ยอมแพ้แล้วจูบเลยได้ไหมวะ ไม่อยากเล่นแล้วเกมอะไรเนี่ย
มังกรสูดลมหายใจลึก เขาปล่อยให้สายตามองเธออยู่อย่างนั้น และยอมรับทุกสัมผัสไว้ โดยไม่พูดอะไร จนในที่สุดคนตัวเล็กก็เป็นฝ่ายทนความเขินอายของตัวเองไม่ไหว และเป็นฝ่ายล่าถอยยอมแพ้ไปในที่สุด
คนตัวโตที่เห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู ต่างกับใยบัวที่กำลังทำหน้างอ เพราะไม่สามารถทำให้เขาพูดชื่อเธอออกมาได้แม้แต่คำเดียว
“หนูใช้เวลาไปสิบนาที”
ใยบัวเบะปากออกมาเล็กน้อย เธอใช้เวลานานกว่าที่คิด แต่ก็ทำให้เขาพูดกับเธอไม่ได้ ก่อนจะยืดตัวนั่งตรงอีกครั้ง เพราะเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางพูดชื่อของเขาออกมาแน่ ๆ ยังไงตานี้เธอจะต้องเป็นฝ่ายชนะ
“เริ่มแล้วนะ”
ทันทีที่พูดจบ มังกรก็โน้มตัวเข้าไปใกล้คนตัวเล็กช้า ๆ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าแคบลง จนทั้งสองคนเริ่มสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน
ใยบัวที่เห็นร่างสูงรุกคืบเขามาใกล้ด้วยวิธีเดียวกันก็ชะงักไปทันที ก่อนเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความประหม่า ดวงตากลมโตเบิกขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังไม่แน่ใจว่าควรขยับถอยออกมาหรือควรอยู่นิ่ง ๆ ต่อไป
“หึ”
เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมถอยหนี เขาก็ยิ่งรู้สึกมันเขี้ยวอยากแกล้งเธอให้หนักขึ้นมากกว่า
ฝ่ามือหนายกขึ้นวางไว้ข้างแก้มเธอ เหมือนกำลังกันไม่ให้เธอถอย พร้อมกับโน้มศีรษะเข้าใกล้มากขึ้นไปอีก จนหน้าผากแนบชิดกัน แล้วปล่อยให้ลมหายใจเป่ารดผิวหน้าหญิงสาวอย่างจงใจ
ความสัมผัสใกล้ชิดของคนตัวโตทำเอาใยบัวถึงกลับลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทำไมตอนที่เธอทำ เขาถึงไม่มีอาการประหม่าแบบเธอบางนะ แต่สุดท้ายใยบัวก็พยายามฝืนอดทนไม่ยอมเรียกชื่อของเขาออกมา
เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กยังคงดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ เขาก็ยิ่งนึกสนุกปลายนิ้วร้อนของมังกรเริ่มลากผ่านผิวหน้าไล่ไปตามลำคอระหงเบา ๆ จนเธอสะดุ้งเล็กน้อย
คนบ้า เล่นแบบนี้ใครจะไปชนะ
ใยบัวเม้มริมฝีปากแน่น ได้แต่ประท้วงการกระทำของคนตัวโตอยู่ในใจ ยิ่งเขาสัมผัสมากขึ้นเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกวูบไหวในอกมากขึ้นเท่านั้น
ไรขนอ่อนลุกชันไปทั่วทั้งตัว ในขณะที่ลมหายใจอุ่นร้อนยังคงเป่ารดผิวหน้าเธออยู่ไม่ห่าง
ในสุดท้ายเธอเริ่มทนต่อความเขินอายนี้ไม่ไหว ริมฝีปากเรียวบางเริ่มขยับเล็กน้อยเพื่อเรียกชื่อเขา เป็นการยอมแพ้
“พะ…พี่”
เสียงหวานที่พยายามบังคับเสียงตัวเองให้เรียกชื่อคนตัวโตออกมายังไม่ทันได้พูดจบ ก็ถูกริมฝีปากหนาของมังกรก็แนบทาบลงมาปิดอย่างแผ่วเบา พร้อมกับสอดเรียวลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่มไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เรียกชื่อเขาออกมาง่าย ๆ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจในวินาทีแรก พร้อมกับลมหายใจสะดุดขาดห้วงไม่เป็นจังหวะ หัวใจเต้นของเธอแรงจนแทบได้ยินเสียงของตัวเอง แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่ความหวาดกลัวหรือรังเกียจอย่างที่เธอคิด
“อือออ”
เพียงไม่กี่วินาทีถัดมา ความตกใจที่เคยมีในตอนแรกก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
สัมผัสอุ่นร้อนจากคนตัวโตทำให้ใยบัวเผลอคล้อยตามได้อย่างง่ายดาย เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ ยินยอมรับทุกสัมผัสที่เขามอบให้…อย่างเต็มใจ
มือเล็กกำผ้าห่มแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่หัวใจของเธอกำลังเต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะ ทั้งจากความตื่นเต้น และความรู้สึกบางอย่างที่กำลังแผ่ซ่านอยู่ภายใน
เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ได้มีท่าทีผลักไส มังกรก็ค่อย ๆ ขยับเรียวลิ้นกวาดต้อนความหวาน และดูดดึงเรียวลิ้นของใยบัวอย่างดูดดื่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
โดยใช้หัวใจและสัมผัสของเขานำทางให้ร่างบาง ให้ขยับลิ้นตามอย่างไร้เดียงสา ก่อนที่มังกรผละออกก่อน ช้า ๆ เหมือนคนที่รู้ดีว่าควรหยุดตรงไหน
สายตาคมสบกับดวงตากลมโตที่ยังสั่นไหว ด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ที่เต็มไปด้วยความถึงพึงพอใจ ที่ฉายออกมาทางสายตาจนปิดไม่มิด
“พี่มังกร”
ในที่สุด เสียงหวานก็สามารถเอ่ยเรียกชื่อของเขาออกมาได้พร้อมกับคนตัวโตที่ยิ้มรับและเอ่ยตอบกลับออกมาอย่างผู้ชนะ
“เก้านาที”
“…”
“พี่ชนะแล้วนะคะ”
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างผู้ชนะ ทำให้ใยบัวชะงักไปทันที ดวงตากลมโตที่ยังแดงระเรื่อเงยขึ้นมองเขาอย่างประหม่า
หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมจังหวะไม่ได้ ทั้งจากความเขิน และความรู้สึกบางอย่างที่เธอเพิ่งรู้ตัวว่า…กำลังแพ้เขาทุกทางจริง ๆ
ใยบัวยังคงนั่งนิ่ง เม้มริมฝีปากแน่น ความร้อนผ่าวบนแก้มยังไม่จางหาย เธอหลบสายตาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเขินอย่างเดียว แต่เพราะในหัวเริ่มเต็มไปด้วยคำถามและความอยากรู้ว่าเขาจะขออะไรจากเธอ
สายตาคมจับภาพทุกอาการนั้นได้ชัดเจน เขามองคนตัวเล็กที่ก้มหน้าเพื่อหลบสายตา ดูใบหน้าเล็กที่ทำท่าเง้างอนก่อนจะเผลอใช้ปลายลิ้นแตะเบา ๆ ที่ริมฝีปากของตัวเอง
ความรู้สึกเมื่อครู่ยังไม่จางหาย ความนุ่มนิ่ม ความหวานละมุนจากกลีบปากเล็ก ๆ นั้น ยังติดค้างอยู่ในความรู้สึกอย่างชัดเจน
“รางวัลที่พี่อยากได้…”
มังกรแสร้งพูดน้ำเสียงนาบนิ่ง และช้าลง พร้อมกับหรี่ตามองใยบัวที่กำลังลุ้นตามคำพูดของเขาไปด้วยความตื่นเต้น เป็นท่าทางของคนที่ลุ้นระทึกปนหวาดระแวงเล็กน้อย จนมังกรอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มให้กับดวงตากลมใสที่มองมาทางเขาอย่างนึกเอ็นดู
ยิ่งรู้จักเขาก็ยิ่งแพ้ทางให้กับคนตัวเล็กนี้
“พี่อยากให้หนู…คุยกับพี่ให้มากขึ้น”
คำขอนั้นดังกระแทกลงในใจใยบัวเต็มแรง เธอนิ่งค้างไปทันที ความรู้สึกอุ่นเมื่อครู่ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความกังวลลึก ๆ ที่เธอพยายามหนีมาตลอด ใยบัวก้มหน้าลง สายตามองมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก
นิ้วเรียวขยับเกี่ยวกันไปมาเล็กน้อย เหมือนลังเลว่าจะทำยังไงต่อไปดี ในหัวของเธอมีแต่ภาพความทรงจำเก่า ๆ คำพูดที่เคยพูดออกไปและเหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขได้อีก
มันคือการสูญเสียคนที่เธอเคยรักจนหมดใจไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอปิดกั้นและโทษตัวเองมาตลอด เพราะไม่รู้ว่าหากเธอพูดอะไรออกไป มันจะทำให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายเหมือนเช่นวันนั้นอีกไหม
จะต้องมีใครตายเพราะเธออีกหรือเปล่า
มังกรเห็นท่าทีนั้น เขาก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ไม่ใช่เพราะความอึดอัดหรือเหนื่อยใจ แต่เป็นเพราะความสงสารและเข้าใจความรู้สึกที่ร่างบางพยายามต่อสู้กับมันมาตลอด
“ไม่ต้องคุยด้วยกันตลอดเวลาก็ได้”
เขาพูดต่อทันที เหมือนกลัวว่าเธอจะคิดมากไปไกล เพราะถ้าเขาจะดึงเธอออกมาจากจุดนี้ก็คงต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ก่อนเท่านั้น
“ไม่ต้องพยายามฝืน ไม่ต้องพูดด้วยกันตลอดเวลา แค่เรามาพยายามคุยกันให้มากขึ้นอีกนิดเดียวก็พอ”
ใยบัวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตยังเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ เธอยกมือขึ้น เขียนข้อความสั้น ๆ ลงบนฝ่ามือเขา ด้วยเรียวนิ้วที่ยังสั่นระริก หนูกลัวค่ะ
ข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้มังกรอ่านแล้วรู้สึกจุกเบา ๆ ในอก เขาไม่ได้แปลกใจที่ใยบัวจะรู้สึกแบบนั้น และมันยิ่งทำให้เขาอดรู้สึกสงสารไม่ได้
“พี่รู้ค่ะ”
เขาตอบทันที น้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความหนักแน่น จริงใจ และเชื่อใจ มือหนายกขึ้นวางทับมือเล็กของเธอเบา ๆ ให้รู้ว่าเขาจะอยู่ข้าง ๆ และปกป้องเธอไม่ไปไหน
“งั้นลองเปลี่ยนวิธีคิดดูไหม” ใยบัวเงยหน้ามองเขาอย่างตั้งใจ
“คิดว่ามันเป็นเกมก็ได้”
“…”
“เหมือนที่เราเล่นด้วยกันวันนี้ ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้”
เขายกยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากเพียงเล็กน้อย แต่สายตากลับสะท้อนออกมาถึงความจริงจังมากกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น
“ถ้าหนูพูดแล้วเริ่มรู้สึกไม่ไหว ก็หยุด”
“แต่มีคนตายเพราะหนู หนูไม่อยากให้ใครต้องจากไปเพราะคำพูดของหนูอีกแล้ว”
ใยบัวตัดสินใจเลือกจะบอกความจริงเกี่ยวกับตัวเองในอดีต ด้วยความรู้สึกกังวล และโล่งใจที่ได้พูดมันออกมา
ร่างบางยังคงก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา มันเป็นความรู้สึกผิดที่เธอแบกเอาไว้ตลอด ความทรงจำเก่า ๆ คำพูดในอดีต และเหตุการณ์บางอย่างที่เธอไม่เคยให้อภัยตัวเองได้จริง ๆ
ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะเธอกำลังรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยกับความกลัวที่ก่อตัวขึ้นซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่เธอกำลังจะดีขึ้น
เธอก็จะถูกตอกย้ำด้วยคำพูดต่าง ๆ นานาว่าเธอทำให้คนคนหนึ่งต้องตาย สุดท้ายเธอก็ติดอยู่ในวังวนความรู้สึกผิดที่เอาออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้
แต่ครั้งนี้เธอเลือกพูดความจริง เลือกจะเผชิญหน้ากับมัน แทนการหลบหนี ไม่ว่าเขาจะตอบกลับมาอย่างไร เธอก็ยอมรับมันได้มากกว่าการเงียบแล้วเสียเขาไปโดยไม่ทันได้พูดอะไรเลย
“พี่ไม่เป็นอะไร เพราะคำพูดของหนูหรอก”
ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น ใยบัวรู้สึกเหมือนมีความรู้สึกอุ่น ๆ ค่อย ๆ แผ่ซ่านออกมาจากตรงกลางอก ความอัดแน่นที่กดทับหัวใจมานานเหมือนจะค่อย ๆ คลายลง
ใยบัวเผลอเงยหน้าขึ้นมองเขาคนตัวโตยังคงมองมาด้วยสายตาและรอยยิ้มแบบเดิม ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักนิดเดียว เหมือนสิ่งที่เธอเพิ่งพูดออกไป ไม่ได้ทำให้เขาถอยห่างจากเธอแบบที่กลัวเลยสักนิด
“พี่เล่นเกมเก่งจะตายหนูก็เห็น”
ใยบัวเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งที่ไม่ตั้งใจ ความตึงเครียดในใจคลายลงอย่างเห็นได้ชัด มังกรเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม ก่อนจะพูดต่อเพื่อเสนอเงื่อนไขพิเศษให้คนตัวเล็กคล้อยตาม
“ในเมื่อข้อตกลงที่เราจะคุยกันมากขึ้น ก็เป็นแค่เกมหนูก็ไม่ต้องกลัว”
“…”
“ถ้าหนูทำได้…” เขาหยุดนิดหนึ่ง เหมือนจงใจกระตุ้นความสนใจให้เธอได้ลุ้นและตื่นเต้นตาม
“พี่จะพาไปเที่ยวที่ไหนก็ได้...เลือกที่หนูอยากไป”
ดวงตากลมโตของใยบัวเบิกกว้างขึ้นทันที รอยยิ้มเล็ก ๆปรากฏบนขึ้นใบหน้าอย่างเปิดเผย
ท่าทางตื่นเต้นและดีใจของร่างบางตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งได้ของขวัญที่ไม่คิด เธอพยักหน้ารับเงื่อนไขนั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มังกรหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเอ็นดู
“งั้นหนูลองบอกพี่หน่อยว่าอยากไปที่ไหน”
นิ้วมือเล็ก ๆ ยกขึ้นโดยอัตโนมัติเพราะความเคยชิน เธอกำลังจะเขียนคำตอบลงบนฝ่ามือเขาเหมือนทุกครั้งที่เคยทำ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้ขยับ มังกรกลับดึงมือออกและส่ายหน้าเบา ๆ
“ลองพูดดูไหมคะ”
น้ำเสียงของเขาเอ่ยออกมาด้วยความใจเย็นและอ่อนโยน ไม่ได้กดดันหรือจริงจังจนเธออึดอัด แต่เหมือนแค่ยื่นข้อเสนอเพื่อเปิดพื้นที่ให้เธอได้เป็นคนเลือก
ใยบัวชะงัก มือที่ยกค้างไว้ค่อย ๆ ลดลงมาวางบนตัก หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง จะพูดได้ไหมนะ แค่คำสั้น ๆ เอง
เธอสูดลมหายใจเข้าเบา ๆ ไหล่บางยกขึ้นนิดหนึ่งเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ดวงตากลมโตหลบสายตาเขาไปทางปลายเตียง
ใยบัวเม้มริมฝีปากแน่นอีกครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากเรียวขยับเล็กน้อย
“สะ…”
เสียงแรกหลุดออกมาแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน เธอชะงักไปทันที หัวใจเต้นแรงจนมือเย็น มังกรยิ้มบาง ๆ ให้กำลังใจ
“ไม่เป็นไรค่ะ ค่อย ๆ พูด”
เธอพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วลองอีกครั้ง แล้วพยายามรวบรวมความกล้าพูดมันออกมาอีกครั้ง
“สวนสนุกค่ะ”
ใยบัวเริ่มรู้สึกได้ว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิด แต่ทว่าทันทีที่พูดจบ ใยบัวก็เผลอหลับตาปี๋ เหมือนกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาเหมือนในห้องสโมสรที่มหาลัยวันนั้น
“หึ”
แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ ของคนตัวโต และรอยยิ้มกว้างที่เผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“สวนสนุกเหรอ”
ใยบัวลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเล็กน้อย แก้มเริ่มแดงด้วยความเขินอาย
“เก่งมากเลยค่ะ”
คำชมสั้น ๆ นั้นทำให้หัวใจใยบัวพองโตขึ้นอย่างประหลาด เธอไม่รู้ตัวเลยว่ารอยยิ้มของตัวเองกว้างขึ้นกว่าเดิมแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหน และที่สำคัญกว่านั้น มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามมาอย่างที่กลัว
“งั้นพี่จองตัวเราแล้วนะ”
“…”
“ถึงวันหยุดเมื่อไหร่...เราไปสวนสนุกกัน”
ใยบัวมองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย ก่อนจะพยักหน้ารับอีกครั้ง คราวนี้เบา ๆ แต่มั่นใจกว่าเดิม เธออาจยังกลัวการพูดกับคนอื่นอยู่ แต่ในทางกลับกันเธอก็รู้สึกเชื่อใจคนตัวหน้าด้วยเช่นกัน และวันนี้…เธอรู้แล้วว่าอย่างน้อยก็มีใครบางคนที่พร้อมจะรอฟังเธอเสมอ