กลยุทธ์ชวนสวิง

2089 Words
สามีอยากให้ฉันมีชู้ ตอนที่ 2: กลยุทธ์ชวนสวิง หลังจากการปะทะคารมและเสียงตบหน้าที่ดังสนั่นหวั่นไหวในคืนนั้น ความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมบ้านของเราอยู่หลายวัน กานต์ สามีของฉันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือโต้ตอบ แต่กลับสงบเสงี่ยมเจียมตัวราวกับเด็กที่ทำผิดแล้วกลัวถูกลงโทษ เขาพยายามง้อฉันสารพัดวิธี ทั้งตื่นมาทำอาหารเช้า ช่วยซักผ้าถูบ้าน และดูแล น้องพลอย อย่างดีเยี่ยมโดยที่ฉันไม่ต้องเอ่ยปากขอ ฉันยอมรับว่าความโกรธเริ่มจางหายไปตามกาลเวลา แต่ความ "ระแวง" กลับฝังรากลึกยิ่งกว่าเดิม ทุกครั้งที่กานต์จับโทรศัพท์ ฉันจะแอบมองด้วยหางตา ทุกครั้งที่เขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำนานๆ ฉันจะเงี่ยหูฟังว่าเขาแอบดูคลิปพวกนั้นอีกหรือเปล่า ฉันกลัวเหลือเกินว่าเขาจะแอบไปทำลับหลัง ไปหาผู้หญิงอื่น หรือแย่กว่านั้น... ไปหาคู่นอนแลกกันข้างนอกโดยไม่บอกฉัน แต่ผิดคาด... กานต์กลับบ้านตรงเวลาทุกวัน เขาเลิกพูดเรื่องสวิงกิ้ง เรื่องเซ็กส์หมู่ หรือรสนิยมวิปริตเหล่านั้นไปโดยสิ้นเชิง เขาทำตัวเหมือนสามีปกติที่แสนดี จนฉันเริ่มตายใจและคิดว่าฝ่ามือของฉันในคืนนั้นคงเรียกสติเขากลับคืนมาได้สำเร็จ ทว่า... ฉันคิดผิดถนัด มันไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการ "ปรับแผน" ต่างหาก ... "แพร... วันเสาร์นี้ผมชวนน้องที่ทำงานมาทานข้าวที่บ้านนะ ฉลองที่ปิดโปรเจกต์ได้" กานต์เอ่ยขึ้นในเย็นวันพุธ น้ำเสียงของเขาดูปกติธรรมดาเหมือนการสังสรรค์ทั่วไป ฉันในฐานะแม่บ้านก็ตอบตกลงตามหน้าที่ เตรียมหาซื้อกับข้าวกับปลาไว้ต้อนรับแขก เมื่อวันเสาร์มาถึง แขกของกานต์ก็มาถึงบ้าน... แต่สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจคือ พวกเขาไม่ใช่เพื่อนร่วมงานกลุ่มเดิมๆ ที่ลงพุงหรือหัวล้านที่ฉันเคยเห็น แต่เป็นชายหนุ่มสองคนรูปร่างหน้าตาดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน และดูภูมิฐาน "นี่ 'นนท์' วิศวะรุ่นน้องผม... ส่วนนี่ 'บอย' เป็นสถาปนิก" กานต์แนะนำอย่างกระตือรือร้น ฉันยกมือไหว้ทักทายตามมารยาท พลางสังเกตสายตาของแขกหนุ่มทั้งสอง พวกเขามองฉันด้วยแววตาชื่นชมอย่างปิดไม่มิด อาจเป็นเพราะวันนี้กานต์คะยั้นคะยอให้ฉันใส่ชุดเดรสรัดรูปสีครีมที่เขาซื้อให้ อ้างว่าอยากอวดเพื่อนว่าเมียสวย "คุณแพรสวยกว่าในรูปที่พี่กานต์ให้ดูอีกนะครับ" นนท์เอ่ยปากชม "จริงครับ หุ่นดีมาก ดูไม่ออกเลยว่ามีน้องแล้ว" บอยเสริม คำชมเหล่านั้นทำให้ฉันเขินอายเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกดีลึกๆ ตามประสาผู้หญิงที่อยู่แต่บ้านเลี้ยงลูกจนขาดความมั่นใจ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันขนลุกคือปฏิกิริยาของกานต์... แทนที่เขาจะหวงก้าง เขากลับยิ้มแก้มปริ ดวงตาเป็นประกายวาววับ "เห็นไหมล่ะ กูบอกแล้วว่าเมียพี่เด็ด... แพร รินเบียร์ให้น้องมันหน่อยสิ" กานต์เริ่มใช้แผนการใหม่ เขาเปลี่ยนบ้านของเราให้กลายเป็นรันเวย์อวดภรรยา ทุกๆ สัปดาห์จะมีแขกหน้าใหม่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสังสรรค์ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายหน้าตาดี หุ่นนักกีฬา หรือไม่ก็ดูมีความเป็นผู้นำ กานต์จะพยายามจัดสถานการณ์ให้ฉันต้องเข้าไปบริการ ใกล้ชิด หรือพูดคุยกับพวกเขา เขาไม่ได้บังคับให้ฉันทำอะไรผิดศีลธรรม แต่เขาแค่... เปิดโอกาส และโอกาสนั้นก็นำพาให้ฉันได้รู้จักกับ "พี่ดนัย" ... พี่ดนัยไม่ใช่เด็กหนุ่มรุ่นน้องเหมือนคนก่อนๆ แต่เขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่กานต์ไปรู้จักจากสนามกอล์ฟ เขาเป็นนายทหารยศพันโท รูปร่างสูงใหญ่สมชายชาตรี ผิวสีทองแดงจากการตากแดด ผมตัดสั้นเกรียนดูสะอาดตา และมีบุคลิกที่นิ่งขรึม อบอุ่น แตกต่างจากผู้ชายคนอื่นที่กานต์เคยพามา ครั้งแรกที่กานต์พาพี่ดนัยมาบ้าน ฉันรู้สึกเกร็งๆ เพราะบารมีของเครื่องแบบ (แม้เขาจะใส่ชุดลำลอง) แต่พี่ดนัยกลับเป็นคนมือไม้อ่อน ยกมือไหว้ฉันก่อนทั้งที่อายุมากกว่า พูดจาสุภาพ และที่สำคัญ... เขาพาภรรยามาด้วย "สวัสดีครับคุณแพร... นี่ 'นิม' แฟนผมครับ กานต์เขาชวนมาทานข้าว ผมเลยถือวิสาสะพาแฟนมาด้วย กลัวคุณแพรจะเหงาคุยกับผู้ชายไม่สนุก" วินาทีนั้น กำแพงในใจของฉันทลายลงทันที การที่เขาพาภรรยามาด้วยแสดงถึงความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ ฉันรีบต้อนรับขับสู้พี่นิมอย่างดี คืนนั้นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ฉันคุยถูกคอกับพี่นิมเรื่องการเลี้ยงลูก ส่วนหนุ่มๆ ก็นั่งจิบเหล้าคุยเรื่องการเมือง แต่ฉันสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... สายตาของพี่ดนัย แม้ปากเขาจะคุยกับกานต์ แต่สายตาคมกริบของเขามักจะลอบมองมาที่ฉันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่ฉันหัวเราะ หรือเวลาที่ฉันลุกเดินไปหยิบของ มันเป็นสายตาที่ไม่ได้หยาบคายโลมเลียเหมือนเด็กวัยรุ่น แต่เป็นสายตาที่ "ชื่นชมและเอ็นดู" อย่างลึกซึ้ง มันทำให้ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้าอย่างประหลาด ส่วนกานต์น่ะเหรอ... เขานั่งสังเกตปฏิกิริยาระหว่างฉันกับพี่ดนัยอย่างเงียบเชียบ ราวกับนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังเฝ้าดูปฏิกิริยาเคมีในหลอดทดลอง ... ความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวเริ่มแน่นแฟ้นขึ้น พี่ดนัยและพี่นิมแวะเวียนมาที่บ้านเราบ่อยๆ หรือบางทีก็นัดกันไปทานข้าวนอกบ้าน พี่ดนัยมักจะมีของฝากติดไม้ติดมือมาให้เสมอ ของเล่นให้น้องพลอยบ้าง ขนมอร่อยๆ ให้ฉันบ้าง เขาดูเป็นผู้ชายอบอุ่นที่พึ่งพาได้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ท่อประปาที่ซิงค์ล้างจานรั่ว กานต์พยายามซ่อมเองแต่ไม่สำเร็จ ยิ่งทำยิ่งเละ จนน้ำนองเต็มครัว พอดีกับที่พี่ดนัยแวะเอาขนมมาฝาก เขาเห็นสภาพกานต์ที่เปียกมะลอกมะแลกและหัวเสีย เขาจึงถลกแขนเสื้อโปโลขึ้น เผยให้เห็นกล้ามแขนเป็นมัดๆ ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือด แล้วลงมือซ่อมท่อให้เราอย่างคล่องแคล่ว ฉันยืนส่งเครื่องมือให้เขา มองดูแผ่นหลังกว้างและเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ของเขามันเตะจมูกฉันอย่างจัง... มันคือกลิ่นของ "ลูกผู้ชาย" ที่กานต์สามีฉันเริ่มเลือนหายไป (เพราะมัวแต่หมกมุ่นเรื่องสวิงกิ้ง) "เสร็จแล้วครับคุณแพร... แน่นปึ้ก ไม่รั่วแน่นอน" พี่ดนัยหันมายิ้มให้ฉัน รอยยิ้มนั้นสว่างไสวจนฉันตาพร่า "ขอบคุณมากค่ะพี่ดนัย... เก่งจังเลยนะคะ" ฉันเผลอชมออกไปจากใจจริง "เรื่องเล็กครับ... มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ" เขาตอบเสียงนุ่ม สายตาสบประสานกับฉันนิ่งนานจนฉันต้องเป็นฝ่ายหลบตา และแน่นอน... กานต์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขายืนพิงกรอบประตูห้องครัว มองดูฉากนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยาก ... จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเช้าวันเสาร์ที่สดใส กานต์บอกฉันว่าเขามีประชุมด่วนที่บริษัทต้องรีบออกไปแต่เช้า ทั้งที่เรามีนัดกันว่าจะพาน้องพลอยไปซื้อเสื้อผ้าใหม่และของใช้เข้าบ้านที่ห้างสรรพสินค้า ฉันหน้ามุ่ยด้วยความผิดหวัง "โธ่กานต์... นัดลูกไว้แล้วนะ แกดีใจใหญ่เลยว่าจะได้ไปเที่ยว" "ผมขอโทษจริงๆ แพร งานด่วนมาก... แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจัดการให้แล้ว" กานต์พูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "ผมวานพี่ดนัยไว้แล้ว แกจะเข้าเมืองพอดี แกอาสาจะมารับแพรกับลูกไปส่งที่ห้าง แล้วเดี๋ยวแกจะอยู่ช่วยดูหลานให้ด้วย" "จะดีเหรอคะกานต์... เกรงใจพี่เขาตายเลย แล้วพี่นิมล่ะ?" "พี่นิมแกไปวัดกับแม่แก... พี่ดนัยแกว่าง แกบ่นว่าอยากเล่นกับน้องพลอยพอดี ไปเถอะแพร อย่าเรื่องมากเลย สงสารลูก" สุดท้ายฉันก็จำยอมต้องอุ้มน้องพลอยมายืนรอหน้าบ้าน ไม่นานนักรถ SUV คันใหญ่สีดำมันวับของพี่ดนัยก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มสวมแว่นกันแดดดูเท่ระเบิด "เชิญครับคุณนาย... รถม้าพร้อมบริการแล้ว" พี่ดนัยพูดหยอกล้อพลางลงมาเปิดประตูให้ ตลอดการเดินทางไปห้าง หัวใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ พี่ดนัยชวนคุยเรื่องสัพเพเหระอย่างเป็นธรรมชาติ เขาถามเรื่องพัฒนาการของน้องพลอย ถามเรื่องงานอดิเรกของฉัน ทำให้บรรยากาศความเกร็งค่อยๆ หายไป เมื่อถึงห้างสรรพสินค้า พี่ดนัยก็แสดงบทบาท "พ่อทูนหัวจำเป็น" ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาแย่งอุ้มน้องพลอยไปจากอกฉัน "มาหาลุงดนัยมาลูก... ให้แม่เขาเดินสวยๆ ดีกว่าเนอะ" น้องพลอยที่ปกติจะหวงตัวกับคนแปลกหน้า กลับโผเข้าหาอ้อมกอดแข็งแรงของพี่ดนัยอย่างว่าง่าย อาจเป็นเพราะความอบอุ่นและความมั่นคงที่เด็กสัมผัสได้ เราเดินเลือกซื้อของกันเหมือนครอบครัวพ่อแม่ลูก พี่ดนัยช่วยถือถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรังมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งอุ้มน้องพลอย ส่วนฉันเดินตัวปลิวอยู่ข้างๆ คอยเลือกของ ภาพเงาสะท้อนในกระจกร้านเสื้อผ้าทำให้ฉันชะงัก... ผู้ชายตัวสูงใหญ่ดูภูมิฐาน อุ้มเด็กน้อยน่ารัก ยืนเคียงข้างผู้หญิงตัวเล็ก... มันดู "สมบูรณ์แบบ" จนน่าใจหาย "คุณแม่คะ... คุณพ่อเขาดูน้องเก่งจังเลยนะคะ น่ารักเชียว" พนักงานขายเอ่ยทัก ฉันหน้าแดงซ่าน รีบปฏิเสธ "เอ่อ... มะ... ไม่ใช่ค่ะ" แต่พี่ดนัยกลับหัวเราะในลำคอ "ขอบคุณครับ... ลูกสาวผมแกขี้อ้อนเหมือนแม่น่ะครับ" ฉันหันขวับไปมองเขาตาโต พี่ดนัยขยิบตาให้ฉันทีหนึ่งผ่านแว่นกันแดดที่เขาเพิ่งถอดมาเสียบที่คอเสื้อ "ตามน้ำไปครับคุณแพร... เดี๋ยวเขาไม่ลดราคาให้" ฉันเผลอยิ้มออกมากับมุกตลกหน้าตายของเขา ความรู้สึกอบอุ่นวาบแล่นเข้ามาในอก... มันเป็นความรู้สึกของการ "ถูกปกป้องดูแล" ที่ฉันโหยหามานาน หลังจากเดินซื้อของจนเหนื่อย เราแวะนั่งพักที่ร้านไอศกรีม พี่ดนัยป้อนไอติมน้องพลอยอย่างอ่อนโยน จังหวะหนึ่งไอศกรีมเลอะมุมปากเขา ฉันเผลอตัวหยิบทิชชู่ยื่นไปเช็ดให้ "เลอะค่ะพี่ดนัย..." มือของฉันสัมผัสโดนแก้มสากระคายของเขาเบาๆ พี่ดนัยจับข้อมือฉันไว้ สายตาคมกล้าจ้องลึกเข้ามาในตาฉัน "ขอบคุณครับแพร... แพรนี่... มือเบาจังนะครับ" เสียงทุ้มพร่านั้นทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ฉันรีบชักมือกลับ รู้สึกเหมือนโดนไฟช็อต ในขณะที่หัวใจฉันกำลังเต้นโครมคราม เสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น... กานต์โทรมา "ฮัลโหลแพร... เป็นไงบ้าง ถึงห้างหรือยัง?" น้ำเสียงของกานต์ดูตื่นเต้นและร้อนรนผิดปกติ "ถึงแล้วค่ะ... กำลังกินไอติมกันอยู่" "เหรอ... แล้วพี่ดนัยล่ะ? พี่เขาอยู่ตรงไหน?" "ก็นั่งอยู่ข้างๆ นี่แหละค่ะ พี่เขาช่วยเลี้ยงลูกอยู่" "ดี... ดีมากแพร... ฝากบอกพี่เขาด้วยนะ..." เสียงกานต์สั่นพร่าเหมือนคนกำลังกลั้นหายใจ "บอกเขาว่า... วันนี้แพรสวยมาก... และผมอนุญาตให้เขาดูแลแพรได้เต็มที่เลย... อยากทำอะไรก็ทำ" ฉันวางสายด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว... คำพูดของกานต์มันแฝงความหมายนัยที่น่ากลัว เขาไม่ได้แค่ฝากเพื่อนดูแลเมีย... แต่เขากำลัง "ยื่นถาดถวาย" เมียตัวเองให้กับเสือร้ายที่ชื่อดนัย ฉันเงยหน้ามองพี่ดนัยที่กำลังหยอกล้อกับลูกสาวฉัน... เขาดูเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ... แต่ภายใต้หน้ากากนั้น เขาจะรู้เห็นเป็นใจกับแผนการวิปริตของสามีฉันด้วยหรือเปล่า? หรือเขาเป็นเพียงเหยื่ออีกคนที่หลงเข้ามาในเกมนี้? แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือใจของฉันเอง... ที่ลึกๆ แล้วเริ่มรู้สึกว่า... การมีพี่ดนัยอยู่ข้างๆ แบบนี้... มันก็รู้สึกดีไม่น้อยเหมือนกัน.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD