ณ สวนดอกไม้ในจวนตระกูลไป๋ ที่ซึ่งดอกเบญจมาศกำลังบานสะพรั่ง
"เสี่ยวจู... ข้าขอน้ำชาเพิ่มหน่อย"
ไป๋ลั่วหลิงนั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้ไผ่ใต้ร่มไม้ใหญ่ มือข้างหนึ่งถือขนมดอกกุ้ยฮวาเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข ชีวิตในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ช่างสุขสบายราวกับฝัน ทั้งกิน ทั้งนอน ทั้งแกล้งคนเล่น ไม่มีอะไรต้องกังวล
แต่ทว่า... จู่ๆ ชิ้นขนมในปากก็หยุดชะงัก
คิ้วเรียวสวยค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน เมื่อสมองที่ว่างงานเริ่มประมวลผลข้อมูลบางอย่างที่ตะขิดตะขวงใจมาสักพัก
"เดี๋ยวนะ..."
นางวางขนมลง ลุกขึ้นนั่งตัวตรง หันไปถามสาวใช้คนสนิทด้วยสีหน้าจริงจัง
"เสี่ยวจู... ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แซ่หลี่ ใช่หรือไม่?"
เสี่ยวจูทำหน้าเลิ่กลั่ก "คุณหนูพูดอะไรเจ้าคะ? ราชวงศ์เราแซ่จ้าวเจ้าค่ะ ฮ่องเต้จ้าวหยาง... ท่านอ๋องสามจ้าวเฟยหลง... คุณหนูจำไม่ได้หรือเจ้าคะ?"
เพล้ง!
เหมือนมีเสียงกระจกแตกในหัวไป๋ลั่วหลิง
"แซ่จ้าว!? เฮ้ย! เดี๋ยว! นิยายที่ฉันอ่านพระเอกมันแซ่หลี่นี่หว่า! ชื่อแม่ทัพหลี่เฉิน! นางร้ายชื่อหลินหลิน! แต่ที่นี่... อ๋องจ้าวเฟยหลง? น้องสาวไป๋ลั่วเอ๋อร์? แม่เลี้ยงฮูหยินรอง?"
นางอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างด้วยความช็อก
"ชัดเลย! นี่ฉันไม่ได้ทะลุมิติมาในนิยายที่เคยอ่าน แต่ทะลุมาที่ไหนก็ไม่รู้! หรือว่าจะเป็นนิยายก๊อปเกรดเอ? หรือจักรวาลคู่ขนาน? โอ๊ยยย ตายแล้วๆๆ!"
ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน นางเริ่มหน้าซีดเหงื่อตก
"แล้วถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องนั้น... งั้นท่านอ๋องสามที่ฉันตามจีบอยู่ เขาก็อาจจะ... ไม่ใช่พระเอก น่ะสิ!?"
ภาพในหัวเริ่มจินตนาการไปไกล... หรือว่าท่านอ๋องสามจะเป็น "ตัวร้าย" ที่จุดจบต้องตายอนาถ? หรือจะเป็นแค่ "ตัวประกอบเกรด B" ที่โผล่มาสองตอนแล้วหายไป...
"ไม่นะ! อุตส่าห์เปย์หนักขนาดนั้น จะเป็นตัวประกอบไม่ได้!"
ลั่วหลิงยกมือกุมขมับ เดินวนไปวนมาเหมือนหนูติดจั่น เสี่ยวจูมองด้วยความเป็นห่วง "คุณหนูเจ้าคะ? เป็นอะไรไปเจ้าคะ? ปวดท้องหรือ?"
ลั่วหลิงหยุดเดินทันที นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาที่เคยสั่นไหวค่อยๆ กลับมานิ่งสงบ... และเปลี่ยนเป็นประกายมุ่งมั่นที่ร้อนแรงกว่าเดิม
นางแสยะยิ้มมุมปาก พลางสะบัดผม (ในจินตนาการ) ไปด้านหลัง
"ช่างหัวมันสิ! จะนิยายเรื่องไหน จะพล็อตยังไงก็ช่าง!"
นางคิดในใจอย่างฮึกเหิม
"ในเมื่อสวรรค์ถีบหัวส่งฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว... ฉันนี่แหละคือนางเอก! และในเมื่อฉันเป็นนางเอก ฉันก็มีสิทธิ์เลือกพระเอกของฉันเอง!"
ภาพใบหน้าหล่อเหลาของท่านอ๋องสาม... กล้ามแน่นๆ... สายตาซึนๆ... และถุงเงินที่พร้อมเปย์ไม่อั้น ลอยเด่นขึ้นมาในหัว
"หึๆๆ..." นางหัวเราะในลำคอ หันไปบอกเสี่ยวจูด้วยแววตามาดมั่น
"เสี่ยวจู! ข้าตัดสินใจแล้ว!"
"ตัดสินใจอะไรเจ้าคะ?"
"ข้าตัดสินใจแล้วว่า... ไม่ว่าท่านอ๋องสามจะเป็นพระเอก ตัวร้าย หรือตัวประกอบเดินผ่านฉาก... ข้าก็จะดันหลังให้เขาเป็นพระเอกของข้าให้ได้!"
นางกำหมัดชูขึ้นฟ้า ประกาศก้อง
"หล่อ รวย สายเปย์ แถมจูบยังนุ่มขนาดนั้น... ปล่อยหลุดมือไปก็โง่แล้ว! ใครหน้าไหนก็ห้ามแย่ง! บทพระเอกเรื่องนี้ แม่จองให้ท่านอ๋องสามคนเดียว! จบข่าว!"
เสี่ยวจูได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองเจ้านายที่ยืนหัวเราะร่าอยู่คนเดียว
"คุณหนู... อาการกำเริบอีกแล้วหรือเจ้าคะ..."
"จริงเหรอเสี่ยวจู! คืนนี้มีงานเทศกาลโคมไฟจริงๆ เหรอ!"
ไป๋ลั่วหลิงกระโดดตัวลอย ตบมือแปะๆ ด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับสะท้อนแสงแดดยามบ่าย
"ข้าอยากเห็นมานานแล้ว! เทศกาลโคมไฟของจริง! ไม่ใช่ซีจี! ไม่ใช่ฉากในโรงถ่าย! งานนี้ต้องอลังการดาวล้านดวงแน่ๆ!" นางหมุนตัวไปมารอบสวน "มีของกินเยอะไหม? มีการแสดงไหม? มีหนุ่มหล่อ... เอ้ย! มีโคมสวยๆ ให้ลอยไหม?"
เสี่ยวจูพยักหน้ารัวๆ ยิ้มกว้างตามเจ้านาย "มีเพียบเลยเจ้าค่ะคุณหนู! ทั้งโคมไฟรูปสัตว์ต่างๆ ขนมโบราณหายาก การแสดงเชิดสิงโต แล้วก็มีการลอยโคมอธิษฐานขอคู่... ขอพรด้วยนะเจ้าคะ คนหนุ่มสาวในเมืองหลวงจะออกมาเดินเที่ยวกันขวักไขว่เลยทีเดียว"
"ขอคู่!" ลั่วหลิงหูผึ่งทันที นางหยุดหมุนตัวแล้วหันมาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์
"หึๆๆ... เข้าทางโจร!" นางดีดนิ้วดังเปาะ "งั้นคืนนี้เราจัดเต็ม! ข้าจะแต่งตัวให้สวยที่สุด สวยจนโคมไฟยังต้องดับเพราะอายความงามของข้า! ไปกันเถอะเสี่ยวจู! กลับเรือนไปเตรียมชุด! คืนนี้แม่จะเฉิดฉาย!"
ณ ตลาดเมืองหลวง ยามราตรี
ท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกย้อมไปด้วยแสงสีส้มละมุนจากโคมไฟนับหมื่นดวงที่ประดับประดาอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่หน้าร้านค้า ไปจนถึงบนต้นไม้ใหญ่ ส่องสว่างไสวงดงามราวดวงดาวบนดิน
ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันออกมาเดินเที่ยวชมงาน บรรยากาศคึกคักและอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมยั่วน้ำลายของอาหารนานาชนิด
"ว้าววววววววว!"
ไป๋ลั่วหลิงในชุดผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวขับผิวผ่อง (ชุดใหม่ที่ไปไถแม่เลี้ยงมา) ยืนอ้าปากค้างอยู่กลางสะพานข้ามคลอง มองภาพความงดงามตรงหน้าด้วยความตะลึง
"สวยจัง... สวยกว่าในซีรีส์เป็นร้อยเท่าเลย!" นางหมุนตัวมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ "เสี่ยวจู! ดูนั่นสิ! โคมไฟรูปกระต่ายยักษ์! ดูนั่น! ถังหูลู่เคลือบน้ำตาลวิบวับ! โอ๊ยยย อยากกินทุกอย่างเลย!"
"ใจเย็นๆ เจ้าค่ะคุณหนู..." เสี่ยวจูรีบดึงแขนเจ้านายที่ทำท่าจะวิ่งถลาใส่ร้านขายซาลาเปา "สำรวมหน่อยเจ้าค่ะ คนมองกันใหญ่แล้ว"
"ช่างเขาสิ! คนสวยทำอะไรก็น่ารัก!" ลั่วหลิงตอบอย่างมั่นใจ นางเดินนวยนาดถือพัดกลมลายดอกโบตั๋น (เอามาบังหน้าพองาม แต่ตายังสอดส่ายหาของกิน)
ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับการชี้ชวนดูนู่นดูนี่ สายตาอันเฉียบคม (เรื่องผู้ชาย) ของนางก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ
บุรุษร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียน ยืนเอามือไพล่หลังมองดูสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ แม้จะเห็นเพียงด้านข้างและอยู่ไกลลิบ แต่รัศมีความหล่อที่กระแทกตานั้น...
"ท่านอ๋องสาม!"
ลั่วหลิงอุทานเสียงเบา หัวใจเต้นตูมตามขึ้นมาทันที
"โอ้มายก๊อด! ใส่ชุดขาวหล่อวัวตายควายล้มมาก! นี่มันลุคคุณชายเจ้าสำราญชัดๆ! ฟ้าลิขิตให้มาเจอกันอีกแล้ว!"
นางรีบหันมาคว้าแขนเสี่ยวจู "เสี่ยวจู! เป้าหมายอยู่ตรงหน้า! เตรียมตัวปะทะ!"
"ปะทะอะไรเจ้าคะคุณหนู? จะไปตีใครหรือ?"
"ตีหัวใจท่านอ๋องไงล่ะยัยบื้อ!" ลั่วหลิงจัดผมเผ้าให้เรียบร้อย เช็กความสวยในกระจกพกพาแวบหนึ่ง แล้วฉีกยิ้มหวานหยดย้อย
"คืนนี้แหละ... ข้าจะชวนเขาไปลอยโคม แล้วหลอกจับมือขอเป็นแฟนท่ามกลางแสงจันทร์! โรแมนติกสุดๆ!"
ว่าแล้วนางก็ลากเสี่ยวจูฝ่าฝูงชน มุ่งหน้าไปหาท่านอ๋องที่ยืนเก๊กหล่ออยู่ริมน้ำทันที!
ณ ริมฝั่งแม่น้ำที่ประดับประดาด้วยโคมไฟหลากสีสัน
จ้าวเฟยหลง ยืนเอามือไพล่หลังทอดสายตามองผิวน้ำที่สะท้อนแสงจันทร์และแสงโคมระยิบระยับ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย เย็นชา ดุจรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันมองเขาด้วยความชื่นชมและยำเกรง แต่ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้ามาใกล้รัศมีอันทรงอำนาจนั้น
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าอันเคร่งขรึม สายตาคมกริบคู่นั้นกลับลอบสอดส่ายไปทั่วฝูงชนอย่างร้อนรน ราวกับกำลังมองหาใครบางคน
"อาเฉิง..."
ท่านอ๋องสามเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันหน้ากลับไป
"เจ้าแน่ใจนะ... ว่าคืนนี้นางจะมาเที่ยวงานเทศกาล?"
อาเฉิงที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง ลอบถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเจ้านาย
'ถามรอบที่สิบแล้วพะยะค่ะท่านอ๋อง...'
"แน่ใจพะยะค่ะ" องครักษ์หนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่น "สายสืบของเรารายงานว่า คุณหนูไป๋แต่งตัวสวยตั้งแต่บ่าย ตื่นเต้นยิ่งกว่าเด็กได้ของเล่นเสียอีก นางไม่มีทางพลาดงานนี้แน่นอนพะยะค่ะ"
จ้าวเฟยหลงพยักหน้าเบาๆ มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบกลับมาทำหน้านิ่งตามเดิม
"ดี... ข้าจะคอยดูว่าสตรีวิปลาสอย่างนางจะมาก่อเรื่องอะไรในงานนี้อีก"
ตัดภาพมาที่อีกด้านของสะพานข้ามแม่น้ำ
ร่างบางในชุดสีชมพูกลีบบัวของ ไป๋ลั่วหลิง กำลังวิ่งฝ่าฝูงชนขึ้นมาบนสะพานด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ร่าเริงสดใสดุจดวงตะวันยามเช้าที่ส่องสว่างกลางราตรี
"ท่านอ๋องงงงง! เจอตัวแล้ว!"
นางเห็นเงาร่างสีขาวของท่านอ๋อง (ที่นางเข้าใจผิดว่าเป็นเขา) ยืนอยู่ไกลๆ ลั่วหลิงไม่รอช้า รีบสาวเท้าวิ่งเข้าไปหาด้วยความเร็วแสง หวังจะไปกระโดดกอดให้หายคิดถึง
แต่ทว่า... ด้วยความรีบร้อนและชุดที่รุ่มร่ามเกินไป
พรืด!
"ว้ายยยย!"
เท้าเล็กๆ สะดุดเข้ากับชายกระโปรงยาวเฟื้อยของตัวเอง ร่างบางเสียหลักถลาไปข้างหน้าอย่างแรงราวกับนกปีกหัก แรงโน้มถ่วงของโลกกำลังดึงใบหน้าสวยๆ ของนางให้ลงไปจูบพื้นสะพานแข็งๆ
"ไม่นะ!"
ลั่วหลิงหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บปวด
หมับ!
ในเสี้ยววินาทีวิกฤต วงแขนแข็งแกร่งของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของนางไว้ได้ทันท่วงที แรงดึงมหาศาลรั้งร่างของนางให้ลอยกลับขึ้นมาปะทะกับแผงอกกว้างอันอบอุ่น
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ... ฉากโรแมนติกสโลว์โมชั่นแบบในซีรีส์เกาหลีบังเกิดขึ้นกลางสะพาน!
ไป๋ลั่วหลิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ หัวใจที่เตรียมจะหยุดเต้นกลับกลับมาเต้นแรงรัวเร็วและหนักหน่วงยิ่งกว่ากลองศึก
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
เบื้องหน้าของนาง คือใบหน้าของบุรุษหนุ่มรูปงามในชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดตา เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปตามลม ผิวขาวเนียนละเอียดดุจหยกเนื้อดี จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบ
และที่สำคัญ... ดวงตาเรียวยาวคู่นั้น แม้จะดูเย็นชาและห่างเหิน แต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนบางอย่างที่ทำให้คนมองแทบละลาย
"โอ้มายก๊อด..."
ลั่วหลิงอ้าปากค้าง ตะลึงในความหล่อระดับทำลายล้าง
'ทำไม... ทำไมโลกนี้ถึงมีแต่ผู้ชายงานดีเกรดพรีเมียมเต็มไปหมดเลยเนี่ย! คนนี้ก็หล่อ! หล่อแบบบัณฑิตทรงภูมิ! หล่อตะโกน!'
นางเผลอจ้องมองเขาตาค้าง ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งท่านอ๋องที่ตัวเองตั้งใจมาหา ลืมความเจ็บปวด ลืมไปเลยว่าตัวเองยังอยู่ในอ้อมกอดของชายแปลกหน้ากลางที่สาธารณะ
จ้าวเฟยหลงที่กำลังยืนเก๊กขรึมรอคอยการปรากฏตัวของสตรีในดวงใจ จู่ๆ ก็รู้สึกถึงรังสีแปลกประหลาด
"ท่านอ๋องพะยะค่ะ..." เสียงของอาเฉิงสั่นพร่าด้วยความตกใจ
"มีอะไร?" ท่านอ๋องถามอย่างไม่ใส่ใจ
"เชิญทอดพระเนตร... บนสะพานพะยะค่ะ" อาเฉิงชี้มือสั่นๆ ขึ้นไปด้านบน "สตรีชุดชมพูผู้นั้น... กับบุรุษชุดขาว..."
จ้าวเฟยหลงเงยหน้าขึ้นมองตามนิ้วขององครักษ์...
ภาพที่เห็นทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ก่อนจะเดือดพล่านขึ้นมาจนถึงขีดสุด!
บนสะพานโค้งท่ามกลางแสงโคมไฟนับพันดวง... ไป๋ลั่วหลิง สตรีที่เขามายืนรอเป็นชั่วโมง กำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่น! ทั้งสองสบตากันหวานซึ้ง ตัวแนบชิดแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน!
"นั่น... คุณหนูไป๋ ไม่ใช่หรือพะยะค่ะ?" อาเฉิงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
เปรี้ยง!
เหมือนมีฟ้าผ่าลงกลางหัวใจราชสีห์ มือที่ไพล่หลังอยู่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้มืดครึ้มลงราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง
"ไป๋...ลั่ว...หลิง!!!"
เขาคำรามชื่อนางลอดไรฟัน แววตาที่มองขึ้นไปบนสะพานนั้นลุกโชนไปด้วยไฟโทสะและ... ความหึงหวง ที่รุนแรงจนแทบจะเผาแม่น้ำให้เหือดแห้ง!
"หึ... ช่างเหมาะสมกันดีนี่"
จ้าวเฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะที่ขมขื่นที่สุดในชีวิตออกมา ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววรอคอย บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่ปิดกั้นความเจ็บปวดลึกๆ ในใจ เขาไม่อาจทนมองภาพบาดตาบนสะพานได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว
"กลับ!"
เขาสะบัดชายแขนเสื้อ หมุนตัวเดินฝ่าฝูงชนหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว โดยมีอาเฉิงวิ่งตามหลังไปอย่างกระวนกระวายใจ