ในขณะที่พะแพงกำลังเคี้ยวเนื้อสเต็กอย่างอารมณ์เซ็งๆ จู่ๆ เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นก็หยุดลงข้างโต๊ะ พร้อมกับเสียงทักทายที่ฟังดูสนิทสนม
"อ้าว หมอแทนบังเอิญจังเลยค่ะ มาทานข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอคะ"
ผู้มาใหม่คือหญิงสาวในชุดเดรสสีสุภาพที่ดูสง่า ใบหน้าสวยเฉี่ยวฉายแววมีความรู้พอกับมาดนางพญา เธอคือ หมอริน แพทย์ที่ทำงานวอร์ดเดียวกันกับหมอแทน
"ครับหมอริน พอดีมีธุระนิดหน่อยครับ"
หมอแทนตอบพร้อมกับหยัดตัวขึ้นยืนตามมารยาท พลางส่งยิ้มบางๆ ให้ ซึ่งเป็นยิ้มที่พะแพงไม่เคยได้รับมาก่อนตลอดทั้งวัน
"ธุระที่ว่าคือน้องนักศึกษาคนนี้เหรอคะ? น่ารักจังเลยค่ะ เหมือนพาน้องสาวมทานข้าวเลยคะ"
" หมอรินปรายตามองพะแพงด้วยสายตาเอ็นดู ที่แฝงไปด้วยความเหนือกว่า ก่อนจะหันไปคุยกับหมอแทนเรื่องเคสคนไข้และงานสัมมนาที่กำลังจะมาถึงอย่างออกรส
พะแพงที่เคยเจื้อยแจ้วกลับนิ่งกริบ เธอวางส้อมลงช้าๆ ความรู้สึกอิ่มทิพย์หายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกหน่วงในอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นว่าหมอแทนสามารถคุยเรื่องยากๆ กับผู้หญิงคนนั้นได้อย่างลื่นไหลสิ่งที่เด็กบริหารอย่างเธอไม่มีวันเข้าใจ
ระหว่างทางกลับบ้าน
บรรยากาศภายในร คันหรูเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและแสงไฟจากข้างทางที่พาดผ่านใบหน้าของทั้งคู่ หมอแทนลอบมองร่างบางที่นั่งชิดประตูรถ ดวงตากลมโตที่เคยระยิบระยับบัดนี้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มือเล็กๆ กอดกระเป๋าเป้ไว้แน่น ไม่มีการชวนคุย ไม่มีการออดอ้อนเหมือนตอนลานจอดรถ
"เป็นอะไรไปครับ ปวดหัวขึ้นมาจริงๆ หรือไง"
หมอแทนทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย
"เปล่าค่ะ แพงแค่เหนื่อย"
เ ธอตอบสั้นๆ โดยไม่หันมามอง
"เมื่อกี้หมอรินเขาแค่ทักทายตามประสาเพื่อนร่วมงาน อย่าเก็บไปคิดมากเลย"
"แพงไม่ได้คิดมากค่ะไม่เห็นจะสนใจด้วย"
พะแพงหันกลับมาสบตาเขา แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้ดูจริงจังจนหมอแทนใจหาย
"แพงแค่เพิ่งรู้ตัวว่า ความรู้เรื่องหุ้นหรือเรื่องบริหารที่แพงเรียนมา มันคงสู้เรื่องเคสผ่าตัดที่หมอคุยกับคุณหมอคนสวยคนนั้นไม่ได้เลยสักนิด"
"พะแพง..."
"หมอไม่ต้องปลอบหรอกค่ะ แพงรู้ตัวดีว่าแพงมันน่ารำพึง วอแวเก่ง แถมยังเด็กในสายตาหมอเสมอ" เธอแค่นยิ้มบางๆ ที่ดูเศร้าจนคนมองรู้สึกผิด
"จอดหน้าปากซอยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแพงเดินเข้าบ้านเอง หมอจะได้รีบกลับไปพักผ่อน"
หมอแทนไม่ได้จอดรถตามที่สั่ง แต่กลับเลี้ยวเข้าซอยไปจนถึงหน้าคอนโดของเธอ ที่เขเคยมาส่งเมื่อวันก่อนเขาดับเครื่องยนต์แต่ยังไม่ปลดล็อกรถ
"พะแพง ฟังผมนะ"
เขาหันไปหาเธอเต็มตัว "ผมไม่เคยเอาคุณไปเปรียบเทียบกับใคร โดยเฉพาะเรื่องงาน ความสดใสของคุณมันเป็นสิ่งที่มีแค่คุณคนเดียวที่มี และผมก็ไม่ได้มองว่ามันน่ารำคาญขนาดนั้น"
พะแพงชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเริ่มสั่นอีกครั้ง
"แล้วที่หมอทำหน้านิ่งใส่เเพงตลอดล่ะคะ"
"นั่นเพราะผม ทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ใกล้เด็กดื้ออย่างคุณต่างหาก"
หมอแทนพูดพึมพำประโยคหลังเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ทิ้งให้พะแพงนั่งอึ้งกับคำสารภาพกลายๆ ของคุณหมอมาดนิ่ง
"เมื่อกี้หมอพูดว่าอะไรนะคะ? แพงได้ยินไม่ถนัด" พะแพงเริ่มกลับมามีสีหน้าสดใสอีกครั้ง เธอขยับเข้าไปใกล้เขาเหมือนเดิม
"ถึงแล้วคอนโดครับ ลงไปได้แล้ว"
หมอแทนรีบกดปลดล็อกรถทันที ใบหน้าเรียบตึงกลับมาทำหน้าที่ปกปิดความเขินอายอีกครั้ง แต่พะแพงรู้ดีว่า กำแพงของคุณหมอเริ่มจะมีรอยร้าวเล็กๆ ให้เธอปีนเข้าไปได้แล้วสินะ
หมอหนุ่มขับรถกลับทันทีหลังจากร่างเล็กในชุดนกศึกษาเดินเข้าไปในตัวตึกจนลับตา
คืนนี้พะเเพงหายเงียบไปเลย ไม่ส่งข้อความมาวอเเวเขาอย่างทุกวัน จนเช้า ก็ไม่มีกู้ดมอนิ่งเขาจนเป็นที่น่าเเปลกใจ
วันนี้หลังจบเคสผ่าตัดช่วงบ่ายที่แสนยาวนาน แทนไทที่ควรจะตรงกลับคอนโดเพื่อพักผ่อนกลับพาตัวเองมานั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถคันเก่ง ดวงตาคมกริบมองนาฬิกาบนหน้าปัดรถแล้วเม้มริมฝีปากแน่น
"แค่ทางผ่าน... ไปหาซื้อกาแฟแถวนั้นเฉยๆ"
เขาบอกตัวเองด้วยเหตุผลข้างๆ คูๆ ทั้งที่มหาวิทยาลัยของพะแพงกับคอนโดของเขาอยู่คนละทิศกันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่เขตมหาวิทยาลัย บรรยากาศความครึกครื้นของเหล่านักศึกษาก็พุ่งเข้าปะทะ แทนไทชะลอรถขับไปตามถนนหน้าคณะบริหารธุรกิจ สายตาสอดส่องไปตามกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่กำลังวุ่นวายกับการจัดซุ้มและเตรียมอุปกรณ์ค่ายอาสา
และแล้วเขาก็เห็นเธอ...
พะแพงในสภาพที่ต่างจาก ยัยตัวแสบในห้องตรวจวันก่อนลิบลับ หญิงสาวสวมเสื้อช็อปของคณะทับเสื้อยืด ผมเผ้าที่เคยเซ็ตมาอย่างดีถูกมัดเป็นมวยยุ่งๆ มีดินสอเสียบไว้ข้างหู ใบหน้าจิ้มลิ้มเปื้อนรอยฝุ่นเล็กๆ แต่ดวงตากลับเป็นประกายขณะกำลังสั่งการน้องๆ ปีหนึ่งอย่างขันแข็ง
"ตรงนั้นขยับไปทางซ้ายอีกนิดค่ะเด็กๆเดี๋ยวพี่แพงจะไปดูทางโน้นต่อ"
เธอตะโกนบอกเสียงใสก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ไปยังกองไม้พาเลท หมอแทนมองภาพนั้นผ่านกระจกหน้ารถโดยไม่รู้ตัวว่ามุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ
‘ดูท่าทางจะยุ่งจนลืมคนแก่จริงๆ สินะ’
ในขณะที่เขากำลังจะขับรถออกไป พะแพงที่กำลังเดินถอยหลังคุยกับเพื่อนดันสะดุดเข้ากับขอบปูนจนร่างบางเสียหลักทำท่าจะล้ม
"พะแพง"
หมอแทนเผลออุทานชื่อเธอออกมาเบาๆ พร้อมกับมือที่กุมพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดขึ้น แต่อีกฝ่ายโชคดีที่เพื่อนที่ชื่อโมนาคว้าแขนไว้ได้ทัน พะแพงหัวเราะร่าออกมาอย่างไม่คิดมากก่อนจะปัดเนื้อปัดตัวแล้วทำงานต่อ
คุณหมอมาดนิ่งลอบถอนหายใจยาว ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกตลอดหลายวันที่ผ่านมาดูเหมือนจะบรรเทาลงเพียงแค่ได้เห็นว่าเธอยัง สดใส ดีอยู่
เขาตัดสินใจเหยียบคันเร่งขับรถออกไปจากตรงนั้น แต่ความ 'นิ่ง' ของเขาก็พังทลายลงอีกครั้งเมื่อโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวสั่นแจ้งเตือนสั้นๆ
[Message from ยัยเด็กดื้อพะแพง]
"พี่หมอแทนขาาา ยุ่งจังเลยค่ะ คิดถึงหมอจะแย่แล้ววว ถ้าแพงไปค่ายอาสาอาทิตย์หน้า หมออย่าแอบไปยิ้มให้ใครนะคะ ไม่งั้นแพงจะกลับมาถล่มโรงพยาบาลจริงๆ ด้วย"
หมอแทนจ้องข้อความนั้นอยู่นาน ก่อนจะเผลอแค่นยิ้มออกมาคนเดียวในรถ
"แสบเหมือนเดิม..."
เขารำพึงออกมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าความเงียบสงบที่ไม่มีพะแพง มันช่างน่าเบื่อกว่าที่เขาคิดไว้เยอะเลย