ส่วนพะเเพงที่กลับขึ้นถึงห้องอนเเล้วก็จัดการอาบน้ำเเต่งตัวในชุดนอนลายหมีเเคร์เเบร์น่ารัก ก่อนจะกดเข้าไลน์หมอเเทนที่ทำการเเอดเฟรนด์ไว้
"เเชะ !! คนตัวเล็กกดเซลลฟี่รูปตัวเองในท่ากอดน้องหมีเเคร์เเบร์บนเตียง ก่อนจะส่งไปให้เขา
"พี่หมอนอนยังคะ? เเพงง่วงเเล้วขอตัวนอนก่อนน๊าา ไว้วันไหนเเพงว่างๆเลิกเรียนไวๆจะเเวะไปจีบพี่หมอนะคะ"
"อ่าน .."
"ฝันดีครับ "
หมอเเทนตอบเธอสั้นๆตามมารยาท ก่อนจะจ้องมองรุปสาวน้อยในชุดนนอนลายหมี น่ารักเเล้วเผลอยิ้มออกมา เขายังไม่ได้นอนหรอเนื่องจากส่งเธอเสร็จพยาบาลก็โทร.มาเเจ้งว่ามีคนไข้ด่วนเข้ามาพอดี เลยต้องวนรถกลับมาที่โรงพยาบาลอีก.
หลายวันผ่านไป พะเเพงก็เเวะเวียนมาที่นี่หลายครั้ง เเละวันนี้ก็นกัน
ณ.โรงพยาบาลในเครือของครอบครัวอัศวโชติเดชา
เช้านี้หมอเเทนมาทำงานตามปกติเเต่ที่ไม่ปกติก็คือยัยเด็กเเสบที่กำลังนั่งจ้องหน้าเขาอยู่ตอนนี้
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเบาบางและเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำไม่ได้ช่วยให้ พะแพงรู้สึกผ่อนคลายลงเลยสักนิด หญิงสาวในชุดนักศึกษาพอดีตัวนั่งบีบมือตัวเองอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องตรวจส่วนตัวดวงตากลมโตลอบมองแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาที่กำลังยืนจดบันทึกอะไรบางอย่างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
"ตกลงว่า ปวดตรงไหนครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ยอมหันกลับมามอง พะแพงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใจหนึ่งก็กลัว อีกใจหนึ่งก็เต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก
"เอ่อ ปวดหัวค่ะพี่หมอ ปวดตุบๆ เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบเลยค่ะ"
เธอโกหกคำโต ทั้งที่ความจริงเธอแค่หาเรื่องมาเจอว่าที่คู่หมั้น ที่คุณปู่จับคู่ให้ เตรียมให้เป็นคู่ชีวิตในตอนเรียนจบ และเขาก็ดูจะจำเธอไม่ได้เสียด้วยซ้ำ
หมอพฤกษ์หันกลับมาเชื่องช้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่พยายามปั้นหน้าเจ็บปวดอย่างจับผิด เขาเดินเข้าใกล้จนกลิ่นหอมสะอาดแบบสบู่ผู้ชายลอยมาแตะจมูก พะแพงเผลอถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียง
"ปวดหัว แต่หัวใจเต้นเร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ??
ฝ่ามือหนาที่อุ่นจัดทาบลงบนข้อมือเล็กเพื่อจับชีพจร สายตาที่มองมานั้นนิ่งสนิทเสียจนพะแพงเริ่มเหงื่อซึม
"ก็..ก็เห็นหน้าหมอแล้วมันตกใจนี่คะ หมอจ้องซะจนน่ากลัวขนาดนั้น "
เเทนระยะห่างลดน้อยลง มือขวาเลื่อนขึ้นไปแตะที่หน้าผากมนอย่างถือวิสาสะ
"ถ้ากลัวผมวันหลังก็ไม่ต้องลำบากแกล้งป่วยมาหาถึงที่นี่"
"ระ... รู้ด้วยเหรอคะ"
"ผมเป็นหมอครับ ไม่ได้เป็นคนซื่อบื้อ"
เขาผละออกพร้อมรวบชาร์ตคนไข้เข้าอ้อมแขน
"กลับบ้านไปซะพะแพง ก่อนที่ผมจะสั่งฉีดยาแทนการจ่ายพาราให้"
"ถ้าเป็นหมอเเทนฉีดให้เเพงก็โอเคคะเเพงยอมเจ็บ "
คำตอบสวนกลับทันควันทำเอาปลายนิ้วที่กำลังกดปากกาของหมอแทนชะงักกึก เขาเงยหน้าขึ้นมองยัยเด็กนักศึกษาจอมแสบที่นอกจากจะไม่กลัวแล้ว ยังส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้จนตาปิด
"พะแพง นี่ห้องตรวจ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น"
เสียงทุ้มดุขึ้นอีกระดับ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้พะแพงได้ใจ เธอขยับตัวลงจากเตียงคนไข้แล้วก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเขา จนคุณหมอหนุ่มต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เพื่อรักษาเสียระยะห่าง
"ก็แพงปวดหัวจริงๆ นี่คะ ปวดหัวใจน่ะหมอ เห็นหน้าหมอแทนแล้วมันเต้นตึกตักเหมือนคนจะเป็นโรคหัวใจวาย หมอไม่คิดจะตรวจดูอาการให้ละเอียดหน่อยเหรอคะ"
พะแพงเท้าคางลงบนโต๊ะ เอียงคอถามด้วยท่าทางใสซื่อ ที่ดูออกว่าแกล้งทำดวงตาคู่สวยจ้องมองไปที่ป้ายชื่อสีเงินบนหน้าอกกว้าง นพ. แทนไท อัศวโชติเดชา ชื่อนี้แหละที่เธอจำขึ้นใจตั้งแต่วันที่ผู้ใหญ่เปรยเรื่องหมั้นหมาย
"ถ้าใจเต้นเร็วเพราะเห็นหน้าผม ผมแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์ครับ ไม่ใช่หมออายุรกรรมเเละศัลยเเพทย์เเบบผม"
"โห.. หมอแทน ใจร้ายจัง"
พะแพงทำปากยื่น
"แล้วที่หมอรู้ชื่อแพงทั้งที่ยังไม่ได้เปิดดูบัตรคนไข้ล่ะคะหรือว่า แอบสนใจแพงอยู่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ"
หมอแทนขมวดคิ้วมุ่น ความนิ่งขรึมเริ่มถูกสั่นคลอนด้วยความช่างเจรจาของคนตรงหน้า เขาคว้าใบสั่งยาขึ้นมาเขียนยิกๆ ก่อนจะยื่นให้เธอด้วยสายตาเย็นชา
"ผมจำชื่อคู่หมั้นที่คุณปู่ยัดเยียดให้ได้ครับ ไม่ได้แปลว่าสนใจ รับยาแล้วกลับไปซะพะแพง ผมมีคนไข้คนอื่นต้องตรวจต่อ"
พะแพงรับกระดาษแผ่นนั้นมา แต่แทนที่จะเดินออกไป เธอกลับโน้มตัวข้ามโต๊ะไปหาเขาจนใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่คืบ หมอแทนเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมแนวแป้งเด็กโชยมาจากตัวหญิงสาว
"โห่..พี่หมอจร้ายจังอ่า.."
ร่างเล็กบ่นพึมพำพลางเดินออกไปยื่นใบรับยาที่เคาน์เตอร์
"ยาในใบสั่งนี้คงไม่หายหรอกค่ะ ถ้าอยากให้แพงหายป่วย เย็นนี้หมอแทนต้องไปทานข้าวกับแพงนะคะ ไม่อย่างนั้นแพงจะมานั่งปวดหัวที่นี่ทุกวัน จนกว่าหมอจะยอมตรวจ หัวใจให้แพงจริงๆ"
เธอขยิบตาให้เขาทีหนึ่งอย่างขี้เล่น ก่อนจะหมุนตัวเดินฮัมเพลงออกจากห้องตรวจไป ทิ้งให้คุณหมอหนุ่มมาดนิ่งนั่งกำปากกาแน่น ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างพาดผ่าน...
"ยัยเด็กแสบ..."
เขารำพึงออกมาเบาๆ พลางใช้นิ้วนวดขมับตัวเอง แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าที่ใบหูของคุณหมอหนุ่มเริ่มมีสีแดงจางๆ ลามขึ้นมาเสียแล้ว
นี่เขาเขินเธอหรอ? ก็ยัยเด็กนี่เป็นคู่หมั้นที่ปู่ของเขาเลือกหามาให้ เพราะเห็นว่าเขาอายุเกือบจะสามสิบเเล้วยังไม่มีครอบครัวซักที