หลังจากกลับจากซื้อกาาเเฟทางเเผนกห้องผ่าตัดโทร.มาบอกเขาว่าวันนี้หมอเเทนมีเคสผ่าตัดด่วน จึงต้องรีบกลับมาเตรียมตัวทันที
ภายในห้องผ่าตัดที่อุณหภูมิถูกตั้งไว้ให้เย็นจัด แสงไฟจากโคมไฟผ่าตัดดวงใหญ่สาดส่องลงมาที่เตียงคนไข้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด มีเพียงเสียงสัญญาณชีพจรจากเครื่องมอนิเตอร์ที่ดังเป็นจังหวะ ติ๊ด... ติ๊ด... ศัลยแพทย์หนุ่มฝีมือดีที่สุดของรุ่น ยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงผ่าตัด ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกคลุมผมและหน้ากากอนามัยจดจ่ออยู่กับอวัยวะภายในที่ซับซ้อน มือหนาที่สวมถุงมือยางสีขาวสะอาดเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาแต่แม่นยำ
“ขอมีดครับ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นสั้นๆ พยาบาลส่งเครื่องมือให้ทันท่วงที ทุกการเคลื่อนไหวของหมอแทนคือความสมบูรณ์แบบ เขาไม่เคยหวั่นไหว ไม่เคยหลุดสมาธิ จนได้รับฉายาว่า ศัลยแพทย์หุ่นยนต์เพราะนอกจากฝีมือจะนิ่งแล้ว หัวใจของเขาก็ดูเหมือนจะเย็นชาไม่ต่างจากห้องผ่าตัดนี้เลย
“ปิดแผลได้ครับ ที่เหลือฝากหมอผู้ช่วยด้วย”
หลังจากใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมง หมอแทนก้าวออกมาจากห้องผ่าตัด เขาถอดถุงมือและหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ยังคงความนิ่งสนิท เขาเดินไปล้างมือด้วยท่าทางที่ดูเป็นระเบียบจัด
“หมอแทนคะ มีคนไข้พิเศษมาขอพบค่ะ
” พยาบาลหน้าเคาน์เตอร์เรียกเขาด้วยน้ำเสียงเกรงใจ “เธอพยายามจะขอเข้าพบหมอให้ได้ บอกว่ามีอาการ วิกฤต ค่ะ”
หมอแทนขมวดคิ้วมุ่น วิกฤตงั้นเหรอ? ถ้าวิกฤตทำไมไม่ส่งห้องฉุกเฉิน ER เเต่ลืมนึกไปเลยว่าอาจจะเป็นยัยตัวเเสบที่เขาเเอบไปดูที่มหาลัยเมื่อตอนบ่าย
เขาเดินกลับไปที่ห้องตรวจส่วนตัวด้วยฝีเท้าที่มั่นคง แต่พอเปิดประตูเข้าไป เขาก็ต้องชะงัก
แทนที่จะเจอคนไข้ที่นอนพะงาบๆ เขากลับเจอหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่ดูคุ้นตา สวมทับด้วยเสื้อชอปคณะนั่งแกว่งขาอยู่บนเตียงตรวจพร้อมกับถือไอศกรีมโคนอยู่ในมือ พอเธอเห็นหน้าเขา ดวงตากลมโตนั่นก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
“หมอแทนผ่าตัดเสร็จแล้วเหรอคะ แพงรอจนไอติมจะละลายหมดแท่งแล้วเนี่ย”
“พะแพง ”
หมอแทนเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยใจ
“คุณพยาบาลบอกว่าคุณมีอาการวิกฤต”
“ใช่ค่ะ วิกฤตมากด้วย”
พะแพงกระโดดลงจากเตียงแล้วเดินเข้ามายืนตรงหน้าเขา พลางทำหน้าเศร้าสรุปยังไงกันเเน่พะเเพง "
“วิกฤตจากการคิดถึงพี่หมอมาทั้งวันเเล้วไงคะ "
คุณปู่หมอโทรมาจิกแพงทุกชั่วโมงเลย บอกว่าถ้าหมอเเทนยังเมินไม่สนใจเเพง ท่านจะตัดหมอออกจากกองมรดกแล้วเอามาให้แพงแทน”
เฮ้อ.. เอาสิ ปู่ก็ไม่เข้าข้างหลานชายเลย ดันไปเข้าข้างยัยเด็กเเสบนี่เเทน
"เเล้วตกลงเป็นอะไร หรือมาป่วนเฉยๆ"
"ใช่คะ เเพงตั้งใจมาป่วนพี่หมอ มาเเอบดูด้วยคะว่ามีสาวๆคนไหนเเอบจีบว่าที่คู่หมั้นของเเพงบ้างรึเปล่า ??
"ไม่มีใครจีบ หรอกเเค่ทำงานก็ปวดหัวจะตายอยู่เเล้ว มีเเต่เด็กเเสบเเถวนี้เเเหละ มาป่วน ทุกวัน"
อ่าว.. ไม่ดีหรอคะ เเล้ววันนี้พี่หมอเเทนเลิกงานยังคะพาเเพงไปซื้อของเตรียมไปค่ายกับน้องๆวันมะรืนนี้หน่อย "
"เเล้วทำไมไม่ชวนเพื่อน ? มาชวนพี่เนี่ยนะ เห็นไหมว่าพี่เหนื่อย งานก็ยุ่ง มากๆ"
"คะ งั้นก็เชิญพี่หมอพักผ่อนไปเถอะคะ เเพงชวนคนอื่นไปก็ได้ "
เธอจงใจเน้นคำว่าคนอื่น เเล้วพลางเเกล้งหยิบโทร.ศัพท์ขึ้นมาทำท่าจะกดต่อสายหาใครบางคน
"งั้นไปก็ไป เเต่ต้องรอห้าโมงก่อน เพราะต้องรอตรวจคนไข้ที่ผ่าตัดเมื่อกี้ก่อนอีกที โอเคไหม ??
"โอเคคะ เเพงรอได้ "
"งั้นก็ไปรอห้องพักเเพทย์ที่เคยไปวันก่อน ห้องนี้ห้องตรวจ เผื่อมีคนไข้มามันจะดูไม่ดี "
"คะ เเพงไปละน๊า.."
หมอเเทนยืนมองยัยเด็กเเสบที่เดินออกจากห้องตรวจไป
หลังจากตรวจอาการคนไข้เคสผ่าตัดหัวใจช่วงบ่ายจนมั่นใจว่าสัญญาณชีพคงที่ หมอแทน’ในชุดเชิ้ตพับแขนเสื้อดูสบายตา แต่ยังคงความเนี้ยบ ก็ยอมใจอ่อนพา พะแพงมาห้างสรรพสินค้าตามคำเรียกร้อง
“พี่หมอแทนคะ เดินช้าๆ สิคะ เดี๋ยวคนเขาก็รู้หมดหรอกว่าพี่หมออยากรีบกลับไปนอนพักผ่อนอ่า..”
พะแพงก้าวฉับๆ เข้าไปคว้าลำแขนแกร่งมาควงไว้อย่างถือวิสาสะ ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นยิ้มหวานจนตาปิด ทำเอาคนไข้และพยาบาลแถวนั้นที่บังเอิญมาเดินห้างถึงกับตาค้าง เพราะไม่เคยเห็นใครกล้า เขย่า มาดคุณหมอแทนได้ขนาดนี้
“พะแพง... คนเยอะแยะครับ ปล่อยมือเถอะ”
เขาบอกเสียงเรียบ แต่ไม่ได้สะบัดออก
“ไม่ปล่อยค่ะ กลัวพี่หมอหลง หลงรักแพงจนหาทางกลับไม่ถูกไงคะ”
หมอแทนลอบถอนหายใจ แต่ที่มุมปากกลับกระตุกนิดๆ อย่างห้ามไม่ได้ เขาปล่อยให้เธอควงแขนเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ จนกระทั่งพะแพงลากเขามาหยุดกึกที่หน้าร้าน ชุดชั้นในแบรนด์ดัง
“เอ่อแพงครับ ร้านนี้พี่ว่าพี่รอข้างนอกดีกว่า”
หมอแทนชะงักฝีเท้าทันที หน้าที่เคยนิ่งเริ่มขึ้นสีจางๆ
“ไม่ได้ค่ะพี่หมอเป็นศัลยแพทย์ไม่ใช่เหรอคะ พี่หมอต้องช่วยแพงดูสิว่าไซส์ไหนมันจะพอดีกับ หุ่นของแพงที่สุด หมอต้องเก่งเรื่องกายวิภาคสิคะ”
ไม่พูดเปล่า พะแพงกึ่งลากกึ่งจูงคุณหมอหนุ่มเข้าไปในร้านท่ามกลางสายตาอมยิ้มของพนักงานสาวๆ หมอแทนยืนตัวแข็งท่ออยู่ท่ามกลางราวแขวนลูกไม้สีหวานและผ้าซาตินบางเบา เขาพยายามมองไปทางอื่นแต่พะแพงก็ดันคว้าบราสีแดงเพลิงตัวหนึ่งขึ้นมาทาบหน้าอกตัวเอง
“พี่หมอแทนคะ สีแดงนี้ดูร้อนแรงไปไหมคะ หรือจะเอาสีขาวลูกไม้แบบใสๆ ดี พี่หมอชอบแบบไหนคะ”
พะแพงแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนหมอแทนต้องถอยหลังไปชนกับหุ่นโชว์ชุดชั้นใน
“ พี่ไม่รู้ครับ เลือกที่เราชอบเถอะ”
“ไม่ได้ค่ะ ปู่บอกว่าเราต้องแต่งงานกัน เพราะฉะนั้นพี่หมอก็ต้องเป็นคนเห็นมันบ่อยที่สุด พี่หมอก็ต้องเป็นคนเลือกสิคะ”
เธอพึมพำประโยคหลังด้วยเสียงที่ได้ยินกันสองคน
หมอแทนถึงกับลืมความนิ่ง เขาเม้มปากแน่นก่อนจะใช้วิชาชีพแพทย์ประเมินอย่างรวดเร็วเพื่อให้พ้นจากสถานการณ์ชวนหน้าร้อนนี้ สายตาคมกริบกวาดมองผ่านๆ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ บราลูกไม้สีนู้ดเรียบหรู ที่ดูละมุนและคลาสสิก
“สีนั้นครับดูเข้ากับสีผิวคุณที่สุด แล้วก็น่าจะใส่สบายที่สุด”
“ว้าวพี่หมอนี่สายตาเฉียบคมจริงๆ ด้วยนะคะ เลือกสีที่ดู น่าถอดที่สุดเลยหรือเปล่าคะเนี่ย”
“พะแพง” หมอแทนดุเสียงเข้มแต่ใบหูแดงซ่านไปหมด “ซื้อเสร็จหรือยังครับ? ถ้ายังไม่เสร็จ พี่จะกลับแล้วนะ”
“เสร็จแล้วค่ะๆ เขินแรงจังเลยนะคะคุณหมอ”
พะแพงหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ เธอคว้าชุดที่เขาเลือกไปเช็คบิลโดยไม่ลืมที่จะหันมาขยิบตาให้คุณหมอหนึ่งที ทิ้งให้หมอแทนต้องยืนกอดอกพิงผนังร้าน พยายามปรับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวยิ่งกว่าตอนผ่าตัดเคสฉุกเฉินเสียอีก