สามีอยากให้ฉันมีชู้
ตอนที่ 3: กลิ่นกายชายอื่น
หลังจากเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้าวันนั้น ความรู้สึกของฉันที่มีต่อ "พี่ดนัย" ก็เริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความรักใคร่แบบชู้สาวในทันที แต่มันคือความรู้สึก "ปลอดภัย" และ "หวั่นไหว" ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเหมือนคลื่นใต้น้ำ
เมื่อรถฟอร์จูนเนอร์คันใหญ่เลี้ยวเข้ามาจอดส่งฉันที่หน้าบ้านในตอนเย็น กานต์ สามีของฉันรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยท่าทีกระตือรือร้นจนน่าหมั่นไส้
"ขอบคุณมากครับพี่ดนัยที่ช่วยดูแลแพรกับลูก ลำบากพี่แย่เลย" กานต์ยกมือไหว้ปลกๆ รับถุงของจากมือพี่ดนัย
"ไม่ลำบากหรอกครับ น้องพลอยแกน่ารัก ผมมีความสุขด้วยซ้ำ" พี่ดนัยยิ้มตอบ สายตาของเขาเลื่อนมาสบกับฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปคุยกับกานต์ "งั้นผมขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวต้องรีบไปรับนิมที่วัด"
ทันทีที่รถของพี่ดนัยแล่นออกไปลับสายตา กานต์ก็หันขวับมาหาฉัน เขากวาดตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกำลังสำรวจสินค้าที่เพิ่งผ่านการใช้งานมา
"เป็นไงบ้างแพร? พี่ดนัยเขาทำอะไรบ้าง? เขาแตะตัวแพรไหม?" กานต์กระซิบถามขณะที่เราเดินเข้าบ้าน น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นจนหอบหายใจแรง
"ก็ไม่มีอะไรนี่คะ พี่เขาก็สุภาพดี" ฉันตอบเลี่ยงๆ พยายามซ่อนความรู้สึกวูบวาบตอนที่โดนพี่ดนัยจับมือ "เขาแค่ช่วยอุ้มลูก ช่วยถือของ"
"อย่าโกหกผมนะแพร..." กานต์เข้ามากอดฉันจากด้านหลัง จมูกของเขาซุกไซ้ที่ซอกคอฉัน "กลิ่นน้ำหอมพี่ดนัยติดตัวแพรมาด้วย... หอมจัง... กลิ่นผู้ชายตัวใหญ่ๆ มันเป็นแบบนี้สินะ"
ฉันขนลุกเกรียว ไม่ใช่เพราะสัมผัสของสามี แต่เพราะคำพูดวิปริตของเขา เขาสูดดมกลิ่นของชายอื่นบนตัวเมียตัวเองราวกับเป็นยาโด๊ปชั้นดี
"กานต์! หยุดบ้าสักที ไปดูลูกได้แล้ว!" ฉันผลักเขาออกแล้วเดินหนีเข้าห้องน้ำ แต่หัวใจกลับเต้นแรงเมื่อนึกถึงกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตของพี่ดนัยที่ยังติดจางๆ อยู่ที่เสื้อ
...
หลังจากวันนั้น กานต์ก็ยิ่งเปิดทางสะดวกให้พี่ดนัยเข้ามาในชีวิตเรามากขึ้น
ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ บ้านของเราจะกลายเป็นสถานที่สังสรรค์ประจำ กานต์จะชวนพี่ดนัยและ "พี่นิม" ภรรยาของแกมาทานข้าว ดื่มเหล้า หรือทำกิจกรรมร่วมกันเสมอ การที่มีพี่นิมมาด้วยทำให้ฉันลดการ์ดป้องกันตัวลง เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรเกินเลย แต่ฉันหารู้ไม่ว่า นั่นคือกลลวงที่ทำให้ฉันตายใจ
เย็นวันเสาร์หนึ่ง กานต์ชวนพี่ดนัยมาช่วยจัดสวนหน้าบ้าน อ้างว่าต้นไม้มันรกและกานต์ไม่มีแรงยกกระถางต้นโมกใบใหญ่
"พี่ดนัยช่วยหน่อยนะครับ ผมปวดหลังตั้งแต่เมื่อวาน" กานต์อ้างหน้าตาย
พี่ดนัยในชุดเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงขาสั้นโชว์ท่อนขาแข็งแรง ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาลงมือขุดดิน ยกกระถาง และตัดแต่งกิ่งไม้อย่างทะมัดทะแมง กล้ามแขนที่เป็นมัดๆ ของเขาเกร็งตัวสู้กับน้ำหนักของกระถาง เหงื่อเม็ดโป้งไหลลงมาตามขมับและลำคอแกร่ง ผิวสีทองแดงของเขาเป็นมันวาวเมื่อต้องแสงแดดยามเย็น
ฉันที่ได้รับหน้าที่เสิร์ฟน้ำเย็น ยืนมองภาพนั้นจากระเบียงด้วยความรู้สึกคอแห้งผาก... มันช่างแตกต่างจากกานต์ที่ยืนชี้นิ้วสั่งแล้วคอยเช็ดเหงื่อทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
"น้ำเย็นๆ ค่ะพี่ดนัย" ฉันยื่นแก้วน้ำให้เขา
พี่ดนัยรับแก้วไปดื่มรวดเดียวหมด แล้วส่งแก้วคืน จังหวะนั้นปลายนิ้วของเราสัมผัสกันอีกครั้ง เขาจงใจกุมมือฉันไว้ชั่วครู่
"ขอบคุณครับแพร... ชื่นใจจัง"
สายตาของเขาที่มองมา มันร้อนแรงกว่าแดดตอนบ่าย เขามองไล่ลงมาที่เสื้อคอกว้างของฉันที่ก้มลงไป... ฉันรู้ตัวว่าเขากำลังมองเนินอก แต่ฉันกลับไม่ถอยหนี กลับยืนนิ่งให้เขาใช้สายตาโลมเลียอยู่เสี้ยววินาที
"อะแฮ่ม!"
เสียงกระแอมของกานต์ดังขึ้น ฉันสะดุ้งรีบชักมือกลับ แต่พอมองไปที่กานต์ เขากลับยิ้ม... รอยยิ้มที่เหมือนจะบอกว่า "เอาเลย... ทำต่อสิ"
...
ตกดึกคืนนั้น วงเหล้าเริ่มตั้งขึ้นที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน พี่นิมนั่งคุยเรื่องละครกับฉัน ส่วนกานต์กับพี่ดนัยนั่งดวลวิสกี้กัน บรรยากาศเริ่มครื้นเครงเมื่อแอลกอฮอล์เข้าเส้นเลือด
กานต์เริ่มแผนการขั้นต่อไป เขาแกล้งเมาแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำนานๆ หรือแกล้งหลับคาโต๊ะ ทิ้งให้ฉันต้องนั่งรับหน้าพี่ดนัยกับพี่นิม
แต่สิ่งที่แปลกคือ... พี่นิมดูจะไม่หวงสามีเลย แกดูเป็นผู้หญิงหัวอ่อน เชื่อฟังสามีทุกอย่าง หรือบางทีแกอาจจะชินกับเสน่ห์ของสามีแกแล้วก็ได้
"แพร... พี่ฝากดูพี่ดนัยแป๊บนะ พี่ขอไปดูละครตอนจบในห้องรับแขกหน่อย" จู่ๆ พี่นิมก็ลุกออกไป ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่กับพี่ดนัยสองต่อสองในสวนมืดสลัว
ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและเสียงลมหายใจของคนสองคน พี่ดนัยขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น กลิ่นเหล้าจางๆ ผสมกลิ่นบุหรี่และกลิ่นตัวผู้ชายลอยมาแตะจมูก
"แพร..." เขาเรียกชื่อฉันเสียงทุ้มต่ำ "วันนี้แพรสวยมากเลยนะ ใส่ชุดนี้แล้ว... ดูเด็กเหมือนเพิ่งยี่สิบต้นๆ"
ฉันหน้าแดง ก้มหน้ามองมือตัวเอง "พี่ดนัยก็ชมเกินไป... แพรลูกหนึ่งแล้วนะคะ"
"ลูกหนึ่งแล้วไงครับ..." พี่ดนัยเอื้อมมือมาวางทับมือฉันที่วางอยู่บนโต๊ะ ฝ่ามือของเขาใหญ่ หนา และสากระคาย แต่มันอุ่นวาบไปถึงหัวใจ "ยิ่งมีลูก ผู้หญิงยิ่งมีเสน่ห์... โดยเฉพาะแพร... แพรมีเสน่ห์มากรู้ตัวไหม"
ฉันพยายามจะดึงมือออก แต่เขาบีบไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่เจ็บ แต่พันธนาการไว้ไม่ให้หนี
"กานต์มันโชคดี... ที่มีเมียแบบแพร แต่บางที... พี่ก็คิดว่ามันดูแลแพรไม่ดีพอ"
คำพูดนั้นแทงใจดำฉันอย่างจัง กานต์ที่ไม่เคยทำการบ้าน กานต์ที่มัวแต่ดูคลิปสวิงกิ้ง... เทียบกับพี่ดนัยที่ดูพร้อมจะปกป้องดูแล
"พี่ดนัยคะ... ปล่อยมือเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น" ฉันร้องเตือนเสียงเบา
"ไม่มีใครเห็นหรอก... กานต์มันเมาหลับไปแล้ว นิมก็ดูละคร" เขาไม่ปล่อย แต่กลับใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้หลังมือฉันเบาๆ "ขอพี่จับมือแพรแบบนี้สักพักได้ไหม... พี่รู้สึกดีเวลาอยู่ใกล้แพร"
ฉันควรจะสะบัดมือออก ฉันควรจะลุกหนี... แต่ร่างกายของฉันกลับทรยศ มันนิ่งงัน ยอมจำนนต่อสัมผัสรุกรานนั้น ลึกๆ แล้วฉันโหยหาสัมผัสจากผู้ชาย... สัมผัสที่เต็มไปด้วยความต้องการ ไม่ใช่สัมผัสแบบขอไปทีของสามี
เรานั่งจับมือกันอยู่ในความมืดเนิ่นนาน จนกระทั่งกานต์เดินโซเซออกมาจากบ้าน
"อ้าว... พี่ดนัย... แพร... ยังไม่นอนกันอีกเหรอ" กานต์แกล้งทำเสียงงัวเงีย แต่สายตาของเขาจ้องมองมือเราที่เพิ่งจะผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
แทนที่กานต์จะโกรธ เขากลับเดินมายืนข้างหลังฉัน วางมือบนไหล่ฉัน แล้วพูดประโยคที่ทำให้ฉันชาวาบ
"แพร... ดึกแล้ว พี่ดนัยคงขับรถกลับไม่ไหว... ให้พี่เขานอนค้างที่ห้องรับแขกไหม?"
ฉันเงยหน้ามองสามีด้วยความตกตะลึง เขากำลังเปิดประตูถ้ำเสือ ต้อนรับราชสีห์เข้ามานอนในบ้าน... ทั้งที่รู้ว่าราชสีห์ตัวนี้กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่ออย่างฉัน
"แล้วแต่กานต์สิคะ..." ฉันตอบเสียงสั่น
"ดีเลย... งั้นคืนนี้พี่ดนัยนอนนี่นะ เดี๋ยวให้แพรหาผ้าห่มให้" กานต์หันไปยิ้มให้พี่ดนัย "ตามสบายเลยครับพี่... บ้านผมก็เหมือนบ้านพี่... ของในบ้าน พี่ใช้ได้ทุกอย่าง"
พี่ดนัยยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบมองสบตาฉัน สื่อความหมายนัยที่ฉันเข้าใจดี
"ขอบใจมากกานต์... พี่จะไม่เกรงใจล่ะนะ"
คืนนั้น ฉันนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงข้างๆ กานต์ที่แกล้งหลับ แต่ใจของฉันลอยไปอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่าง... จินตนาการไปว่าพี่ดนัยกำลังนอนอยู่ตรงนั้น ในชุดอะไร หรือไม่ได้ใส่อะไรเลย... และถ้าฉันเดินลงไปกินน้ำตอนนี้... จะเกิดอะไรขึ้น?
ความผิดชอบชั่วดีกำลังต่อสู้กับความปรารถนาเบื้องลึก และดูเหมือนว่า... ฝ่ายหลังกำลังเริ่มมีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีสามีของฉันเป็นกองหนุนสำคัญ.