เเละวันนี้ก็เช่นกัน พะเเพงที่เลิกเรียนไวก็นั่งเเทกซี่มาเต๊าะหมอหนุ่มว่าที่คู่หมั้นเธอ อีกเช่นเคย
"เอ่อ.. พี่พยาบาลคะ หมอเเทนอยู่ไหมคะ "
เธอเอ่ยถามกับพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ก่อนเพื่อจะได้ไม่เข้าไปกวนเขา
"อ๋อ หมอเเทนอยู่ที่ห้องพักเเพทย์คะ ไม่ได้อยู่ที่ห้องตรวจ"
"ขอบคุณคะ"
พะเเพงเอ่ยขอบคุณพยาบาลสาวเเล้วเดินไปยังห้องพักเเพทย์ พะเเพงเดินออกไปได้ไม่ไกลนักก็ได้ยินเสียงซุบซิบเบาๆ
"ใครอะเธอเเฟนหมอเเทนเหรอ? หรือน้องสาว "
เสียงพยาบาลคุยกันเเบบเบาๆ
หึ. สงสัยเธอต้องเปิดตัวหน่อยเเล้วสินะ งั้นเย็นนี้ชวนพี่หมอเเทนไปทานข้าวด้วยดีกว่า
ก๊อกๆๆ "พี่หมอเเทนขา .."
เสียงเดิมที่คุ้นเคยของเธอทำเอาหมอเเทนที่กำลังนั่งหลับตาพัก่อนอยู่ถึงกับถอนหายใจ เฮือกใหญ่ออกมา
เฮ้อ.... "มาทำไมอีกครับ ??
พอดีว่า....
"จะมาเเกล้งป่วยเป็นอะไรอีกละวันนี้"
คนตัวเล็กอ้าปากค้างพูดไม่ทันจบหมอเเทนก็เเย่งพูดขึ้นมาก่อน
"คือิวันนี้เเพงไม่ได้ป่วยคะ เเค่คิดถึงพี่หมอ อยากชวนพี่หมอไปทานข้าวด้วยเย็นนี้นะคะ "
หมอเเทน -_-
(ทำหน้านิ่งเบื่อหน่าย )
"นะคะ เย็นนี้หมอแทนต้องไปทานข้าวกับแพงนะคะ ไม่อย่างนั้นแพงจะมานั่งปวดหัวที่นี่ทุกวัน จนกว่าหมอจะยอมไปทานข้าวกับเเพงเลยคะ"
"เเล้วถ้าผมบอกว่าไม่ไป"
"เเพงก็จะฟ้องคุณปู๋คะ ว่าพี่เเทนเอาเเต่ทำงานไม่สนใจเเพง "
"งั้นโอเครครับ ไปก็ไป ออกไปก่อนนะพี่ขอเก็บของเเป้บ เดี๋ยวใครมาเห็นเราอยู่ในนี้กับพี่มันจะดูไม่ดี เอา"
"ไม่เห็นจะสนใจเลยคะ ก็เราเป็นว่าที่คู่หมั้นกันนี่น่า"
เธอขยิบตาให้เขาทีหนึ่งอย่างขี้เล่น ก่อนจะหมุนตัวเดินฮัมเพลงออกจากห้องตรวจไป ทิ้งให้คุณหมอหนุ่มมาดนิ่งนั่งกำปากกาแน่น ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างพาดผ่าน
"ยัยเด็กแสบ..."
เขารำพึงออกมาเบาๆ พลางใช้นิ้วนวดขมับตัวเอง แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าที่ใบหูของคุณหมอหนุ่มเริ่มมีสีแดงจางๆ ลามขึ้นมาเสียแล้ว
บรรยากาศร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่พะแพงเลือกมานั้นดูจะขัดกับมาดขรึมๆ ของหมอแทนอย่างสิ้นเชิง แสงไฟสีวอร์มไวท์และดนตรีแจ๊สเบาๆ ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกเกินกว่าจะเป็นการทานข้าวของ "คนแปลกหน้าในฐานะคู่หมั้น"
หมอแทนขยับเนกไทเล็กน้อยอย่างรู้สึกประหม่า เขานั่งฝั่งตรงข้ามกับเด็กสาวที่ตอนนี้กำลังฮัมเพลงตามจังหวะดนตรีอย่างอารมณ์ดี พะแพงในแสงไฟสลัวดูโตเป็นสาวขึ้นกว่าตอนอยู่ในห้องตรวจ จนหมอแทนต้องแสร้งก้มมองเมนูเพื่อหลบสายตา
"ร้านนี้สวยใช่ไหมคะหมอแทน แพงอุตส่าห์ทำการบ้านมาอย่างดีเลยนะ"
"อืม ก็ดีครับ แต่ผมว่ามันดูวุ่นวายไปหน่อย"
เขาตอบสั้นๆ ตามสไตล์คนรักความสงบ
"วุ่นวายที่ไหนคะ ออกจะโรแมนติก หมอแทนดูคู่โน้นสิคะ"
พะแพงบุ้ยปากไปทางโต๊ะข้างๆ ที่ชายหนุ่มกำลังป้อนอาหารให้หญิงสาว
"หมอไม่คิดจะทำแบบนั้นกับแพงบ้างเหรอคะ?"
"พะแพง ทานข้าวครับ อย่าเล่นนอกเรื่อง"
บริกรนำอาหารมาเสิร์ฟพอดี หมอแทนรีบตักอาหารเข้าปากทันทีหวังจะให้มื้อนี้จบลงไวๆ แต่ความดื้อของพะแพงยังไม่จบแค่นั้น เธอแกล้งทำเป็นหั่นสเต็กเนื้อหนาอย่างยากลำบาก พลางทำหน้ามุ่ย
"โอ๊ย มีดร้านนี้ไม่คมเลยค่ะ หรือว่าแขนแพงมันไม่มีเเรงก็ไม่รู้นะคะหมอหั่นเนื้อไม่เข้าเลย"
หมอแทนเงยหน้าขึ้นมองยัยเด็กช่างวางแผน เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงจานสเต็กของเธอมาไว้ตรงหน้าตัวเอง แล้วลงมือหั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ อย่างชำนาญและประณีตเหมือนเวลาที่เขาใช้มีดผ่าตัด
พะแพงนั่งมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มกว้าง
"หมอแทนเวลาตั้งใจทำอะไรนี่ หล่อจังเลยนะคะ"
"เงียบแล้วทานไปครับ"
เขาเลื่อนจานกลับคืนให้เธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่มือที่จับช้อนกลับแอบสั่นนิดๆ
"ถามจริงนะคะหมอแทนที่หมอเย็นชาใส่แพงเนี่ย เพราะหมอเกลียดการคลุมถุงชน หรือว่าหมอมีใครในใจอยู่แล้วหรอคะ"
คำถามที่จู่ๆ ก็โพล่งออกมาทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงไปครู่หนึ่ง หมอแทนวางช้อนลงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยอย่างจริงจัง
"ผมไม่ได้เกลียดคุณพะแพง แต่ผมแค่ไม่ชอบการบังคับ และตอนนี้ชีวิตผมมีแค่คนไข้กับงานวิจัย ผมไม่มีเวลามาดูแลเด็กดื้ออย่างคุณหรอกนะ"
"แพงไม่ใช่เด็กนะคะ แพงปีสี่แล้ว อีกเดี๋ยวเดียวก็เรียนจบเเล้วคะ"
พะแพงยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนหมอแทนชะงัก
"และถ้าหมอไม่มีเวลาดูแลแพง งั้นแพงจะเป็นคนดูแลหมอเองค่ะ เริ่มจากดูแล หัวใจที่นิ่งๆ ของหมอก่อนเลยดีไหมคะ"
เธอยิ้มทะเล้นพร้อมกับใช้ส้อมจิ้มเนื้อชิ้นที่เขาหั่นให้เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ทิ้งให้หมอแทนต้องนั่งนิ่งอึ้งกับ คำประกาศศึกรัก ของยัยตัวแสบ ที่ดูท่าว่างานนี้เขาจะไม่ได้เสียแค่เวลา... แต่น่าจะเสียหลักเข้าสักวันเเน่ๆ
"พะเเพง" เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเข้มไม่ชอบใจ จนพะเเพงหน้างอนั่งเอาซ้อมจิ้มเสต๊ก เข้าปากด้วยความนอย