ความพยายามที่คนอื่นมองไม่เห็น

1868 Words
ใยบัวเดินออกมาจากใต้ร่มไม้ใหญ่ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าราวกับอากาศร้อนระอุ ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยสายลมเย็นพัดผ่านอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังอยู่ในหัวและค่อย ๆ บีบหัวใจของเธอให้ทำงานช้าลงจนน่าอึดอัด เธอไม่ได้พูดกับเขา ไม่ได้พูด ไม่ได้พูด เสียงในหัวของใยบัวยังคงดังซ้ำ ๆ ดวงตากลมโตค่อย ๆ ก้มมองมือเรียวที่ยังสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเหมือนเลือดในกายหยุดไหลไปครู่หนึ่ง เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามบังคับให้มือนิ่ง แต่ยิ่งพยายาม ทั้งมือและร่างกายของเธอก็ยิ่งสั่นไหวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ร่าบางหันกลับไปมองยังจุดที่เธอเพิ่งเดินออกมา ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะคิดยังไง ที่เธอเดินหนีออกมาดื้อ ๆ แบบนี้ แต่เธอจะรู้สึกแบบไหน แล้วมันจะยังไงละ คนแบบเธอไม่ควรรู้จักใครทั้งนั้น เพราะหาทุกคนรู้ว่าว่าเธอเคยทำเรื่องเลวร้ายมากขนาดไหน ทุกคนก็ต้องถอยห่างจากเธออยู่ดี คนตัวเล็กทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ก่อนจะก้มหน้าซบกับเรียวแขนของตัวเอง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลนองออกมาเพื่อบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดที่กำลังก่อตัวขึ้นซ้ำ ๆ เธอแค่อยากใช้ชีวิตปกติ เหมือนคนทั่วไป แต่ทุกอย่างกับดูยากไปหมดสำหรับเธอในตอนนี้ ความหวาดกลัวในใจมันมีมากเกินกว่าจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไรกับความทรงจำอันเลวร้ายที่ผ่านมา ไม่เอาแล้ว ไม่อยากให้ใครต้องจากไปอีกแล้ว เสียงสะอื้นที่ดังเล็ดลอดออกมาเบา ๆ พร้อมกับร่างบางที่กำลังสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว ความรู้สึกของเธอกำลังดำดิ่งลงไปในห้วงเวลาแห่งความเจ็บปวดอีกครั้ง ราวกับตัวเธอกำลังจมหายไปในหลุมดำที่มืดสนิท ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว ไม่มีแม้อากาศให้หายใจ โลกทั้งใบบีบอัดเข้าหากันจนเธอแทบไม่เหลือที่ว่างสำหรับตัวเอง ลมหายใจติดขัด มือเย็นจนชา หัวใจเต้นผิดจังหวะจนเจ็บหน่วงไปทั้งอก เธออยากร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงของเธอกลับเบาลง เหมือนถูกความรู้สึกผิดทับจนกลายเป็นความเงียบงัน และในวินาทีที่ความมืดกำลังจะกลืนกินสติไปทั้งหมด ภาพของไอวาก็แทรกเข้ามาในหัวของเธอ เพื่อน เพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ คนที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธอ โดยที่ไม่ต้องพูดหรือเอ่ยคำใดให้มากมาย ใยบัวก็สูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อรวบรวมสติ ไม่ใช่เพื่อให้จิตใจของเธอเองสงบ แต่เพื่อรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเพื่อจะเดินกลับไป หาใครบางคนที่พอจะช่วยประคองความรู้สึกของเธอให้ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไป ใยบัวเริ่มยกมือขึ้นปาดซับน้ำตาอย่างลวก ๆ แล้วเริ่มก้าวออกไปจากจุดที่ตัวเองยื่นอยู่ ทุกย่างก้าวที่สั่นไหวเหยียบลงบนทางเดินทีละก้าว ช้า ๆ อย่างยากลำบาก แต่ใยบัวยังคงเดินพร้อมกับเสียงหัวใจที่บอกกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเธอยังไหว เสียงลมหายใจของใยบัวดังสะท้อนในหูตัวเองขณะที่เธอค่อย ๆ เดินกลับไปทางลานเกียร์ โลกทั้งใบดูพร่าเลือนราวกับถูกห่อด้วยม่านน้ำตาที่เพิ่งปาดซับออกไปไม่นาน สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของเธอ แต่กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเลยสักนิด มีเพียงความรู้สึกวูบโหวงในอกที่ทำให้เธออยากหยุดเดินทุก ๆ นาที แต่สุดท้ายเธอก็ยังเดินต่อไป จนกระทั่งปลายเท้ามาหยุดยืนอยู่หน้าลานเกียร์ เสียงคนคุยกันเบา ๆ กระทบโสตประสาทจนเธอสะดุ้งวูบ หัวใจที่เพิ่งตั้งหลักกลับมาเต้นถี่ขึ้นอีกครั้ง มือที่เริ่มนิ่งกลับสั่นระริกขึ้นมาใหม่ เธอกำชายเสื้อของตัวเองแน่นเพื่อพยายามไม่ให้ใครเห็นว่าร่างกายเธอสั่นเพียงใด แล้วสายตาก็เห็นเพื่อนของเธอกำลังยืนรออยู่ ไอวาหันมาทันทีที่เห็นเธอ แค่แวบแรก เรียวคิ้วบางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะรีบก้าวตรงเข้ามาหาอย่างไม่ลังเลแม้สักวินาทีเดียว “ใยบัว…” เสียงเรียกนั้นนุ่มลงกว่าปกติ คนตัวเล็กชะงักไปทันที ร่างกายแข็งทื่อ เหมือนกลัวจะถูกต่อว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น ใยบัวก้มหน้าลงทันที ก่อนจะถูกเพื่อนสนิทดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดเพื่อปลอบโยน “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” เสียงปลอบโยนสั่นนิด ๆ เหมือนตัวเองก็เจ็บตามไปด้วย “บัวเก่งแล้ว เก่งมาก ๆ เลย” คำพูดเรียบง่าย แต่ทำเอาใยบัวกลั้นสะอื้นแทบไม่อยู่ แรงสั่นสะท้านที่เคยเกิดขึ้นเพียงปลายนิ้วลามขึ้นไปทั้งตัว เหมือนความกลัวที่เธอพยายามกดไว้มานานกำลังไหลย้อนขึ้นมาอีกครั้ง ไอวากอดเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วลูบแผ่นหลังของเธออย่างช้า ๆ ไม่เร่งรีบ ไม่ถาม แค่ให้เธอรู้ว่า ปลอดภัยแล้ว ดวงตาของไอวาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ล้นออกทางสายตา เธอไม่รู้ว่าใยบัวเจอกับอะไรมาในไม่กี่นาทีที่เธอหายไป อาการแพนิคถึงได้กำเริบขึ้นมาแบบนี้ หากย้อนไปเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ใยบัวเหมือนคนที่หลุดออกจากโลกใบนี้ไปทีละนิด เธอเอาตัวเองออกจากทุกอย่าง ออกจากการพูดคุย ออกจากการใช้ชีวิตประจำวัน ออกจากสายตาของคนอื่น รวมถึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยง แม้กระทั่งคนเป็นแม่ซะด้วยซ้ำ เธอกลายเป็นคนที่ปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมพูดคุย ไม่ยอมเปิดรับใครเขามาในพื้นที่ความรู้สึกของตัวเองอีกเลย สมุดสีชมพูที่ใยบัวพกติดตัวเล่มแล้วเล่มเล่า กลายเป็นสะพานความรู้สึกเดียวที่เธออนุญาตให้ไอวาเดินข้ามเข้าไปในโลกที่ใยบัวสร้างไว้ ลายมือเล็ก ๆ ที่ถูกเขียนตอบโต้ระหว่างเธอกับใยบัว มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ก็ซ่อนความโหยหาที่อยากจะมีขอใครสักคนช่วยเธอขึ้นมาจากกับดักความรู้สึกผิดนี้ไว้เช่นกัน ไอวารู้… ว่าเพื่อนของเธอกำลังพยายามอย่างสุดกำลัง แม้วันนี้จะเป็นวันที่ใยบัวเกือบล้มอีกครั้ง แต่แค่ที่เธอเดินกลับมา แค่ที่เธอยืนนิ่ง ๆ ให้ไอวากอด แค่ที่เธอไม่ได้ซ่อนตัวหนีไปไกลกว่านี้มันก็คือ “ความกล้าของใยบัว” ในแบบที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น แต่ไอวารู้ดีที่สุด เสียงสะอื้นของใยบัวค่อย ๆ เบาลงตามจังหวะลมหายใจที่เริ่มกลับมาเป็นปกติมากขึ้น ไอวาก็ค่อย ๆ คลายอ้อมแขนออกทีละนิด สายตายังคงมองหน้าใยบัวด้วยความเป็นห่วงไม่ลดลงแม้แต่น้อย “ดีขึ้นหรือยัง” เสียงใสถามเบา ๆ ใยบัวหลบตาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า แม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่ไอวาก็เห็นได้จากการที่มือของเธอสั่นน้อยลงกว่าเมื่อครู่ “ถ้ารู้สึกไม่ไหวอีก บอกฉันทันทีนะ” คนตัวเล็กเม้มปากนิดหนึ่งแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ ความรู้สึกบีบแน่นที่หัวใจ และความอึดอัดก่อนหน้าค่อย ๆ หายไป ไอวาพยายามลอบสังเกตอาการของเพื่อนสนิทจากการกระทำง่าย ๆ ของคนตรงหน้า ทุกอย่างล้วนสะท้อนความกล้า และความพยายาม มันเป็นสัญญาณหนึ่ง…ว่าใยบัวกำลังพยายามพาตัวเองกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดคุยอะไรไปมากกว่านี้ ลานเกียร์ด้านหน้าเริ่มมีเสียงโหวกเหวกดังขึ้น เสียงของรุ่นพี่สันทนาการกำลังเรียกให้ทุกคนทยอยรวมกลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมสุดท้ายคือการจับสายรหัส ไอวาเหลือบมองไปทางเสียงนั้น ก่อนจะหันกลับมาหาใยบัวอีกครั้ง ด้วยความเป็นห่วง “ไหวไหม หรืออยากให้เราบอกรุ่นพี่ให้หรือเปล่า” เธอพูดออกมาเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นกังวล เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้เพื่อนต้องฝืน ใยบัวเงยหน้ามองกลุ่มนักศึกษาที่เริ่มยืนล้อมกันเป็นวง เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงลมพัดผ่านอาคาร ทั้งหมดมันดูไกลออกไปเหมือนคนละโลกกับอารมณ์ของเธอในตอนนี้ หัวใจของใยบัวเต้นช้าลงกว่าเมื่อครู่ แต่ยังมีความปรารถนาเล็ก ๆ แทรกอยู่ทุกจังหวะ เธอนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่าจะทำยังไงกับตัวเองต่อไป ไอวาสังเกตเห็นท่าทีลังเลนั้น เพียงเล็กน้อย เธอก็เข้าใจทันทีถึงความต้องการส่วนลึกในจิตใจของเพื่อนสนิท จึงยื่นมือไปแตะหลังมือของใยบัวเบา ๆ “เราไปด้วยกันนะ” คำพูดสั้น ๆ แต่มีน้ำหนักมากพอจะช่วยสร้างความกล้าให้กับคนตัวเล็กได้อีกครั้ง ใยบัวสูดลมหายใจลึกสุดแรง ไม่ใช่เพื่อให้ความกลัวนั้นหายไป แต่เพราะเธอไม่อยากหนีมันอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยเธอยังอยากรักษาความสัมพันธ์ที่เหลืออยู่นี้ไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไปกัน” ข้อความสั้น ๆ ถูกเขียนลงบนฝ่ามือไอวาช้า ๆ กลับสร้างรอยยิ้มบาง ๆ ให้ไอวาได้จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ทั้งสองคนพยักหน้าให้กัน ก่อนจะเดินเคียงกันไปทางลานเกียร์ในช่วงท้าย ๆ แถว เพราะไม่อยากให้อีกคนต้องฝืนตัวเองมากเกินไป ใยบัวเดินช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ทุกก้าวมั่นคงขึ้นกว่าตอนที่เธอเดินกลับมาคนเดียว เสียงรุ่นพี่ประกาศให้ปีหนึ่งยืนเข้าแถวเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในจังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตจะไปสะดุดกลับร่างสูงของผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเขามองมาที่เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่สายตาที่เขากำลังมอง มันดูเรียบนิ่ง จนไม่สามารถคาดเดาได้และไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไร เขาก็คงเหมือนคนอื่น ๆ เหมือนทุกคนที่เคยมองเธอในแบบเดียวกัน ใยบัวหลบสายตาลงแทบทันที เป็นแบบมันก็ดีแล้ว… ดีแล้วที่เราจะไม่รู้จักกัน ดีแล้วที่เขาจะไม่เข้ามาในโลกของเธอ ดีแล้วที่เธอไม่ได้พูดอะไรกับเขาสักคำ เพราะเธอไม่อยากให้ใครต้องตายเพราะคำพูดของเธออีก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD