“กูขอแทรกเวลาสวีทหน่อยนะ”
เสียงทุ้มปนยียวนของเดรกดังขึ้นจากด้านหลัง ราวกับตั้งใจเข้ามาขัดจังหวะโดยไม่คิดจะปิดบัง มังกรถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายที่ได้ยินเสียงเพื่อนตัวเอง
“ไม่!!”
เขาตอบกลับแทบจะในทันที ทั้งที่ยังไม่หันไปมองหน้าเจ้าของเสียงด้วยซ้ำ
“หึ”
เดรกหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะเดินอ้อมมาอยู่ตรงหน้า กอดอกมองทั้งสองคนสลับไปมาระหว่างมังกรกับหญิงสาวตัวเล็กในอ้อมแขนอย่างสนใจ
“สวัสดีครับน้องใยบัว เราเจอกันอีกแล้วนะ”
“เดรก อย่าแกล้งน้อง”
นับหนึ่งรีบเอ่ยปากห้ามคนตัวโตที่กำลังสนุกกับการเย้าแหย่มังกรมากเกินไป จนเผลอลืมสังเกตหญิงสาวอีกคนที่นั่งก้มหน้าต่ำอยู่ข้างกายมังกร
แม้ใยบัวจะไม่แสดงอาการตื่นตระหนกเหมือนครั้งก่อนที่เจอกัน แต่สำหรับนับหนึ่ง เขาไม่อยากให้เดรกเอาแต่เล่นสนุกจนมองข้ามเรื่องสำคัญ พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าใยบัวกำลังรักษาตัวจากข้อมูลที่มังกรสืบมา
และรู้ดีไม่แพ้กันว่ามังกรต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนกว่าจะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและกล้าเปิดใจที่จะยอมรับใครบางคนเข้ามาในพื้นที่ของตัวเอง
“เคลลีย์ล่ะ?” เขาเลือกจะเปลี่ยนเรื่องคุย ด้วยการถามถึงเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้เข้ามาด้วยกัน
“เคลไปสนามขี่ม้าแล้ว”
“แล้วมึงเข้ามามีอะไร”
มังกรเลิกคิ้วขึ้นช้า ๆ น้ำเสียงเรียบ สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แปรเปลี่ยนไปเป็นแววตานิ่งลึกที่อ่านไม่ออก
คงมีแค่ผู้หญิงข้างกายสินะที่ได้เห็นแววตาอ่อนโยนนั้นของมังกร
“หึ”
เดรกหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ อย่างคนไม่กลัวตาย ที่ได้เข้ามากวนประสาทอีกฝ่ายทั้ง ๆที่รู้ว่ามังกรกำลังเริ่มจะหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์ในมือออกมา
“เออ ๆ ไม่กวนแล้ว แต่มึงจะทำไรก็ดูโทรศัพท์ด้วยแม่มึงโทรหา”
มังกรพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว แต่ดูเหมือนเรื่องที่เดรกต้องการจะบอกไม่ได้มีแค่นั้น
“น้าไคลทีบอกว่าให้มึงพาคนสวยไปกินข้าวด้วย”
“มึงบอก...”
“ก็แม่มึงถาม กูก็เลยบอกมึงอยู่กับสาวน้อยน่ารักคนหนึ่ง”
มังกรถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอา ไม่ใช่เพราะกลัวการพาใยบัวไปเจอครอบครัว แต่เป็นเพราะเขากังวลว่า ‘เธอ’ อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดรับคนอื่นมากไปกว่านี้
ต่างกับใยบัวที่หน้าแดงจัด ความกังวลกับความเขินอายเริ่มก่อตัวขึ้นมาจนเริ่มหายใจติดขัด
เธอแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองใครอีก ใบหน้าเล็กก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยับตัวเข้าไปซุกอกมังกรแน่นกว่าเดิม ราวกับร่างกายเลือกที่จะเชื่อใจเขาโดยไม่ต้องผ่านการคิดไตร่ตรอง
“…”
มังกรชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที สายตาคมก้มมองคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู แต่เพราะความแนบชิดที่มากกว่าปกติและกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ จากหญิงสาว ทำเอาหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะยกมือขึ้นประคองไหล่บางไว้แน่นขึ้น
สายตาคมเหลือบไปมองเดรกช้า ๆ แววตานิ่งลึกสื่อออกมาอย่างชัดเจนว่า อย่าพูดอะไรออกมาให้ใยบัวกังวลมากไปกว่านี้
“เอ่อ พวกมึงรอก่อน กูขอคุยกับน้องแป๊บเดียว”
เดรกกับนับหนึ่งมองภาพตรงหน้าอีกครั้ง นับหนึ่งส่งยิ้มบาง ๆ ให้ใยบัวด้วยแววตาเอ็นดู ไม่แปลกใจเลยที่มังกรจะมีความรู้สึกดีกับหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้
“หนูอยากไปหาแม่พี่ไหมคะ”
มังกรก้มลงเล็กน้อย กระซิบชิดข้างหูใยบัวที่ยังซุกหน้าไม่ยอมเงยหน้า เสียงทุ้มต่ำของเขาไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นทันที
ใยบัวชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะถามออกมาตรง ๆ แบบนี้ มือที่กำเสื้อเขาไว้แน่นค่อย ๆ คลายลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างลังเล
“แต่…”
เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา มันเต็มไปด้วยความกังวลที่ฉายชัดบนใบหน้าเล็ก ๆ ที่ขาดความมั่นใจ ความลังเลนั้นยังคงติดอยู่ในแววตาจนเห็นได้ชัด
มังกรก้มลงอีกนิด ให้ระดับสายตาใกล้กับเธอ มือยังคงประคองไหล่บางไว้แน่น
“ไม่ต้องกลัว แค่ทำอย่างที่อยากทำก็พอ อะไรที่ไม่อยากทำก็ไม่ต้องฝืน”
น้ำเสียงเขานุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าใยบัวกำลังกังวลเรื่องอะไร มังกรสบตาเธออย่างมั่นคง ไม่เร่งเร้าให้ร่างบางรีบตัดสินใจ แค่ให้เธอรู้ว่าเขาจริงจังกับคำพูดนั้น และเธอไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองหากยังไม่พร้อม
“ถ้าสิ่งที่หนูกังวล คือเรื่องที่หนูกำลังรักษาตัว”
“…”
“พี่อยากบอกว่า มันไม่มีอะไรให้กังวล”
ใยบัวเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงดวงสายตาที่สั่นระริก ไม่คิดว่าคนตัวโตจะรู้เรื่องที่เธอต้องเข้าพบจิตแพทย์ เพราะเธอไม่ได้บอกเขาในเรื่องนี้ ความหนาวเย็นอ้างว้างในจิตใจเริ่มเกาะกุมกันอีกครั้ง เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะรู้เรื่องนี้ และไม่รู้เลยว่าควรรับมือกับมันอย่างไร
เขาจะคิดว่าเธอเป็นบ้าไหม ครอบครัวเขาจะรังเกียจที่เธอเป็นคนป่วยทางจิตหรือเปล่า
“…”
ริมฝีปากบางเม้มแน่น เสียงทุกอย่างเหมือนติดอยู่ในลำคอ เหมือนอยากจะอธิบายแต่ก็พูดไม่ออก
“อย่าคิดมากนะคะ ถ้าหนูอยากเดินไปข้างหน้า เราจะเดินไปด้วยกัน”
“พี่รู้ว่ามันไม่ง่ายเลย แต่หนูเก่งมากนะที่ผ่านมาได้ตั้งขนาดนี้”
มือที่วางอยู่บนไหล่เธอขยับขึ้นมาลูบหลังเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนกำลังบอกว่ามันไม่เป็นไรจริง ๆ
“ตอนนี้หนูเก่งมากแล้ว”
“ไม่ใช่แค่มังกรหรอกนะที่คิดแบบนั้น พี่เองก็อยากรู้จักเรามากขึ้นนะ” นับหนึ่งรีบเอ่ยสำทับตาม เพื่อให้ใยบัวรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
คำพูดนั้นทำให้ใยบัวเผลอกำเสื้อเขาแน่นขึ้นอีกครั้ง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอก้มหน้าลง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่มันคือการตื้นตันที่ถูกคนยอมรับในตัวเธอมากขึ้น
“ไม่ต้องกลัว ว่าใครจะมองอย่างไง” มังกรพูดต่อ เสียงนิ่งแต่หนักแน่น เอ่ยออกมาช้า ๆ
“แค่ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ในแบบของหนู พี่ ครอบครัวพี่ รวมถึงพวกมันไม่มีใครกลัวหรือรังเกียจหนูสักคน”
ใยบัวพยักหน้ารับเบา ๆ แววตาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเงียบไปครู่หนึ่ง มือเล็กที่กำเสื้อของมังกรค่อย ๆ คลายออก
คนตัวเล็กสูดลมหายใจลึก เหมือนกำลังรวบรวมแรงใจทั้งหมดที่มี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาทีละคนเป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง
แม้ดวงตากลมโตยังคงสั่นไหว แต่คราวนี้ไม่ใช่ความกลัว หากเป็นความรู้สึกอยากที่จะพยายามหลุดพ้นจากความรู้สึกนี้ด้วยตัวเอง
“วันนี้ หนูยังไม่พร้อมจริง ๆ ค่ะ”
ปลายนิ้วเล็กค่อย ๆ เขียนข้อความลงไปบนฝ่ามือหนา ช้า ๆ ทีละตัวจนครบทุกคำ
มังกรไม่ตอบทันที เขาแค่มองเธอด้วยสายตานิ่งสงบ ไม่มีแววตาของความผิดหวัง ไม่มีคำถาม ไม่มีแรงกดดัน มีเพียงการยอมรับการตัดสินใจนั้น
“ครับ”
มังกรยกมือขึ้น ลูบศีรษะเธอเบา ๆ อย่างที่ทำเสมอ ใยบัวรู้สึกเหมือนลมหายใจโล่งขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาใครบางคนที่รออยู่ ก่อนจะหันกลับมามองร่างบางอีกครั้ง
“ครับแม่”
เสียงปลายดังขึ้นได้ไม่นาน เสียงตอบรับก็ดังขึ้นทันที มังกรฟังเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ สุขุม
“วันนี้น้องคงยังไม่ได้เข้าไปหานะครับ”
“น้องยังไม่พร้อม แม่ต้องให้เวลาน้องหน่อย” เขาหยุดฟังเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“ผมจะดูแลน้องอย่างดี แม่ไม่ต้องเป็นห่วง”
ใยบัวนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้เขาพูดกับแม่ ถึงตัวเอง แค่เสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาก็ทำให้เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้คงอ่อนโยนเหมือนแม่ของเขาแน่ ๆ
“ครับแม่ ขอบคุณครับ”
มังกรยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกดตัดสายก่อนจะเก็บโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มือใหญ่ยกขึ้นแตะลงที่ปลายจมูกเธอเบา ๆ
“พี่บอกแล้ว ว่าทุกคนเข้าใจ”
“งั้นกูไปก่อนนะ ไม่กวนละ” เดรกยกกุญแจรถขึ้นมาควงเล่นไปมา พร้อมกับเอื้อมไปคว้ามือนับหนึ่งไว้แน่น
“ดูแลน้องดี ๆ นะ”
นับหนึ่งพยักหน้าให้ทั้งคู่ ก่อนจะเดินตามออกไป เหลือเพียงความเงียบสงบที่อบอวลอยู่รอบตัว
“พี่ไปส่งค่ะ”
มังกรประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือให้ใยบัว เธอพยักหน้าเบา ๆ วางมือลงบนฝ่ามือเขาอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินตามเขาไปพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เข้ามาปลดล้อกความรู้สึกของเธอทีละนิด
รถยนต์หรูเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ เพื่อมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทาง บรรยากาศภายในห้องโดยสารมีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบา ๆ กับเสียงลมหายใจของทั้งสองคนที่ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อรถจอดสนิท ใยบัวเปิดประตูลงโบกมือลาร่างสูงเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองเขาที่เดินตามมาส่งเธออีกครั้งเพียงครู่เดียว แล้วเดินเข้าบ้านโดยไม่หันกลับมา
ประตูบ้านปิดลงเบา ๆ หลังร่างเล็กของใยบัวเดินหายเข้าไปด้านใน มังกรยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้รีบขึ้นรถทันที สายตาคมทอดมองไปตามทางเดินนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่รถ
“มังกร”
เสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เขาหันกลับไปโดยอัตโนมัติ
“สวัสดีครับคุณน้า”
แม่ของใยบัวยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้านิ่งสงบแต่กลับดูซีดเซียวกว่าปกติที่เจอกันครั้งก่อน บ่งบอกว่ามีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องคุยกับเขา
“น้าขอคุยด้วยได้ไหม”