รถยนต์หรูราคาแพงระยับเคลื่อนตัวเข้ามาด้วยความเร็ว ก่อนจะพุ่งตัวเข้าช่องจอดหน้าทางเข้าฉุกเฉินของโรงพยาบาล ด้วยเสียงเบรกดังเอี๊ยดที่บ่งบอกถึงความรีบร้อน และความร้อนใจของคนที่อยู่ในรถได้เป็นอย่างดี
เดรกรีบเปิดประตูลงจากรถก่อนใคร ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เพื่อไปเปิดประตูรถด้านหลังให้มังกรที่อุ้มประคองใยบัวไว้บนตักให้ลงจากรถได้สะดวก
มังกรอุ้มคนตัวเล็กที่ไร้สติลงมาทันที วงแขนแข็งแรงประคองหญิงสาวที่ยังหมดสติไว้แนบอก โดยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง
“ช่วยด้วยครับ มีคนเป็นลมหมดสติครับ!”
เสียงของเดรกตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่พยาบาล ขณะที่มังกรอุ้มใยบัวพุ่งตรงก้าวเข้าไปด้านใน เตียงผู้ป่วยถูกเข็นเข้ามารับร่างบางที่ไม่ได้สติอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคนตัวโตที่ส่งต่อคนป่วยให้กับเจ้าหน้าที่ทันที
“ญาติรอด้านนอกนะคะ”
ฝ่ามือหนาของมังกรเกาะอยู่ที่ประตูทางเข้า ในขณะที่ใยบัวถูกพาเข้าไปด้านในพร้อมกับเจ้าหน้าที่ หมอ และพยาบาลที่เข้ามาดูแล
“นายเองก็ไปทำแผลก่อนเถอะ”
นับหนึ่งพูดขึ้นเบา ๆ คนที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ไม่ได้มีแค่คนที่อยู่ด้านในแต่มันรวมถึงมังกรด้วย เขายังมองตามร่างบางอย่างไม่ละสายตา แม้ว่าประตูจะถูกปิดลงแล้วก็ตาม
“นั้นดิ มึงไปทำแผลเถอะ ตรงนี้กูจะดูแลให้เอง อย่าให้น้องออกมาต้องเป็นห่วง”
มังกรยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตู ก่อนจะปรายสายตาคมก้มมองดูบาดแผลบนแขนของตัวเอง ที่มีเลือดไหลซึมลงมาจนถึงข้อมือ
แผลแค่นี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บเลยสักนิด หากเทียบกับความรู้สึกตอนที่เขาได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของใยบัว
เสียงสะอื้นและดวงตากลมโตที่สั่นพร่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอมันบีบหัวใจของเขาให้รู้สึกเจ็บหน่วง จุกอกจนพูดไม่ออก
“เดี๋ยวค่อยทำ”
มังกรตอบสั้น ๆ สายตายังจ้องประตูห้องฉุกเฉินไม่วางตา ราวกับกลัวว่าเพียงแค่ละสายตาไปเสี้ยววินาที อาจจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับคนตัวเล็กอีกก็ได้
เดรกและนับหนึ่งจึงได้แต่ถอนหายใจยอมแพ้ เพราะรู้ดีว่าพูดยังไงอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมไปจากตรงนี้อยู่ดี
จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับพยาบาลที่เดินออกมา
“ญาติคนไข้หรือเปล่าคะ”
“ไม่ใช่ครับ พวกเราเป็นรุ่นพี่ที่คณะ น้องเขาเป็นยังไงบ้างครับ”
“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วนะคะ คุณหมอจ่ายยาคลายเครียดให้ ตอนนี้ยังหลับอยู่ ยังไงต้องรบกวนติดต่อญาติคนไข้ให้ด้วยนะคะ”
ทั้งสามคนถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ได้ยินว่า ใยบัวนั้นปลอดภัย
“สอบถามได้ไหมครับ เกี่ยวกับอาการของเธอ เกิดจากสาเหตุอะไรเหรอครับ”
“เรื่องนี้เป็นข้อมูลส่วนตัวคนไข้ ต้องขอคุยกับญาติคนไข้อีกทีนะคะ เพื่อเช็กประวัติการรักษา แต่เบื้องต้นคาดว่าจะเกิดจากความเครียด ความกดดันร่วมกับมีภาวะตื่นตระหนกอย่างรุนแรง เดี๋ยวขอให้นอนดูอาการก่อนสักคืนนะคะ”
คำว่า ตื่นตระหนกอย่างรุนแรง ทำให้เรียวคิ้วของมังกรขมวดเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว มังกรพยักหน้ารับช้า ๆ คำพูดนั้นเหมือนตอกย้ำความคิดที่ก่อตัวอยู่ในหัวเขามาตลอดทาง ใยบัวไม่ได้แค่ไม่ยอมพูด แต่เธออาจจะมีบาดแผลในอดีตที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้
หลังจากจัดการทุกอย่างที่หน้าห้องฉุกเฉินจนจบ และเห็นว่าใยบัวปลอดภัยดีแล้ว มังกรก็ได้แยกตัวไปทำแผลที่แขน ก่อนจะปล่อยให้เดรกกับนับหนึ่งตามเจ้าหน้าที่พาร่างบางขึ้นไปห้องพักฟื้นก่อน
ร่างสูงล้วงหาโทรศัพท์มือถือในกางเกง เพื่อกดโทรเข้าไปที่ฝ่ายทะเบียนของทางมหาลัยวิทยาลัย ใช้เส้นสายของผู้อุปถัมภ์ของครอบครัวเพื่อขอเบอร์ติดต่อญาติของใยบัวทันที
“สวัสดีครับคุณน้า”
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใครคะ”
หลังจากที่มังกรรอเสียงปลายสายอยู่สักพัก เสียงแหบแห้งของหญิงวัยกลางคนดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงรอบข้างที่ค่อนข้างจะวุ่นวาย
มังกรเลือกจะละความสนใจจากเสียงดังเหล่านั้น ก่อนจะรีบแจ้งข่าวสำคัญที่เป็นจุดประสงค์หลักก่อน
“ผมชื่อมังกรครับ เป็นรุ่นพี่ที่คณะของน้องใยบัว พอดีตอนนี้น้องหมดสติอยู่ที่โรงพยาบาลอินทราช รบกวนคุณน้ามาที่โรงพยาบาลได้ไหมครับ”
“ดะ ได้ เดียวน้าจะรีบไปเดียวนี้” เสียงปลายสายรีบตอบรับทันที ด้วยความร้อนใจ
“ขอบคุณครับ”
หลังจากวางสาย มังกรก็รีบตามขึ้นไปยังห้องพักผู้ป่วยทันที เขาเป็นคนจัดการจองห้อง VVIP ไว้แล้ว เพื่อความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายของหญิงสาวและการบริการที่ดีที่สุดเท่านั้น
แม้จะต้องแลกมากับค่าห้องพักที่สูงลิบจนคนทั่วไปแทบไม่กล้าคิดถึง แต่มังกรไม่เคยลังเลเลยสักนิด ถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับใยบัว
มังกรมองร่างเล็กที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ใยบัวยังคงหลับสนิท ใบหน้าซีดเผือดกว่าปกติเล็กน้อย เขาไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกนี้เริ่มมันก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เหมือนมันหยั่งรากฝั่งลึกลงไปในใจเขาเสียแล้ว
ตั้งแต่วันแรกที่เขาบังเอิญเห็นคนตัวเล็กนั่งคุยกับหมาจรจัดที่กำลังท้องแก่อยู่ใต้ร่มไม้ เขาก็เกิดรู้สึกสนใจผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาทันที
นั้นคงเป็นเพราะเธอให้ความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างจากคนทั่วไป หรืออาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มสดใสนั้นที่ค่อยดึงดูดสายตา ชวนให้มองและดูสบายตาเสียจนเขาละสายตาจากใบหน้าเล็ก ๆ นั้นไม่ได้
เมื่อเวลาผ่านไป เขาถึงเพิ่งยอมรับกับตัวเองว่าความรู้สึกที่มีให้เธอมันมากกว่าคำว่าสบาย…เขารู้สึกมากกว่าที่คิดเอาไว้มาก
เพราะเพียงแค่ได้เห็นน้ำตาและความหวาดกลัวฉายชัดอยู่บนใบหน้านั้น หัวใจของเขาก็เจ็บหน่วงจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
เดรกกับนับหนึ่งที่ยืนรอดูอาการอยู่ข้างเตียง ขยับตัวถอยห่างออกมาทันที เมื่อเห็นว่ามังกรกำลังเดินเข้ามา
“เดี๋ยวกูพานับหนึ่งกลับก่อนนะ”
“อือ ขอบใจ”
เดรกพูดเบา ๆ มังกรพยักหน้าเพียงเล็กน้อย โดยที่สายตาไม่ละไปจากใบหน้าของใยบัวเลยแม้แต่วินาทีเดียว เมื่อเหลือกันเพียงสองคน ความเงียบก็ยิ่งปกคลุมความรู้สึกของคนตัวโตให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลายเป็นเสียงเดียวในห้องที่ยังทำงานอยู่
มังกรค่อย ๆ นั่งลงข้างเตียง มือที่พันผ้าก๊อซไว้ยกขึ้นลูบลงบนศีรษะเล็กอย่างเบามือ
“ขอโทษครับ”
เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เขาก้มหน้าลงต่ำ สายตาจับอยู่ที่มือบางที่ระโยงระยางไปด้วยสายน้ำเกลือ
“พี่น่าจะรู้เร็วกว่านี้”
ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าแล่นย้อนกลับมาในหัว ท่าทางและอาการในวันแรกที่เขาได้เจอกันไหลย้อนเข้ามา ภาพของใยบัวที่ยื่นตัวสั่นเทาท่ามกลางนักศึกษาในวันที่ทำกิจกรรม หรืออาการที่เธอไม่ยอมพูดกับคนรอบข้างเลยยกเว้นกับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อื่น ๆ รอบตัวที่ไม่ใช่คน
ทำไมเขาถึงไม่เอะใจสักนิด ว่ามันผิดปกติ
มังกรกำมือแน่น ก่อนจะค่อย ๆ คลายออก นิ้วของเขาเลื่อนเข้าไปสอดใต้ฝ่ามือของใยบัวอย่างแผ่วเบา
ในขณะที่เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นหน้าห้องพักฟื้น ก่อนประตูจะถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนในชุดเรียบ ๆ สีเข้มที่ยังมีผ้ากันเปื้อนสวมทับอยู่ก้าวเข้ามา
“ใยบัว…ลูก”
เสียงนั้นสั่นพร่า เธอรีบเดินเข้าไปข้างเตียงทันที มือหยาบกร้านจากการทำงานหนักสั่นเทา เอื้อมไปแตะแก้มลูกสาวเบา ๆ ใบหน้าของคนเป็นแม่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด จนเหงื่อซึมขึ้นตามกรอบหน้า
“สวัสดีครับ”
มังกรลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อย พร้อมกับยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแม่ของหญิงสาวที่ยังนอนหลับไม่ได้สติ
“ขอบใจนะที่พาน้องมาส่งโรงพยาบาล”
พราวหันกลับไปมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องพัก
“ตอนที่พามาส่ง น้องมีอาการแพนิคอย่างรุนแรง หมอบอกว่าอาจเกี่ยวกับความเครียดสะสม ผมอยากรู้ว่า...”
คนเป็นแม่ถึงกลับชะงักไปเล็กน้อย มือที่ลูบผมลูกสาวหยุดค้างเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบเอ่ยขัดขึ้นมาแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอ่อ เดียวน้าว่า น้าไปติดต่อขอเปลี่ยนห้องก่อนดีกว่า ห้องนี้ราคาน่าจะแพงเกินไป”
แค่ก แคร่ก
หญิงวัยกลางคนมีอาการไอออกมาเป็นระยะ พร้อมกับจะพยายามเลี่ยงตอบคำถามของมังกร และทำท่าเหมือนจะเดินออกไป
“คุณน้าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าห้องครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ให้น้องพักได้เลยจนกว่าจะหายดี”
“ตะ แต่น้าว่าจะไปคุยกับหมอสักหน่อย”
มังกรยืนมองตามแผ่นหหลังอยู่ในห้องพักเพียงลำพังกับคนป่วยอีกครั้ง หลังจากแม่ของใยบัวออกขอตัวออกไปคุยกับหมอ ซึ่งชายหนุ่มรู้ดีว่าทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างที่เลี่ยงจะตอบคำถามของเขา
ร่างสูงถอนหายใจออกมาลากยาวเพื่อระบายความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก พร้อมกับล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีน เพื่อเลื่อนหาเบอร์ของใครบางคนที่สามารถทำงานให้เขาได้ตามต้องการ
“ฉันมีงานให้ทำ เช็กประวัติผู้หญิงคนหนึ่งให้หน่อย ชื่อใยบัว นางสาวบัวบูชา แก้วแสง”
น้ำเสียงของมังกรเรียบนิ่ง ทุกคำพูดและการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มแฝงไปด้วยอำนาจเรียกได้ว่า ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
มังกรกดวางสาย สายตาคมทอดมองร่างบางที่ยังหลับสนิทอยู่บนเตียง ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ ภาพใยบัวที่หวาดกลัวจนเนื้อตัวสั่นเทา น้ำตาไหลไม่หยุด และเสียงที่สั่นเครือซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอจะไม่พูดกับใครอีก ยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวใจเขาไม่จางหาย
ไม่ว่าอดีตของเธอจะโหดร้ายเพียงใด ไม่ว่าใครจะเป็นต้นเหตุของบาดแผลเหล่านั้น เขาจะต้องรู้ทุกอย่าง และจัดการมันด้วยตัวเอง
มังกรเอื้อมมือไปกุมมือบางไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังส่งคำสัญญาที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดใด ๆ
จากนี้ไป ใยบัวจะไม่ต้องเดินผ่านความเจ็บปวดเหล่านั้นเพียงลำพังอีก เพราะครั้งนี้… เขาจะเป็นคนยืนอยู่ข้างเธอ และปกป้องผู้หญิงคนนี้ด้วยทุกอย่างที่เขามี