดเรียงผลไม้บนแผงให้สวยงาม ง่ายต่อการเลือกซื้อ ภาพของสองแม่ลูกที่ช่วยกันจัดร้านด้วยรอยยิ้มสดใส ดูจะเป็นภาพชินตาของเหล่าพ่อค้าแม่ขายในตลาด เพราะใคร ๆ ต่างก็เอ็นดูใยบัวที่เป็นเด็กขยัน เรียนดี ช่วยแม่ทำมาหากิน อีกทั้งล่าสุดเธอยังสอบติดมหาลัยชื่อดัง แถมยังได้ทุนการศึกษาจนเรียนจบเพราะคะแนนสอบสูงเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วย โครม! ถังน้ำขนาดไม่ใหญ่นักถูกโยนลงมาใส่กลางแผงผลไม้ พร้อมกับหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามายืนเท้าเอวชี้หน้าเธอกับแม่เสียงดังลั่น จนกลุ่มคนและเหล่าพ่อค้าแม่ค้าหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ๊หงส์ คุณนายเจ้าของร้านทองในตลาด ถึงได้มาโวยวายที่แผงผลไม้เล็ก ๆ ในตลาด “นี่อีพราว มีเวลาก็หัดสั่งสอนลูกตัวเองด้วยนะ อย่าคิดริอาจมาจับลูกชายฉัน เป็นแค่ลูกคนขายผลไม้จน ๆ ริอาจใฝ่สูงอยากได้ลูกชายเจ้าของร้านทอง” เจ๊หงส์ แม่ของเก่งยืนเท้าสะเอวมองสองแม่ลูก ใบหน้าแดงจัดพร้อมกับตะโกนด่าเธอกับแม่ด้วยคำหยาบคาย เสียงดังลั่นตลาดอย่างจงใจ ก่อนจะกลอกตามองบนแล้วเบะปากพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ “สงสัยจะแรดได้แม่” “...” เจ๊หงส์ปลายตามองเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นแม่ที่เข้ามาปกป้อง ก่อนจะเบะปากให้ทั้งสองคนอย่างเหยียดหยามแบบไม่ปิดบัง แม้ความจริงเจ๊หงส์รู้อยู่แล้วว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเอง แอบมาคบหาดูใจกับเด็กสาวตรงหน้า แต่ที่ผ่านมาเธอยอมเงียบปากไม่พูดอะไร เพราะแอบหวังให้อีกฝ่ายช่วยติวหนังสือให้ลูกเธอสอบเข้ามหาลัยได้ก็เท่านั้น แต่ในเมื่อผลสอบประกาศออกแล้วว่าลูกชายเธอสอบติดมหาลัยดังเช่นที่หวัง ก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ เก่ง มาคบค้าสมาคมกับลูกแม่ค้าขายผลไม้อีกต่อไป “จะบอกอะไรให้นะ ฉันหาผู้หญิงดีดีที่เหมาะสมสำหรับเก่งไว้แล้ว! เธอเป็นแค่เด็กขายผลไม้ อย่าได้คิดฝันว่าฉันจะยอมรับมาเป็นสะใภ้!” คำดูถูกถากถางพวกนั้นฟาดเข้ากลางอกของใยบัวจนลมหายใจสะดุด เธอสบตาแม่ที่ยืนโอบกอดปกป้องเธอด้วยน้ำตา ความรู้สึกเจ็บปวดยิ่งบีบหัวใจเด็กสาวรุนแรงเข้าไปอีก “แล้วที่ผ่านมาเด็กสองคนเขาคบกัน เจ๊หงส์ก็รู้เรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่พอใจทำไมถึงไม่ออกมาพูดตั้งแต่แรก ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กคบกันมาตั้งนาน แล้วมาด่าทอกันแบบนี้” พราวเอ่ยถามออกไปอย่างตรง ๆ ไม่ได้คิดจะมีเล่ห์เหลี่ยมหรือบิดพลิ้วใด ๆ เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมทางฝ่ายชายไม่ออกมาพูดอะไรตั้งแต่แรกแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ คบกันมานานถึงสองปี “ระ รู้เรื่องอะไร ฉันไม่เคยรู้ ไม่เคยยอมรับ อย่ามาพูดมัว ๆ นะ” เจ๊หงส์เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ สายตาแอบชำเลืองมองชาวบ้านที่เริ่มมามุ่งดู ก่อนมีเสียงกระซิบจากกลุ่มคนว่าที่ผ่านมามีใครในระแวงนี้ไม่รู้บ้างว่าเด็กสองคนนี้คบกัน จนทำให้เจ๊หงส์เริ่มอับอาย ทำหน้าไม่ถูก และกลัวจะมีคนรู้ว่าเธอ แค่หาข้ออ้างให้เด็กสองคนนี้เลิกกัน “แม่ มาทำอะไร...หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงทุ้มที่แสนคุ้นหูของชายหนุ่มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของเก่งที่วิ่งมาหยุดยืนตรงหน้า ลมหายใจหอบเหนื่อยจากการวิ่งมาด้วยความเร็วติดต่อกันหลายนาที จนเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม หลังจากที่รู้ว่าแม่ของเขามาที่นี่เพื่อหาเรื่องครอบครัวของใยบัว ใยบัวหันไปสบตาเขา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาสีใส ใบหน้าฉายภาพความเจ็บปวด ริมฝีปากบางเม้มแน่น เนื้อตัวสั่นเทา ท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ จนทำอะไรไม่ถูก เก่งเดินก้าวเข้ามาใกล้แฟนสาว เขาหน้ามองใยบัวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย “บัวไม่เป็นไรนะ เก่งมาแล้ว” “...” “เราจะคุยกับแม่เอง เราจะไม่ให้ใครมาว่าบัวกับแม่อีก เชื่อเรานะ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาติดสั่นเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของแฟนสาวกำลังคิดอะไรอยู่ หัวใจของเธอคงแตกสลายและเจ็บปวดที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่เก่งก็หวังแค่เพียงว่าใยบัวจะยังสู้อยู่ข้าง ๆ กัน ไม่ยอมแพ้ แล้วทิ้งเขาไป ไม่งั้นเขาคงอยู่ต่อไปไม่ได้จริง ๆ เก่งมองดวงตากลมโตอย่างมีความหวัง ผิดกับใยบัวที่มองเขากลับมาด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างไร หรือต้องพูดแบบไหน ใยบัวไม่อยากให้แม่ต้องมาถูกด่า หรือต้องโดนดูถูกต่อหน้าคนทั้งตลาดแบบนี้ ทว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือเธอก็มองไม่เห็นทางออกของเรื่องนี้เลย เธอรักเก่ง แต่หากว่าความสัมพันธ์นี้ยังเดินหน้าต่อไป เธอจะรับมือกับครอบครัวของเขาได้ยังไง หญิงสาวถอนหายใจลากยาว ริมฝีปากสั่นไหวและหัวใจที่แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี “เก่ง…บัวไม่อยากให้แม่ต้องถูกด่าอีก บัวสงสารแม่…บัวไม่อยากเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายนี้” คำพูดที่เปล่งออกมาคมราวกับใบมีดที่กำลังบาดลึกหัวใจของชายหนุ่ม เพราะในชีวิตของเขาที่ถูกพ่อแม่ตีกรอบ บีบบังคับมาตลอดทั้งชีวิตจนไม่เป็นตัวเองเลยสักวัน ชีวิตของของไม่ต่างอะไรกับโลกสีเทา ๆ ที่ไร้ซึ่งความสุข จนกระทั่งมาเจอกับใยบัว ผู้หญิงที่เข้ามาแต่งเติมสีสันให้โลกของเขาให้เปลี่ยนไป และเริ่มกลับมามีความสุขอีกครั้ง แต่ตอนนี้เขากำลังจะเสียความสุขนั้นไปอย่างไม่เต็มใจ “บัวอย่าพูดแบบนั้น เก่งอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีบัว” เก่งยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ยิ้มแบบคนที่ยังเชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่ทิ้งเขาไปไหน มือของเขายื่นออกมาจับแขนเธออย่างสุดแรง หวังจะเอื้อมมือไปขว้าคนตรงหน้ามากอดไว้ แต่ปลายนิ้วของเขากลับสัมผัสได้เพียงผ้ากันเปื้อนของเธอที่ก้าวถอยหลังหนีออกไป “รู้ตัวก็ดี ออกไปจากชีวิตลูกชายฉันซะ” คนเป็นแม่เดินเข้าไปดึงรั้งลูกชายของตัวเองออกมา ก่อนจะตะโกนตอกย้ำหญิงสาวและแม่ของเธออีกครั้ง ว่าการเลิกลาและจบความสัมพันธ์นี้เป็นสิ่งที่ครอบครัวเขาต้องการ “แม่พูดอะไร หยุดพูดไปเลยนะ” เก่งตะโกนบอกแม่ตัวเองสุดเสียง ด้วยความรู้สึกหวาดกลัวจับใจ กลัวว่าคนตรงหน้าจะทิ้งเขาไปจริง ๆ “ระ...เราเลิกกันเถอะนะ” น้ำเสียงราบเรียบเย็นวาบเข้าไปในหัวใจคนฟัง เธอพูดด้วยจังหวะสั้น ๆ พยายามบังคับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ในใจกลับพังทลายไม่ต่างกัน ไหนใครบอกว่าคนบอกเลิกก่อนจะไม่เจ็บ...แต่ทำไมเธอถึงเจ็บเหมือนคนจะขาดใจแบบนี้ละ ความเจ็บปวดที่บีบรัดหัวใจแน่นจนหายใจแทบไม่ออก แม้แต่มือเรียวบางที่กำไว้ข้างตัวสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เก่งหันมองเธอช้าๆ ความเงียบเข้ามาปกคลุมทันที เขาหัวเราะสะอื้นออกมาอย่างคนที่แตกสลาย เหมือนความสดใสเพียงอย่างเดียวในชีวิตของเขากำลังจะหายไปต่อหน้าต่อหน้า “เก่ง…รักบัวนะแล้วบัวละ รักเก่งไหม” “…” “บอกคำนั้นให้เก่งฟังเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า” “…” ใยบัวได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรพูดมันออกไปไหม หากเธอทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายตัดใจไม่ได้หรือเปล่า หากเป็นแบบนั้นแม่ของเขาก็คงไม่ยอม เพราะถึงยังไงเรื่องของเรามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว “เก่งเข้าใจแล้ว แต่บัวจำไว้นะเก่งจะอยู่ข้างบัวเสมอไม่ว่าบัวจะอยู่ที่ไหน อย่ากังวลใจแล้วใช้ชีวิตตัวเองต่อไปอย่างมีความสุขนะ” เก่งเดินถอยออกจากแผงผลไม้ แล้วส่งยิ้มให้เธออย่างที่เคยทำ แต่สายตาคมกลับดูว่างเปล่าและหมดสิ้นซึ่งความหวัง ก่อนจะยกมือขึ้นปาดซับน้ำตาบนดวงตาแดงก่ำ แล้ววิ่งออกไปอย่างไม่คิดจะหันกลับมา “เก่งจะไปไหนลูก กลับมา” “เก่ง! หยุดเดี๋ยวนี้!” เธอวิ่งออกไปตามหลังเขาออกไปที่ริมถนน แต่ถูกมือของแม่จับไว้แน่น ไม่ให้เธอพุ่งตัวตามเขาออกไป คนตัวเล็กจึงทำได้แค่ตะโกนตามออกไปจนสุดเสียง “เก่ง! ระวัง! กรี๊ดดดดดดดด” ใยบัวกรีดร้องออกมาพร้อมตะโกนเรียกชื่อเขาจนสุดเสียง หยาดน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจทำให้ใยบัวมองเห็นหน้าคนรักไม่ชัด แต่เธอก็รู้ว่าเขากำลังมองกลับมาที่เธอด้วยรอยยิ้ม เอี๊ยดดดดดดดดดด โครม!!! รถคันหนึ่งหันเลี้ยวเข้ามาทางถนนเส้นหลักในตลาด ไฟหน้าปะทะกับดวงตาของเก่งแวบหนึ่ง แล้วทุกอย่างก็หมุนควงวนบนอากาศพร้อมกับร่างของเขาที่กระเด็นนอนจมกองเลือดที่ไหลทะลักออกมาไม่หยุด “ม่ายยยยยยยยยยยยย” ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาคนตัวเองเล็กหน้าชา ความรู้สึกสับสนตีวนจนใยบัวไม่สามารถอธิบายได้ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของคนรอบข้างที่เห็นสถานการณ์ชัดเจน “เก่ง ทำไมทำแบบนี้ลูก ทำไม ตื่นขึ้นมาคุยกับแม่ก่อน แม่ขอโทษ” เจ๊หงส์ก้าวเท้าเข้าไปหาร่างของลูกชาย ใบหน้าเธอขาวซีด มือสั่นไปทั้งตัว ก่อนจะโอบกอดร่างของเก่ง ลูกชายเพียงคนเดียวเอาไว้ทั้งน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาราวกับสายเลือด ต่างกับใยบัวที่กำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เรียวขาบางชะงักค้างอยู่กับที่ เธอสติหลุดจนไม่ได้ยินเสียงของความวุ่นวายรอบข้างได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงหัวใจของเธอก็เหมือนจะเต้นช้าลงจนหายใจไม่ออก “ไม่เอาแบบนี้นะเก่ง บัวขอโทษ” ใยบัววิ่งพรวดออกตรงหน้าพร้อมกับสะบัดมือของแม่ที่เกาะกุมข้อมือเธอออก มาหยุดที่ข้างศีรษะเขา เธอก้มลงมองคนที่นอนหลับตาแน่นิ่งไป ใบหน้าของเธอใกล้กับใบหน้าของคนรักด้วยความรู้สึกผิด เธอจับมือเขา ด้วยมือที่เย็นกว่าที่ควรจะเป็น ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อยแต่ไร้ปฏิกิริยาตอบรับ เธอกดแก้มลงบนมือของเขา ริมฝีปากของเธอสั่น จนพูดอะไรไม่ออก “เก่ง…ตื่นสิ…ตื่นนะ” น้ำเสียงสั่วไหวของใยบัวที่กำลังร้องไห้ตัวโยนคล้ายกับคนที่หัวใจแตกสลาย สายตาเธอเพ่งมองร่างหนาที่นอนนิ่งไม่ไหวติ่งอยู่แบบนั้น ใยบัวไม่ละจากมือของเขา เธอจับมือเขาแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้น เธอวางมือลงบนศีรษะของแฟนหนุ่มแล้วลูบลงเบา แบบที่อีกคนชอบให้เธอทำประจำ “ขอโทษ…ขอโทษ…ขอโทษ บัวขอโทษ” “สมใจเธอแล้วใช่ไหมที่ทำให้ลูกฉันต้องเป็นแบบนี้” แม่ของเก่งก้มหน้ามองใยบัวคนรักของลูกชาย ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเกลียดชัง ก่อนจะผลักเด็กสาวตรงหน้าออกไปให้พ้นจากร่างลูกชายเธอ “ไม่ ไม่ บัวไม่ได้ตั้งใจ” เด็กสาวยังคงพูดคำเดิมซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงแตกพร่า จนกระทั่งรถพยาบาลมาถึง ผู้คนถอยออกให้กับเจ้าหน้าที่ เก่งถูกยกขึ้นไปบนรถพร้อมกับแม่ของเขาที่รีบตามขึ้นไป “บัวรักเก่งนะ ได้ยินไหมบัวรักเก่ง” ใยบัวบอกรักแฟนหนุ่มซ้ำ ๆ ทั้งน้ำตา คำว่ารักที่เขาอยากฟังเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้เสียงของเธอจะดังมากพอให้เขาได้ยินหรือไม่ และไม่รู้จะยังมีโอกาสอีกไหม ที่เธอจะได้บอกคำนั้นออกไปอีกครั้ง หญิงสาวที่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่กลางถนนราวกับคนจะขาดใจ กลายเป็นภาพสุดเวทนาของคนที่อยู่ในเหตุการณ์จนรู้สึกสะเทือนใจไปตาม ๆ กัน ก่อนคนในตลาดเริ่มแยกย้ายออกไป เหลือเพียงกลุ่มคนสนิทที่เข้ามาประคองหญิงสาวด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ใยบัวถูกประคองออกมาจากกลางถนน เสื้อผ้าเนื้อตัวเต็มไปด้วยด้วยเลือดสีแดงฉาน เธอมองตามรถพยาบาลที่ขับออกไปจนสุดสายตา ร่างบางล้มลงนั่งบนขอบฟุตบาท น้ำตาไหลยังคงไม่หยุดไหล เธออยากจะตะโกนออกไปเรียกชื่อเขาอีกครั้ง แต่ทุกอย่างมันกลับจุกอยู่ในอกจนพูดไม่ออก ก่อนที่คนตัวเล็กจะเป็นลมวูบแล้วหมดสติไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD