แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท กระทบเข้ากับใบหน้าของนลินที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของธรรศ เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความหนักอึ้งในหัวใจ ความทรงจำจากค่ำคืนที่ผ่านมาหลั่งไหลเข้ามาเหมือนสายน้ำที่ท่วมท้น ความหวานล้ำที่ได้รับเปลี่ยนกลายเป็นความหวาดกลัวทันทีเมื่อเธอนึกได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน... และอยู่ในอ้อมกอดของใคร
"ตื่นแล้วหรือ..." เสียงทุ้มต่ำของธรรศดังขึ้นที่ข้างหู เขายังคงโอบรัดเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
"พี่ธรรศ... นลินต้องไปแล้วค่ะ" เธอพยายามดันตัวออกด้วยมือที่สั่นเทา
"จะรีบไปไหน เมฆยังไม่กลับมาอีกหลายวัน" เขาลุกขึ้นนั่ง เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและรอยจิกจางๆ ที่เป็นหลักฐานของพายุอารมณ์เมื่อคืน " นลิน... สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันไม่ใช่แค่ความเหงาสำหรับพี่นะ"
นลินไม่ตอบเธอรีบคว้าชุดนอนที่หลุดลุ่ยมาสวมใส่ ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้าน "แต่มันผิดค่ะพี่ธรรศ นลินเป็นภรรยาของเมฆ... เป็นน้องสะใภ้ของพี่"
หลังจากจัดการตัวเองให้นิ่งสงบที่สุด นลินลงมาที่ห้องอาหารเพื่อทำหน้าที่สะใภ้เล็กของบ้านตามปกติ แต่บรรยากาศในบ้านที่เคยกว้างขวางกลับดูแคบลงอย่างน่าประหลาด เมื่อธรรศเดินเข้ามาในชุดสูทเต็มยศ เตรียมตัวไปทำงาน
"ป้านวล บอกให้คนจัดสำรับให้คุณนลินด้วยนะ วันนี้ดูเธอเพลียๆ" ธรรศสั่งแม่บ้านอาวุโสด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าสายตาที่เขาส่งให้นลินนั้นกลับร้อนแรงจนเธอต้องก้มหน้าหลบ
"ค่ะคุณธรรศ... เออ คุณนลินคะ เมื่อคืนไฟดับนานไหมคะ ป้าหลับเป็นตายเลย ไม่ได้ขึ้นมาดู" ป้านวลถามด้วยความหวังดีนลินชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นรัว
"ไม่... ไม่นานค่ะป้า"
"อ้อ... แล้วเมื่อเช้ามืด มีสายจากคุณเมฆโทรเข้าเครื่องบ้านนะคะ เห็นบอกว่าติดต่อคุณนลินไม่ได้ เขาบอกว่าจะ 'เซอร์ไพรส์' กลับมาถึงก่อนกำหนดในวันนี้ค่ะ"
คำว่า "กลับมาวันนี้" เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางห้องอาหาร นลินหน้าซีดเผือดจนแทบเป็นลม เธอเผลอสบตากับธรรศที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ ดวงตาของพี่เขยไหววูบไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทและแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เสียงรถยนต์คันหรูที่คุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เมฆ เดินลงจากรถด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่กลับดูสดใสเมื่อเห็นภรรยายืนรออยู่
"นลินครับ ผมคิดถึงจังเลยครับ" เมฆโผเข้ากอดและหอมแก้มเธออย่างแรง โดยไม่รู้เลยว่าภรรยาของเขาตัวแข็งทื่อราวกับก้อนหิน
"พี่เมฆ... ทำไมกลับมาเร็วจังคะ" เธอพูดเหมือนกระซิบเบา ๆ เสียงสั่นจนเกือบควบคุมไม่ได้
"งานเสร็จเร็วน่ะครับ อีกอย่าง... สองวันก่อนพี่ธรรศส่งข้อความไปบอกผมว่านลินดูไม่ค่อยสบาย"
" ผมเลยรีบเคลียร์ทุกอย่างเพื่อกลับมาหาคุณยังไงหละ ไม่ดีใจหรอ" เมฆพูดพลางมองไปทางพี่ชายที่เดินตามออกมาจากบ้าน ธรรศยิ้มที่มุมปาก เดินเข้ามาตบบ่าน้องชายเบา นลินเองที่แทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่
"กลับมาก็ดีแล้วเมฆ ดูแลเมียแกให้ดีๆ หน่อย... ช่วงที่แกไม่อยู่ นลินเขาเหงามากนะ"
คำพูดของธรรศเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจของนลิน เธอสัมผัสได้ถึงสงครามประสาทที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นภายใต้หลังคาบ้านแห่งนี้... ความลับที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืด กำลังจะกลายเป็นกับดักที่รัดคอเธอให้ตายทั้งเป็น
ท่ามกลางโต๊ะอาหารค่ำที่ดูหรูหรา บรรยากาศกับอึดอัดจนนลินแทบหายใจไม่ออก เมฆตักอาหารเอาใจภรรยาไม่หยุด เล่าเรื่องงานที่ต่างประเทศอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของพี่ชายตัวเองที่นั่งฝั่งตรงข้าม กำลังจับจ้องไปที่ลำคอของนลินที่มีผ้าพันคอไหมผืนบางปิดทับไว้
"นลินครับ ในบ้านก็ไม่ได้หนาวนะ ทำไมต้องใส่ผ้าพันคอด้วย" เมฆถามขึ้นด้วยความสงสัย พลางเอื้อมมือจะไปเขี่ยขอบผ้า
"เอ่อ... คือ นลินรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ค่ะ คงเพราะเมื่อคืนฝนตกหนักแล้วไฟดับ นลินเลยนอนไม่ค่อยหลับ" เธอก้มหน้าตอบ มือบางกระชับผ้าพันคอแน่นขึ้น หัวใจเต้นรัวกลัวว่ารอยสีกุหลาบที่ธรรศฝากไว้จะถูกเปิดเผย
"งั้นเหรอ... พี่ธรรศ เมื่อคืนไฟดับนานไหมครับ" เมฆหันไปถามพี่ชาย ธรรศวางแก้วไวน์ลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาของนลินก่อนจะตอบ
"ก็พักใหญ่... แต่พี่ก็ดูแลความเรียบร้อยในบ้านให้แกอย่างดี ไม่ต้องห่วง"
คำว่า 'ดูแลอย่างดี' ทำให้คนฟังอย่างนลินสะอึก เธอรีบขอตัวขึ้นห้องพักโดยอ้างว่าอาการปวดหัวเริ่มรุนแรง
กลางดึกคืนนั้น ขณะที่เมฆหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง นลินค่อยๆ ลุกจากเตียงเพื่อลงมาหาน้ำดื่มในห้องครัว ความมืดในบ้านทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนจนหน้าแดงซ่าน แต่เมื่อเธอเดินผ่านห้องทำงานของธรรศ เธอก็เห็นแสงไฟลอดออกมาจากช่องใต้ประตู พร้อมกับเสียงเรียกแผ่วเบาที่คุ้นเคย
"เข้ามานี่หน่อยสิ นลิน..." นลินตัวแข็งทื่อ เธอรู้ว่าควรจะเดินผ่านไป แต่ร่างกายกลับทรยศความถูกต้อง เธอผลักประตูเข้าไปเพียงนิด ก็พบธรรศที่ยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง มองสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง
"พี่ธรรศ... เรียกนลินมาทำไม พี่เมฆกำลังหลับอยู่ข้างบนนะ" เธอกระซิบเสียงสั่น
"พี่แค่อยากดูให้แน่ใจว่า น้องชายฉันไม่ได้ทำอะไรรุนแรงกับเรา" ธรรศเดินเข้าประชิดตัว มือหนาเชยคางเธอขึ้น
"นลิน... พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าพี่รอไม่ไหว การที่เห็นเขากอดเรามันทำให้พี่แทบจะบ้าตาย"
"แต่นั่นสามีนลินนะคะ!"
"สามีที่ทิ้งเราไว้กับความเหงา สามีที่แกแทบไม่เคยมีความสุขเวลาอยู่ด้วยงั้นเหรอ" ธรรศโน้มหน้าลงมาจนชิด
"สัมผัสของพี่เมื่อคืน... มันบอกพี่หมดแล้วว่าแกต้องการอะไร"
ธรรศไม่พูดเปล่า เขาฉวยโอกาสที่นลินกำลังอ่อนแอ ดึงเธอเข้ามากดจูบที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหึงหวง นลินพยายามขัดขืนในคราแรก แต่กลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์และรสสัมผัสที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบทำให้เธอกลับมาพ่ายแพ้อีกครั้ง
ในห้องทำงานที่ปิดมิดชิด นลินยอมให้พี่เขยตักตวงความหวานจากร่างกายเธออีกครั้ง ทั้งที่สามีของเธอนอนอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่กำแพงกั้น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาด้วยความโหยหาที่ยากจะถอนตัว
"จำไว้นะนลิน... ต่อหน้าเขา แกเป็นของเขา แต่ลับหลัง... แกเป็นของพี่คนเดียว" ธรรศกระซิบข้างหูขณะที่พายุสวาทครั้งใหม่กำลังก่อตัวขึ้น
บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากโถงทางเดิน เมฆขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่าข้างกาย เมื่อหันไปมองฝั่งที่ควรจะมีร่างบางของนลินนอนอยู่กลับพบเพียงความเย็นเยียบของที่นอน ความกังวลสายหนึ่งแล่นผ่านวูบ เขาตัดสินใจลุกขึ้น เดินก้าวลงบันไดมาตามหาเธอด้วยหัวใจที่เริ่มอยู่ไม่สุข