ทำให้เกิดขึ้นจริง

1717 Words
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น แม่ของเก่งก็หายไปและไม่เคยมาวุ่นวายกับใยบัวและแม่ที่ตลาดอีกเลย กิจวัตรประจำวันของใยบัวและแม่ยังคงเป็นไปตามปกติ ไม่ต่างจากวันอื่น ๆ มากนัก มังกรทอดสายมองไปยังปากซอยเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากป้ายรถเมล์ที่เขาจอดรถอยู่ ตรงจุดที่ใยบัวที่จะต้องมารอขึ้นรถกับเพื่อนไปเรียนทุกวัน เขารู้ดีว่าบ้านของหญิงสาวอยู่ตรงไหน จากข้อมูลที่เขาสั่งคนสืบมา แต่การจะไปโผล่รับถึงหน้าบ้านอาจจะดูรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของสองแม่ลูกมากไปหน่อย เขาจึงเลือกที่จะมาดักรอที่นี่ตั้งแต่เช้า และได้บอกกับเพื่อนสนิทของใยบัวที่มารออยู่ก่อนแล้วให้ไปมหาลัยก่อนได้เลย ร่างสูงยังคงนั่งรอในรถด้วยความใจเย็น มือหนึ่งวางอยู่บนพ่วงมาลัย อีกมือก็คอยยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาผ่านนาฬิกาข้อมือที่ราคาสูงไม่ต่างจากราคาตึกสูงเสียดฟ้า ในขณะที่สายตาคมยังมองผ่านกระจกมองหลังเพื่อรอใครบางคน เหมือนแค่อยากรอ โดยไม่มีเงื่อนไขว่าคนที่เขาเฝ้ารอจะต้องมาเมื่อไร ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน หญิงสาวตัวเล็กในชุดนักศึกษาก็เดินออกมาจากหน้าปากซอยนั้น มังกรขยับตัวจากเบาะที่เอนหลังพิงเล็กน้อย พร้อมกับส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง แล้วยกยิ้มที่มุมปากเล็ก ๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่าง ความรู้สึกที่แค่ได้เห็นก็รู้สึกสบายตา สบายใจและอยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา สายตาคมจับจ้องร่างเล็กที่เดินออกมาจากปากซอยนั้นอย่างไม่ปิดบัง การเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้หวือหวาแต่กลับดึงดูดสายตาของเขาไว้ได้ทั้งหมด หญิงสาวตัวเล็กในชุดนักศึกษาเรียบง่ายถูกคลุมด้วยเสื้อช้อปสีแดงในแบบเดียวกัน พร้อมกับกระโปรงพีทจับจีบรอบตัวพลิ้วไหวตามจังหวะการเดิน เส้นผมยาวสลวยถูกปล่อยสยายปลิวไปตามแรงลม เขามองรายละเอียดเหล่านั้นอย่างเงียบ ๆ และเก็บมันเอาไว้ในใจจนไม่อยากละสายตาสักเสี้ยววินาที “หนูค่ะ” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงมาจากรถ ทำให้ใยบัวสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอเงยหน้าขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และสบเข้ากับสายตาคมคู่นั้นพอดี นัยน์ตาสีดำคมลึกที่ตรึงเธอไว้อยู่นาน ราวกับดึงเธอเข้าไปในโลกของเขา ใยบัวเผลอมองตอบอย่างลืมตัว ก่อนจะตั้งสติและรีบก้มหน้าลง แสร้งมองต่ำเพื่อหลบสายตา ‘ใยบัวเธอจะทำตัวเหมือนนางเอกนิยายที่จะไปยืนจ้องหน้าหล่อ ๆ ของผู้ชายแบบนั้นไม่ได้นะ’ หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองในใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอจ้องมองคนตัวโตนานเกินไป อีกทั้งหัวใจของเธอก็พลันเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่เพียงแค่ได้ยินเสียงเขาเรียกเธอสั้น ๆ แค่นั้น “หึ พี่มารับค่ะ” มังกรมองใบหน้าสวยที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดงอมชมพู ตัดกับผิวขาวเนียนจนเห็นได้ชัด ริมฝีปากเม้มแน่น เหมือนกำลังพยายามซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นอยู่ข้างใน ‘ตัวแค่นี้ จะน่ารักไปไหนวะ’ ความคิดนั้นผุดขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกวูบไหวในอกอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินอ้อมมาอีกฝั่งของรถแล้วเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้หญิงสาวได้ก้าวขึ้นไป สายตาคมปรายตามองมือเรียวที่กำสายกระเป๋าผ้าแน่น ไหล่บางที่ขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังตั้งสติ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ ทว่าในขณะที่ใยบัวกำลังจะขึ้นรถ เขากลับได้เห็นกระเป๋าผ้าใบเล็กที่คาดว่าจะเป็นฝีมือเพนท์ลายของร่างบาง มันคือลายภาพเงาของผู้ชายและผู้หญิงที่กำลังนั่งบนชิงช้า เป็นภาพเดียวกับที่เขาและเธอเคยนั่งวาดด้วยกันใต้ร่มไม้หลังคณะ “ขึ้นรถก่อนค่ะ” “ค่ะ” ใยบัวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนคลายและลดความเกร็งลง และขึ้นรถไปด้วยความรู้สึกแปลกใจไม่คิดว่าเขาจะมารอรับเธอวันนี้ มังกรทอดสายตามองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยความน่าเอ็นดู ก่อนจะเดินอ้อมกลับไปฝั่งคนขับและก้าวขึ้นรถไปนั่งข้างกัน ตลอดเส้นทางที่รถค่อย ๆ เคลื่อนออกไป ใยบัวกลับนั่งนิ่งเงียบจนไร้เสียงการสนทนาระหว่างกัน แต่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกลับไม่ได้อึดอัดอย่างที่คิด อีกทั้งมันยังอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างอย่างเห็นได้ชัด คนตัวเล็กเลือกจะมองวิวด้านนอกเป็นหลัก ทว่าในทุกครั้งที่เธอเผลอเหลือบสายตามองมาทางคนตัวโต ก็จะพบว่า…เขากำลังแอบมองเธออยู่เป็นระยะ ทำเอาเธอต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเมื่อรถจอดหน้าตึกคณะ มังกรหันมามองเธออีกครั้ง สายตาคมสบเข้ากับดวงตากลมใสที่เผลอเงยขึ้นมาพอดี “เดี๋ยวพี่ไปส่งค่ะ” คำพูดสั้น ๆ ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตาที่มองมานั้น กลับอ่อนโยนกว่าที่คิด ใยบัวก้มหน้าลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเผลอกำกระเป๋าผ้าในมือแน่น พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดบางสิ่งออกมา ตามคำสัญญาที่เธอให้ไว้ ว่าจะพยายามพูดกับเขาให้มากขึ้น “ค่ะ” เสียงหวานที่ตอบกลับมานั้นแผ่วเบา ราวกับเสียงลมหายใจ แต่ทันทีที่คำสั้น ๆ นั้นดังขึ้น มังกรที่กำลังปิดประตูรถให้หญิงสาวถึงกลับชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนยิ้มออกมาในแบบที่มีแค่ใยบัวเท่านั้นที่จะได้รับรอยยิ้มนี้จากเขา ร่างสูงเดินตามคนตัวเล็กไปแบบเงียบ ๆ โดยยังเว้นระยะห่างจากกันเพียงเล็กน้อย ไม่มีการจับมือ ไม่มีคำพูดใด ๆ เพื่อชวนอีกฝ่ายพูดคุย แต่หัวใจของทั้งสองคนกลับเต้นแรงขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ทว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าตึกคณะ ใยบัวก็หยุดฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะปรายตามองห้องบรรยายของปีหนึ่งที่อยู่ถัดไปไม่ไกล พร้อมกับมังกรที่หยุดตาม เขาเงยหน้ามองป้ายหน้าห้องบรรยายของเด็กปีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กข้าง ๆ อีกครั้ง “เจอกันตอนเลิกเรียนนะคะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเบา ๆ ท่ามกลางเสียงของนักศึกษาที่กำลังพูดถึงเขากับใยบัวด้วยความสนอกสนใจมาตลอดทาง เขาไม่สนใจว่าจะมีสายตาของคนกี่คู่ที่กำลังมองมา และไม่สนว่าใครจะพูดถึงเขาแบบไหน เพราะสายตาเขาสนใจแค่เพียงใบหน้าเล็ก ๆ ของผู้หญิงตรงหน้าเท่านั้น ใยบัวพยักหน้ารับเบา ๆ ขยับกระเป๋าผ้าในมือเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา ดวงตากลมใสเงยขึ้นสบกับสายตาคมที่มองมา พร้อมกับยกมือขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวขยับช้า ๆ เป็นท่าทางคล้ายการโบกมือแบบเก้ ๆ กัง ๆ แทนคำบอกลา มังกรมองท่าทางนั้น อย่างนึกเอ็นดู มุมปากยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยน เขายกมือขึ้นแตะศีรษะเธอเบา ๆ บนกลุ่มผมสีดำยาวนั้นอย่างทะนุถนอม ใยบัวรีบก้มหน้าลงแทบจะทันที แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อจาง ๆ ริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนพยายามกลั้นรอยยิ้ม เพื่อปกปิดความเขินอาย มังกรเองก็โน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าสวยขึ้นอีกเล็กน้อย “ตั้งใจเรียนนะคะ” เสียงทุ้มเอ่ยเบา ๆ ใยบัวพยักหน้ารับอีกครั้ง ก่อนจะเผลอเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับคนตัวโต เป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ส่งไปถึงดวงตาคู่สวยและทำให้มังกรเผลอยิ้มตามออกมาอย่างไม่รู้ตัว ‘ในเวลาสั้น ๆ เธอทำให้พี่ยิ้มออกมากี่ครั้งแล้วนะ’ ใยบัวหมุนตัวเดินเข้าห้องไปช้า ๆได้ไม่กี่ก้าวก็เผลอหันกลับมามองทางด้านหลัง มังกรยังยืนอยู่ที่เดิม มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือยกขึ้นโบกเล็กน้อยเป็นเชิงบอกลา สายตาของทั้งคู่สบกันอีกครั้ง ก่อนที่ใยบัวจะรีบหันกลับไปเดินต่อ ด้วยหัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ มังกรยืนมองแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นจนลับตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว ดูเหมือนเขาจะอาการหนักกว่าที่คิด แค่ไปส่ง แค่เดินข้างกัน แค่ได้เห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ นั้น กลับทำให้เช้าวันนี้อบอุ่นหัวใจมากกว่าทุกวันที่ผ่านมาอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับออกมา พลันคิดถึงลวดลายบนกระเป๋าผ้าของคนตัวเล็ก บางทีเขาคงจะต้องทำบางสิ่งบางอย่างจากภาพวาดนั้นให้กลายเป็นจริง มันจะต้องไม่ใช่แค่ภาพวาดระหว่างเธอกับเขา มังกรมองกลับไปทางที่ใยบัวเพิ่งเดินออกไปอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างในใจเขาค่อย ๆ ชัดขึ้น มันไม่ใช่แค่ความเอ็นดู ไม่ใช่แค่ความรู้สึกอยากดูแลเหมือนคนอื่นอีกต่อไป แต่เขากำลังรู้สึกมากกว่านั้น อยากครอบครอง อยากปกป้องโลกใบเล็ก ๆ ของผู้หญิงคนนี้ หากวันหนึ่งภาพวาดนั้นจะกลายเป็นความจริง เขาจะเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของเขาเอง และจะไม่มีใคร…เข้ามาแตะต้องความไร้เดียงสานี้ได้ แม้แต่สถานะหรือตัวตนของเขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD