ปลายดินสอขยับช้า ๆ เสียงขีดเบา ๆ บนสมุดเล่มเล็ก ๆ ที่เคยถูกวาดค้างเอาไว้ เป็นเหมือนภาพเงาที่ไม่ได้มีลวดลายหรือรายละเอียดมากนัก
มันคือรูปที่เธอกับชายหนุ่มวาดขึ้นมาด้วยกันที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ และเป็นแบบภาพที่เธอใช้เพ้นท์กระเป๋าถือของตัวเอง แต่มันเป็นเพียงภาพที่ยังไม่สมบูรณ์
เพราะแต่ตอนนั้นใยบัวรู้ว่าคนในรูปควรจะมีสีหน้า และความรู้สึกแบบไหน จึงเว้นส่วนช่วงใบหน้าเอาไว้ แต่วันนี้เธอคิดว่าตัวเองได้คำตอบนั้นแล้ว
แสงสีนวลจากโคมไฟบนโต๊ะสาดแสงมากระทบใบหน้าเล็กที่บรรจงวาดลวดลายทุกอย่างออกมาอย่างตั้งใจ เธออยากให้คนในรูปนั้นมีความรู้สึกเดียวกันกับเธอในตอนนั้น อบอุ่น สบายใจ และปลอดภัย
ติ้ง! ติ้ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ไม่ไกลดังขึ้น ใยบัวชะงักปลายดินสอไปเล็กน้อย ก่อนจะปรายตามองอย่างชั่งใจว่าจะตอบเลยหรือรอวาดรูปเสร็จก่อน แต่สุดท้ายมือบางก็เอื้อมไปหยิบมาเปิดดูข้อความนั้นจากไอวา
ไอวา : ไปดูเพจมหาลัยเร็ว ๆ
ใยบัวกดเข้าไปที่เพจมหาวิทยาลัยตามที่ไอวาบอก หน้าจอโหลดอยู่เพียงครู่เดียวก่อนภาพหนึ่งจะปรากฏขึ้นตรงหน้า เป็นภาพของเธอกับพี่มังกร ที่อยู่ด้วยกันเมื่อช่วงเย็นใต้ต้นไม้ใหญ่ และเธอกำลังนั่งอยู่บนตักเขา
ภาพของทั้งคู่ถูกถ่ายเป็นภาพจากมุมด้านข้างที่ไม่ได้เห็นใบหน้าเต็ม ๆ มือของพี่มังกรวางพาดอยู่รอบเอวบาง ส่วนเธอก็นั่งเอียงไปทางเขาโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับแคปชันของเพจที่เขียนไว้ให้ชวนจิ้น #บางมุมของมหาลัย…ก็อบอุ่นแบบนี้
คอมเมนต์ด้านล่างไหลมาไม่หยุด มีทั้งคำชม ทั้งแซวว่าเหมือนฉากในนิยายรัก บ้างก็ถามว่าทั้งสองคนเป็นคู่รักกันหรือเปล่า
จี๊ด : น้องคนนี้อยู่ปีหนึ่งวิศวะเครื่องกลป่ะ เอาจริงดิน้องเขาพูดไม่ได้นะ
เดรก : เม้นบนหุบนิ้วไปเลย ถ้าไม่เคยคุยกับน้องเขามีสิทธิ์อะไรมาว่าน้องเขาพูดไม่ได้ ใครอยากรู้ว่าพูดได้ไหมมาถามกูครับ กูเคยคุยกับน้อง เดียวจะตอบแทนให้ชัด ๆ
ฟ้าชมพู : เชื่อพี่เดรกค่ะ พี่เดรกว่าไงฟ้าก็เชื่อพี่ ฟ้ารักพี่เดรกค่ะแต่คนถ่ายรูปนี้เขาไม่กลัวเลยเนอะ ใคร ๆ ก็รู้พี่มังกรคนฮอตหวงความเป็นส่วนตัวจะตาย
นับหนึ่ง : ไม่ต้องถามหาคนถ่าย @เดรก มันถ่ายกับมือ มีหลักฐาน
เคลลีย์ : คนนี้ชื่อใยบัว ดีกรีนักศึกษาที่สอบเข้ามาด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของมหาลัย พูดถึงสาวน้อยของฉันดี ๆ
สายชล : เพื่อน ๆ พี่เขาออกมาปกป้องทั้งกลุ่มแบบนี้ก็แฟนพี่มังกรแล้วปะ
มังกร : ต้องแล้วแต่น้องใยบัวครับ @เดรก กวนกูหลายรอบแล้วนะมึงอ่ะ
ใยบัวเผลอกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ ความรู้สึกเขินอุ่นค่อย ๆ ไหลขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ข้อความฟีดขึ้นมานับพันแต่เธอดันใจสั่นเพราะข้อความของเขาแค่คนเดียว และภาพในหน้าจอ…ดันเหมือนกับภาพที่เธอเพิ่งวาดลงไปในสมุดไม่มีผิด
แล้วแบบนี้เธอต้องเม้นตอบว่ายังไง
ติ้ง!!
เสียงข้อความจากไอวาดังขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับไม่ต้องการให้เธอได้หลบเลี่ยงที่จะตอบคำถาม
ไอวา : อะไรยังไง ไหนบอกมาสิ ห้ามอุ๊บอิ๊บกับเพื่อนนะ
ใยบัวถอนหายใจเบา ๆ ปลายนิ้วลอยค้าง เหนือแป้นพิมพ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปช้า ๆ
ใยบัว : ไม่มีอะไร
ข้อความถูกส่งออกไป แต่หัวใจกลับยังไม่ยอมสงบ เธอรู้ดีว่าคำว่า ไม่มีอะไร ที่พิมพ์ไป มันไม่ตรงกับความรู้สึกของเธอเลยสักนิด
ไอวา : โอ๊ยย ไม่มีอะไรที่ไหนกัน นั่งตักกันบนชิงช้า มองตากันจนมดตอมได้ขนาดนี้
ใยบัว : ฉันไม่กล้าคิดเรื่องนั้น
ไอวา : ใยบัวถ้าจะคิด จะรู้สึกมันไม่ได้ผิดอะไรเลย แกรู้ตัวใหม่ว่าตั้งแต่ที่แกเจอพี่เขา โลกสีเทา ๆ รอบ ๆ ตัวแกมันก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่บรรยากาศรอบตัวแกนะที่เปลี่ยน แต่ตอนนี้แกสังเกตตัวเองไหมว่าแกแทบจะไม่มีอาการแพนิกที่จะต้องเจอ หรือคุยกับคนอื่น ๆ เลยนะ
ความร้อนวูบหนึ่งไหลขึ้นมาที่ใบหน้า เธอเหลือบมองรูปในสมุดบนโต๊ะอีกครั้ง นั้นสิ! เธอไม่ได้สังเกตตัวเลยว่ามีบางอย่างในตัวเธอกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีเล็กทีละน้อยจริง ๆ ก่อนจะรีบพิมพ์แก้ตัว
ใยบัว : แต่พี่เขาไม่ได้คิดอะไรกับเราจริง ๆ
ติ้ง! ไอวาส่งข้อความกลับมาอีกครั้ง คราวนี้สั้น แต่ทุกข้อความเป็นกับมีอะไรจี้ลงกลางใจ
ไอวา : แล้วทำไมคนที่เขาไม่ได้คิดอะไรกัน ถึงมองหน้ากันมีความสุขขนาดนั้นล่ะ เรื่องนั้นมันผ่านมานานแล้วนะ ไม่คิดจะให้โอกาสหัวใจตัวเองบ้างเหรอ แค่ลองปล่อยความรู้สึกไปตามหัวใจก็พอ
ใยบัวนิ่งไป ปลายนิ้วค้างอยู่เหนือหน้าจอ คำถามนั้น…เธอเองก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกัน เธอมีสิทธิ์ที่จะหลุดพ้นจากความรู้สึกที่ติดค้างนี้แล้วเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนได้หรือยัง
สนามแข่งรถ
ชั้นบนสุดของอัฒจันทร์เป็นห้องกระจกที่มองวิวของสนามแข่งได้อย่างชัดเจนทุกมุม แสงไฟสีขาวนวลส่องลงมาบนใบหน้าคมที่ยังคงนิ่งเหมือนเดิม
มังกรเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือขึ้นลงช้า ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่โพสต์จากเพจมหาวิทยาลัย ภาพของเขา…กับใยบัว
ความรู้สึกตอนหัวใจเต้นแรง เพราะเจ้าของใบหน้าสวย ปากนิด จมูกหน่อย กลิ่นกายหอมอ่อนยังติดในความรู้สึกเขาไม่จางไปเลยสักนิด
มังกรมองมันอยู่นานกว่าที่คิด นิ้วหัวแม่มือแตะหน้าจอเบา ๆ ตรงบริเวณที่เป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ของหญิงสาวในภาพ
ดวงตาสีนิลดำมองทุกรายละเอียดด้วยความนิ่ง สงบจนยากจะคาดเดา แต่ความรู้สึกในอกกลับไม่ได้เงียบตาม เพราะแค่ได้เห็น ได้คิดถึง หัวใจของเขาก็พร้อมจะเต้นแรงจนยากจะควบคุมขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่าเสียงทุ้มของเพื่อนสนิท ที่เดินเข้ามาจากด้านหลังทำให้ร่างสูงหลุดจากความภวังค์ ก่อนจะเก็บสีหน้าที่เผลอยกยิ้มบาง ๆ ให้เรียบนิ่งเหมือนไม่มีอะไร
แม้ว่ามันจะทันแล้วก็ตาม
“ยังไม่เลิกมองรูปน้องอีกเหรอวะ”
เดรกเดินเข้ามาพร้อมแก้วเครื่องดื่มสีอำพันในมือ เขาวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้ามังกรหนึ่งแก้วแล้วชะโงกมองหน้าจอในมือมังกร ก่อนจะยิ้มมุมปาก
“มึงตัวดี แอบถ่ายรูปกูให้เพจ” มังกรไม่ได้เงยหน้าขึ้นตอบ เขากดเซฟภาพนั้นตั้งบนหน้าจอโทรศัพท์แล้ว ก่อนจะกดล็อกแล้ววางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ
“กูไม่ได้ส่งแค่ในเพจนะ กูส่งไปให้แม่มึงด้วย”
เดรกสวนกลับตรง ๆ อย่างไม่ยี่หระ มังกรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย ไม่รู้ว่านับหนึ่งทนคบอยู่กับมันได้ยังไง
“กูไม่อยากให้ใครมาทำให้น้องอึดอัด” เดรกพยักหน้าเหมือนเข้าใจดี แต่ก็แค่เหมือนจะเข้าใจ ส่วนจะคิดตามไหมมันก็คงเป็นอีกเรื่อง
“แล้วมึงล่ะ อึดอัดไหม” คำถามนั้นทำให้มังกรนิ่งไปอีกครั้ง สายตาเขาเผลอมองไปยังโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ไม่” เขาตอบเสียงเรียบ
“กูห่วงแค่ความรู้สึกน้อง”
“จากที่กูเห็น น้องเขาไม่ได้ดูอึดอัดเลยนะ เวลาที่อยู่กับมึง” เดรกหัวเราะเบา ๆ พร้อมเน้นน้ำหนักให้ชัดขึ้นในประโยคหลัง
มังกรไม่พูดอะไรต่อ แต่ในใจเขากลับนึกถึงภาพใต้ต้นไม้ใหญ่ คิดถึงรอยยิ้มเล็ก ๆ และน้ำหนักตัวที่เอนมาซบข้างเขาอย่างไว้ใจ ยิ่งนานวันความรู้สึกบางอย่างของเขามันชัดเจนว่าต้องเป็นคนนี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้บทสนทนาก่อนหน้าหยุดลง พร้อมกับบานประตูห้องควบคุมถูกเปิดออก
ไม่กี่นาทีต่อมา ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มก็ก้าวเข้ามาด้านใน ก่อนจะหยุดยืนห่างจากทั้งสองคนในห้องพอสมควร ด้วยท่าทางสุภาพ แต่แววตาจริงจัง
“นายน้อย” เขาก้มศีรษะเล็กน้อย
“มีรายงานด่วนจากฝั่งยุโรปครับ”
มังกรเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ สีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ หรือกังวล ราวกับคาดการณ์เรื่องนี้ไว้
“ว่ามา”
“กลุ่มนายทุนจากอิตาลีที่นายน้อยตัดดีลงานประมูลไปก่อนหน้านี้…พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับ”
“พวกนั้นยังไม่ยอมจบอีกเหรอวะ” เดรกที่ยืนพิงผนังอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วทันที
“ครับ พวกเขาไม่พอใจที่นายน้อยไม่ยอมตกลงตามเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนผลประโยชน์ ล่าสุดมีความพยายามกดดันพาร์ตเนอร์ฝั่งเอเชีย และส่งคนมาสอดแนมความเคลื่อนไหวของเราโดยตรง”
บรรยากาศภายในห้องเงียบลง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังเบา ๆ มังกรเอนหลังพิงเก้าอี้ มือประสานกันหลวม ๆ บนหน้าตัก ใบหน้าคมยังคงนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
“พ่อกู รู้เรื่องนี้หรือยัง”
“ทราบแล้วครับตอนนี้กำลังเดินทางไปคุยงานกับคุณวาดิมที่ฮ่องกง”
“มีรายงานว่าคนของเราเจอพวกมันมาป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ด้วยครับ แต่ยังจับตัวไม่ได้ พวกมันน่าจะกำลังหาโอกาสเล่นงานเราอยู่ครับ”
คำรายงานจบลง ห้องควบคุมสนามแข่งตกอยู่ในความเงียบฉับพลัน เดรกหันไปมองมังกรทันที สีหน้าที่เคยกวนหายไป เหลือเพียงแววตาที่ตึงเครียด
รังสีความกดดันแผ่ออกมาจากตัวมังกรจนบรรยากาศรอบข้างอึดอัด เหมือนอากาศในห้องถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก
มังกรลุกขึ้นยืนช้า ๆ เขาเดินไปยืนหน้ากระจก มองลงไปยังสนามแข่งที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ไฟสปอตไลต์ส่องพื้นแทร็กเป็นเส้นสายคมชัด ราวกับเส้นแบ่งเขตแดนที่ไม่มีใครควรล้ำเข้ามา
“พวกมันใจร้อนกว่าที่คิด ยังไงก็สั่งให้คนของเราระวังตัวไว้ให้ดี” เขาพูดเสียงต่ำ
“ถ้ามาใกล้ขนาดนี้ แปลว่าไม่ได้แค่ขู่” เดรกพูดขึ้น
“แปลว่าพวกมันคิดจะ...”
มังกรยกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้หยุดพูด เขาหันกลับมา แววตานิ่งเย็นราวกับ
“งั้นก็อย่าให้มันได้มีโอกาส”
เสียงเขาไม่ได้ดัง แต่หนักแน่นพอจะทำให้ทุกคนในห้องเย็นลึกเข้าไปในกระดูกสันหลังตรงโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าพวกมันคิดจะเล่นงานกู หรือคนของกู” มังกรพูดต่อช้า ๆ “ก็ให้มันรู้ไว้ ว่าที่นี่…ไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้ามาแล้วเดินเล่นแล้วออกไปได้ง่าย ๆ”
มังกรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองลูกน้อง ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาคมกริบแฝงไปด้วยจริงจังกว่าทุกครั้ง
“อีกเรื่อง” ทุกสายตาในห้องหันมาที่เขาทันที
“ให้คนของเราไปดูแลครอบครัวใยบัวด้วย” เขาพูดเสียงต่ำ ชัดถ้อยชัดคำ
“ตามดูอยู่ห่าง ๆ อย่าทำให้พวกเขาอึดอัด แล้วอย่าลืมเรื่องที่ให้ไปจัดการก่อนหน้านี้” ลูกน้องชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจทันที
“ครับนาย จะจัดทีมเฝ้าระวังอย่างดี”
“มึงไม่คิดจะบอกน้องเหรอ” เดรกขมวดคิ้ว มองมังกรนิ่ง
มังกรไม่ตอบทันที สายตาเขาเหลือบออกไปยังสนามแข่งที่ทอดยาวอยู่ใต้แสงไฟอีกครั้ง พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยความเร็ว ความเสี่ยง และเกมอำนาจ
“ไม่” เขาพูดในที่สุด “มันยังไม่ถึงเวลา กูแค่อยากให้เขามีเวลาได้เป็นตัวเอง มีรอยยิ้ม มีความสุข และปลอดภัยในโลกใบเล็ก ๆ ของเขาแบบที่เขาไม่จำเป็นต้องมารู้จักโลกสีเทา ๆ ของพวกเรา”