หมอแทนหรือนายแพทย์แทนไท อัศวโชติเดชา ศัลยแพทย์ฝีมือดีที่สุดพ่วงด้วยตำเเหน่งหมออายุรกรรมของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ก้าวเท้าออกจากประตูห้องผ่าตัดด้วยท่าทางที่ยังคงความสุขุม แม้จะเพิ่งผ่านการยืนทำหัตถการต่อเนื่องมานานกว่าหกชั่วโมงในเคสอุบัติเหตุด่วนที่เกือบจะไม่รอด แต่ด้วยปลายนิ้วที่แม่นยำและไหวพริบระดับมือหนึ่ง เขาก็สามารถดึงคนไข้กลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้สำเร็จ
เขาถอดหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่มีไรเหงื่อผุดพรายตามไรผม สายตาคมกริบดูอ่อนล้าลงเพียงเล็กน้อยแต่ยังคงความนิ่งสนิทตามแบบฉบับเจ้าของฉายา หมอมาดนิ่ง
ขณะที่กำลังจะเดินไปล้างตัว โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสครับก็สั่นรัว พอหยิบขึ้นมาดู คิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นทันที
📞 คุณปู่
“ครับคุณปู่ ผมเพิ่งออกจากเคสผ่าตัด ”
“ไม่ต้องมาอ้างเรื่องงานเลยเจ้าแทน วันนี้แกต้องกลับบ้านหกโมงเย็นห้ามเลทแม้แต่นาทีเดียว ปู่สั่งเชฟเตรียมของโปรดแกไว้แล้ว และที่สำคัญ วันนี้หนูพะแพงจะมาทานข้าวกับเราด้วย”
“คุณปู่ครับ ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องคู่หมั้นมัน..”
"ไม่มีแต่ ยัยหนูพะแพงเรียนปีสี่แล้ว อีกไม่กี่เดือนก็เรียนจบ ปู่ตั้งใจไว้แล้วว่าน้องเรียนจบเมื่อไหร่ แกต้องแต่งงานกับน้องทันที สนิทสนมกันไว้ซะตั้งแต่วันนี้ ถ้าแกไม่มา ปู่จะแกล้งความดันขึ้นให้ดู”
สายถูกตัดไปทิ้งไว้เพียงความเงียบ หมอแทนถอนหายใจยาวพลางมองตัวเองในกระจก เขาหลบเลี่ยงเรื่องนี้มาตลอดสามปีนับตั้งแต่คุณปู่หมั้นหมายเขากับหลานสาวเพื่อนสนิทเอาไว้ แต่ดูเหมือนวันนี้กำแพงที่เขาสร้างไว้จะโดนถล่มด้วยไม้ตายของคุณปู่เข้าเสียแล้ว
หกโมงเย็น ณ คฤหาสน์อัศวโชติเดชา
หมอแทนเดินเข้ามาในห้องอาหารในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อที่ดูเรียบหรู กลิ่นหอมของอาหารไทยฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง แต่สิ่งที่สะดุดตาเขาที่สุดไม่ใช่เมนูอาหาร... แต่เป็นร่างบางในชุดเดรสสีอ่อนที่นั่งอยู่ข้างคุณปู่
‘พะแพง’หญิงสาวที่เขาจำได้ว่าเคยเจอตอนเธอยังเป็นเด็กมัธยมจอมซน บัดนี้เติบโตเป็นสาวสะพรั่ง ดวงตากลมโตนั่นฉายแววสดใสและซุกซนเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
“มาแล้วเหรอเจ้าตัวดี นั่งลงสิ หนูพะแพงรอแกตั้งนาน”
คุณปู่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี
“สวัสดีค่ะพี่หมอแทน”
พะแพงยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำให้หัวใจของคุณหมอมาดนิ่งกระตุกวูบไปนิดเดียวแค่นิดเดียวเท่านั้นพลางคิดในใจ .. นี่เหรอคู่หมั้นเราที่คุณปู่เลือกให้ ยัเด็กนี่เหรอ??
“อืม. สวัสดีครับ”
เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับนั่งลงฝั่งตรงข้าม วางมาดขรึมเหมือนตอนตรวจคนไข้ไม่มีผิด
“พี่หมอแทนเหนื่อยไหมคะวันนี้ แพงได้ยินว่ามีเคสด่วนด้วย แพงเก่งบริหารไม่ค่อยรู้เรื่องหมอเท่าไหร่ แต่ถ้าพี่หมอป่วยใจ แพงพอจะรู้วิธีรักษานะคะ”
“นี่เเธอ..”
หมอแทนเรียกชื่อเธอด้วยเสียงดุแกมปราม แต่คนถูกดุกลับไม่กลัวเลยสักนิด แถมยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์กลับมาอีก
“ปู่ดีใจนะที่เห็นพวกแกคุยกันได้ ”
คุณปู่หัวเราะร่วน
“จำไว้นะเจ้าแทน พะแพงเรียนจบเมื่อไหร่ งานแต่งต้องเริ่มทันที ปู่เตรียมฤกษ์ไว้ให้หมดแล้ว”
หมอแทนขยับเนกไทอย่างรู้สึกอึดอัด เขาเหลือบมองพะแพงที่กำลังตักอาหารมาใส่จานให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ
“ทานเยอะๆ นะคะพี่หมอ เดี๋ยวไม่มีแรงแต่งงาน กับแพงนะคะ”
หมอแทนแทบจะสำลักน้ำซุป เขาจ้องหน้าเด็กสาวจอมแสบที่กล้าพูดเรื่องแต่งงานออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย
ยัยเด็กคนนี้ ร้ายกว่าที่คุณปู่บอกไว้เยอะ คุณหมอหนุ่มคิดในใจ พร้อมกับรู้ซึ้งว่าชีวิตที่แสนสงบในโรงพยาบาลของเขากำลังจะจบลง เพราะพายุที่ชื่อ พะแพง กำลังจะพัดเข้าหาเขาอย่างเต็มกำลัง
หลังจบมื้อเย็นที่เเสนจะกดดัน คุณปู่ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ ท่านออกปากแกมบังคับให้หมอแทนไปส่งพะแพงที่คอนโด โดยอ้างว่า
"ดึกแล้ว น้องกลับคนเดียวปู่เป็นห่วง"
ภายในรถคันหรูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศแนวสะอาดสะอ้านของเจ้าของรถ พะแพง นั่งยิ้มกริ่มอยู่บนเบาะข้างคนขับ เธอหันไปมองใบหน้าด้านข้างของหมอแทนที่ยังคงนิ่งสนิท มือหนาจับพวงมาลัยอย่างมั่นคง ท่าทางดูตั้งอกตั้งใจกับการขับรถจนคนข้างๆ อดจะขยับเข้าไปใกล้ไม่ได้
"พี่หมอแทนคะ ขับรถเก่งเหมือนตอนผ่าตัดเลยหรือเปล่าคะ "
เสียงหวานเริ่มเปิดบทสนทนา
"ไม่เหมือนครับ ขับรถง่ายกว่าเยอะ"
เขาตอบสั้นๆ ดวงตายังคงจดจ่ออยู่ที่ถนน
"แล้วที่พี่หมอนิ่งๆ แบบนี้ เพราะง่วง หรือเพราะกำลังคิดถึงเคสผ่าตัดเมื่อบ่ายอยู่คะ หรือว่ากำลังคิดเรื่องที่ปู่บอกเรื่องงานแต่งงานของเรา"
พะแพงเอียงคอถามพลางส่งสายตาหยอกเย้า
"..."
ไม่มีคำตอบจากศัลยแพทย์หนุ่ม เขามองกระจกข้างก่อนจะเปลี่ยนเลนอย่างลื่นไหล พะแพงไม่ได้เสียความรู้สึกที่เขาเงียบใส่ เธอรู้ดีว่านี่คือ กำแพงที่เขาใช้ป้องกันตัว
"เงียบแบบนี้แสดงว่าเขินแน่เลย แพงรู้นะคะว่าพี่หมอไม่ชินที่มีผู้หญิงสวยๆ มานั่งข้างแบบนี้" เธอพูดเจื้อยแจ้วต่อไป
"เนี่ยเดี๋ยวอีกสองอาทิตย์หน้าแพงต้องไปค่ายอาสาแล้วนะคะ พี่หมอคงเหงาแย่เลยที่ไม่มีคนคอยกวนใจไว้เเพงจะทักมาหาพี่บ่อยๆนะคะ"
เพราะทั้งคู๋ได้เเลกช่องทางติดต่อกันไว้เเล้วตอนทานมื้อเย็น
"ผมชอบความสงบครับ"
เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ มุมปากกระตุกขึ้นเพียงนิดจนแทบมองไม่เห็น
"ใจร้ายจัง!แต่ไม่เป็นไรค่ะ แพงถนัดเรื่องทำให้คนใจร้ายกลายเป็นคนคลั่งรักอยู่แล้ว"
พะแพงหัวเราะเบาๆ พลางเล่าเรื่องที่มหาวิทยาลัย เรื่องเพื่อนที่ชื่อโมนา เรื่องกิจกรรมรับน้องที่เธอต้องคุม
หมอแทนฟังบ้างไม่ฟังบ้าง บางครั้งเขาก็แค่
"อืม"
หรือพยักหน้าเบาๆ เป็นการรับรู้ แม้ใบหน้าจะดูไร้อารมณ์ แต่แววตาของเขาไม่ได้มีความรำคาญซ่อนอยู่เลย กลับกันเขารู้สึกว่าเสียงใสๆ ของเธอมันช่วยชะล้างความเครียดจากการทำงานหนักมาทั้งวันได้ดีอย่างประหลาด
จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดหรูใจกลางเมืองซึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของเธอ
"ถึงแล้วครับ"
บอกพร้อมปลดล็อกรถ
พะแพงยังไม่ยอมลงทันที เธอมองไปที่ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงไฟสลัวในรถ
"พี่หมอแทนคะขอบคุณนะคะที่มาส่ง วันนี้แพงมีความสุขมากเลยนะ"
"ครับรีบเข้าห้องแล้วล็อกประตูให้เรียบร้อย"
"เป็นห่วงแพงเหรอคะ?
พะแพงยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนหมอแทนต้องเอนตัวหลบเล็กน้อย
"ถ้าเป็นห่วงพรุ่งนี้เช้าถ้าแพงทักไป พี่หมอต้องตอบนะคะ ห้ามนิ่งใส่แพงด้วย"
เธอยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป หมอแทนมองตามแผ่นหลังบางที่เดินเข้าคอนโดไปจนลับสายตา เขาถอนหายใจยาวพลางพิงหลังกับเบาะรถ
‘ยัยเด็กคนนี้ บทจะพูดก็พูดไม่หยุดจริงๆ’
เขาสตาร์ทรถออกไป แต่สิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดคือ ปลายนิ้วของเขาแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด
ดูโปรไฟล์ไลน์ของพะแพงเป็นครั้งแรกจะเผลออมยิ้มออกมาในความมืดเพียงลำพัง