อนาภัทรพลิกกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อนอนลงบนที่นอนหนานุ่ม ชายหนุ่มหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าและรู้สึกผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กันเมื่อได้ปลดปล่อยความใคร่ไปกับผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างกายของเขาตอนนี้ ผู้หญิง...ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา แต่เขาหาได้มีความรักหรือความเสน่หาให้หล่อนเลยสักนิด
ชายหนุ่มหันมองแผ่นหลังขาวสะอาดของลักษิกา หญิงสาวที่ได้แต่งงานกับเขาเพราะเกิดเรื่องเกิดราวบางอย่าง เรื่องราวที่ทำให้เขาต้องจำยอมรับผิดชอบตัวเธอ เพราะจู่ ๆ ในเช้าวันหนึ่งสาวเจ้าก็มานอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงนอนของเขา และด้วยความที่หล่อนเป็นบุตรสาวของหัวหน้าคนงานที่ช่วยบุกเบิกไร่นี้มากับอนิรุจผู้เป็นบิดา เขาจึงหมดหนทางที่จะปฏิเสธไปโดยปริยายด้วยเพราะบิดามีความเกรงใจต่อหัวหน้าคนงานที่เป็นเสมือนเพื่อนสนิท
อนาภัทรลุกจากที่นอนแล้วพันกายท่อนล่างด้วยผ้าขนหนูสีขาวสะอาด ก่อนจะคว้าเอาซองบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ หัวเตียงเดินออกไปที่ระเบียงห้อง ควันสีขาวขุ่นลอยล่องออกมาจากริมฝีปากหนา นัยน์ตาดำขลับเหม่อมองออกไปในความมืดด้วยความเหงาเศร้า ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ที่มารดาเสียชีวิต และเขาก็ถูกตอกย้ำความเสียใจอีกครั้ง เมื่อบิดาได้พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาแทนที่มารดาของเขา...
ลักษิกาตื่นแต่เช้ามืดอย่างเป็นกิจวัตร หญิงสาวจัดเตรียมอาหารมื้อเช้าให้กับคนเป็นสามีอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทุกอย่างเตรียมพร้อมในเวลาไม่เกินเจ็ดโมงเช้า เพราะอนาภัทรมักจะออกไปทำงานในไร่แต่เช้าตรู่
“คุณเมบอกกับหอมมาว่าเย็นนี้ให้คุณภัทรไปทานข้าวที่เรือนใหญ่ด้วยนะคะ” ลักษิกาบอกคนเป็นสามีที่ตอนนี้นั่งทานข้าวอยู่ตรงข้ามกัน
“อืม”
มีเพียงคำตอบรับสั้น ๆ จากเขา ลักษิกาจึงก้มหน้าทานมื้อเช้าโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใดกลับไป
ผ่านไปไม่เกินสิบนาที อนาภัทรที่ทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้วลุกจากเก้าอี้แล้วพาตัวเองเดินออกไปที่หน้าบ้าน ไม่มีคำกล่าวหรือบทสนทนาอะไรจากเขาเช่นเคย ลักษิกานั่งนิ่งอย่างรู้สึกอึดอัดหัวใจ อนาภัทรคงเกลียดเธอมากที่ต้องมารับผิดชอบเธอที่เขาไม่ได้รู้สึกรัก แต่เขาจะรู้หรือไม่...ว่าเธอเองก็ไม่ได้อยากให้เรื่องราวต้องเป็นเช่นนี้ เมื่อไรหนอ...เมื่อไรที่เธอจะได้รู้ความจริงเสียที ว่าวันนั้นเธอมานอนอยู่บนเตียงของเขาได้อย่างไร...
หลังจากเก็บล้างจานชามจนเรียบร้อย ลักษิกาปั่นจักรยานตรงมาที่โรงครัวของไร่ที่ซึ่งเป็นที่ทำงานของเธอ แม้จะได้แต่งงานกับบุตรชายคนโตของไร่ภัทรโยธิน แต่หญิงสาวก็ยังคงทำงานตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเช่นแต่ก่อนไม่มีเปลี่ยนแปลง
“วันนี้ทำเมนูอะไรให้คนงานบ้างคะป้านี” หญิงสาวถามกับปรานีหัวหน้าแม่ครัวของไร่นี้
“วันนี้ทำแกงเทโพกับยำลูกชิ้น เอ็งไปหั่นผักบุ้งแล้วกันไอ้หอม นังสามันเอาลูกชิ้นมาหั่นแล้ว”
“ได้ค่ะป้า” ลักษิกาเดินไปหยิบถุงผักบุ้งถุงใหญ่นำไปล้างทำความสะอาด ก่อนจะเดินกลับมาเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ที่โต๊ะม้านั่งกับเพื่อนสาวคนสนิทอย่างวันวิสา
“เป็นถึงเมียคุณภัทร ยังจะตื่นแต่เช้ามาทำงานในโรงครัวอีก เพื่อนฉันนี่ขยันจริง ๆ เลย”
“อย่าพูดแบบนั้นเลยสา สาก็รู้นี่ว่าหอมกับคุณภัทรเราไม่ได้รักกัน”
ปรานีหันมาสนทนากับสองสาวเมื่อได้ยินหัวข้อในบทสนทนานั้น
“แต่งงานกันมาก็หลายเดือนแล้ว ไม่มีความผูกพันหรือรู้สึกดีต่อกันเลยเหรอไอ้หอม”
ลักษิกานิ่งเงียบไปเมื่อปรานีถามมาแบบนั้น อนาภัทรยังคงเฉยชาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และในความเฉยชานั้นยังแอบแฝงไว้ด้วยความเกลียดชังที่มีต่อเธออีกด้วย ต่างกันกับความรู้สึกของเธอ...ที่ดูจะอยากให้เขาหันมาเห็นอกเห็นใจและทำดีต่อกันบ้าง ความรู้สึกแบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกกันว่า ‘ความรัก’
“ความจริงตอนนั้นหอมไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบอะไรจากคุณภัทรเลยนะคะป้านี หอมรู้ตัวเองดีว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวหอม แต่ว่า...”
“แต่อะไรไอ้หอม” ปรานีละจากเขียงหมูแล้วเดินตรงมาที่ลักษิกาอย่างต้องการรู้คำตอบ
“แต่คุณรุจกับคุณเมก็ยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่ะ ทั้งสองคนคงจะเกรงใจพ่อแน่ ๆ ส่วนคุณภัทรก็มีท่าทีไม่พอใจที่ต้องรับผิดชอบหอม แต่สุดท้ายก็ยอมแต่งงานกับหอมง่าย ๆ”
“อย่างว่าแหละ พ่อเอ็งกับคุณรุจเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วชีวันมันก็ช่วยคุณรุจบุกเบิกไร่นี้มาตั้งแต่พื้นที่เกือบพันไร่ตรงนี้เป็นที่รกร้างมีแต่หญ้ามีแต่วัชพืช เอ็งก็เบาใจได้เลยไอ้หอม คุณรุจเขาไม่มีทางรังเกียจเอ็งแน่นอน”
“แต่คุณภัทรเขารังเกียจน่ะสิคะ” ลักษิกาก้มหน้าบอกออกมาเสียงเศร้า
“รังเกียจแล้วจะยอมแต่งงานทำไมก็ไม่รู้ เอาจริง ๆ ถ้าคุณภัทรปฏิเสธ คุณรุจกับคุณเมก็ไม่มีทางบังคับแกได้หรอก ใช่ไหมจ๊ะแม่” วันวิสากล่าวออกมาอย่างไม่เข้าใจ
“หอมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับคุณเมด้วย เหมือนคุณภัทรกับคุณเมกำลังเล่นสงครามประสาทกันยังไงก็ไม่รู้”
ปรานีหันมองสบตากับบุตรสาวอย่างวันวิสา ก่อนจะบอกออกมา
“อย่างว่าแหละ แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง คุณภัทรแกไม่ยอมรับคุณเม แล้วยังมีคุณวินทร์ที่เป็นน้องชายต่างแม่อีก คุณเมก็ต้องรักลูกแท้ ๆ มากกว่าลูกของเมียเก่าสามี เฮ้อ...จำไว้นะพวกเอ็งสองคน ชีวิตครอบครัว...ต้องผัวเดียวเมียเดียวน่ะดีที่สุด” ปรานีบอกกับสองสาวด้วยความหวังดี เพราะแม้อนิรุจจะมีเงินทองมากมายมหาศาล แต่คนรวยก็ใช่ว่าจะไม่มีความทุกข์ใจ โดยเฉพาะที่ต้องทุกข์ใจกับสาเหตุที่มาจากคนในครอบครัว...