หิมะขาวโพลนปกคลุมทั่วขุนเขา ภายในถ้ำลึกเต็มไปด้วยน้ำแข็ง บนแท่นน้ำแข็งเย็นยะเยียบมีร่างอรชรนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรนิ่งพร้อมแสงวาบขึ้นกลางหน้าผากมนเป็นรูปคล้ายกลีบดอกโบตั๋น ดวงหน้างามหวานซึ้งมีเหงื่อซึมผุดพราย คิ้วเรียวคมขมวดมุ่น ราวกำลังต่อสู้กับบางอย่างก่อนทั้งร่างจะสะดุ้งเฮือกเพราะหัวใจปวดร้าวเหมือนถูกทิ่มแทงจนกระอักเลือดออกมา ดวงตาคู่เรียวงามเปิดขึ้นกะทันหัน หากไม่นานแสงเรืองรองกลีบดอกโบตั๋นก็จางหายไปพร้อมเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงและร่างอรชรล้มลงนอนหมดสติกลางแท่นน้ำแข็ง
ไอเย็นจัดเข้าแทรกซึมร่างกายจนใบหน้าขาวนวลเนียนซีดเผือด กลีบปากอิ่มสีหวานคล้ำขึ้น ร่างอรชรนอนนิ่งนานครู่หนึ่งจึงมีเสียงหินก้อนใหญ่เคลื่อนไหว แล้วใครคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นด้านหน้าช่องว่างพลางก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“เยว่เอ๋อร์”
เจ้าของร่างอรชรเอ่ยเสียงเครียด ใบหน้าเรียวงดงามมีความวิตกกังวลเมื่อเห็นคนบนแท่นบาดเจ็บและรีบช่วยพยุง ทว่าไอเย็นเยียบที่ได้รับรู้จากร่างอีกฝ่ายทำให้นางยิ่งหน้าเสียพลางประคองเรือนร่างบอบบางใกล้เคียงตนขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะเร่งใช้พลังปราณเพื่อเยียวยาผู้หมดสติ หากก็เพียงช่วยได้บางส่วนเท่านั้น เมื่ออีกฝ่ายโอนเอนล้มจึงต้องรีบรับเอาไว้
ดวงหน้างามล้ำที่เผือดซีด ริมฝีปากอิ่มไร้สีสันชวนน่าใจหาย ทำเอาผู้เห็นสะเทือนใจยิ่งนัก
“เยว่เอ๋อร์...แม่จะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานต่อไปอีกแล้ว”
นางพึมพำพร้อมน้ำตาหยาดรินอาบแก้ม
“เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร”
เสียงเข้มเอ่ยตำหนิ หากก็ไม่ดุนักด้วยรักชายาตนมาก ขณะที่เจ้าตัวใบหน้างอง้ำ พลางสะบัดหน้าให้ ก้มลงไปหาบุตรสาวและลูบหน้าผากมนกับกลุ่มผมนุ่มสลวยที่ยังนอนหลับตานิ่งบนเตียง ทำให้ไท่จื่อสวรรค์จิ่นลี่ถึงกับต้องถอนหายใจยาว
“เจ้าไม่ควรทำเช่นนี้ เจ้าเฝ้าดูลูกบำเพ็ญเพียรขณะเผชิญวิบากกรรม ทั้งยังไปพาตัวนางกลับมาทั้งที่ยังบำเพ็ญเพียรไม่ครบสามหมื่นปี รับเคราะห์กรรมไม่ครบพันครั้ง เจ้า...”
“ข้าไม่อาจปล่อยให้ลูกอยู่ที่ขุนเขาอันหนาวเหน็บเพียงลำพังได้ และข้าไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว ข้าทนเห็นลูกเป็นเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว ท่านไม่เห็นหรือว่าเยว่เอ๋อร์อ่อนแอลงมากมายเหลือเกิน”
“ซีซี”
ดวงตาคมเข้มนั้นมองชายาตนกับบุตรสาวด้วยความหนักใจ หากใบหน้าคมคายยังเรียบเฉย
“สิ่งที่เจ้าทำจะทำให้ทุกอย่างที่เยว่เอ๋อร์พยายามมาสูญเปล่า”
ซีซวนหน้าเสียเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขณะที่นางกำลังนิ่งอึ้งอยู่นั้น ผู้ที่นอนบนเตียงก็ไอเบาๆ แล้วลืมตาขึ้น ทั้งไท่จื่อและพระชายาจึงหันมองด้วยความห่วงใย
“เยว่เอ๋อร์”
“ท่านแม่...เหตุใด...”
“แม่พาเจ้ากลับมาเอง”
มือบางลูบหน้าผากลูกรักพร้อมจับมือเจ้าตัวขึ้นมากุม
“เจ้ายังเจ็บปวดตรงที่ใดหรือไม่ แม่ช่วยเยียวยาภายในให้เจ้าได้เพียงบางส่วน ร่างกายของเจ้าบอบช้ำมากนัก”
ร่างสูงใหญ่ของไท่จื่อสวรรค์ผละไปรินน้ำชาที่โต๊ะใกล้ๆ แล้วนั่งลงบนเตียงอีกด้าน ประคองร่างอรชรขึ้นให้จิบน้ำชา
ผู้เป็นบุตรสาวมองสบตาบิดาอย่างไม่แน่ใจนักหากสุดท้ายก็ยอมจิบเพราะตนคอแห้งและอ่อนล้าโรยแรงไปทั่วทั้งกาย
“การบำเพ็ญเป็นอย่างไรบ้าง”
“ไท่จื่อ”
ซีซวนเสียงเข้มใส่สวามีเมื่อเห็นว่าเขาเอ่ยถามราวไม่ห่วงใยบุตรสาวเลยแม้แต่น้อย
“ลูกต้องเผชิญเคราะห์อีกหนึ่งครั้งเพคะ”
จิ่นลี่พยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าราววางใจขึ้นมาบ้าง
“พ่อต้องรีบพาเจ้ากลับ”
“ไม่ ข้าไม่ยอม”
พระชายาไท่จื่อเสียงแข็งอย่างไม่ยินยอม ทั้งยังโอบร่างอรชรมาแนบอกตนอย่างหวงแหน
“ไม่ได้ยินหรือว่าเผชิญวิบากกรรมอีกเพียงครั้งเดียวเยว่เอ๋อร์ก็จะบรรลุปราณเทพเซียนชั้นสูงขั้นเก้าของสวรรค์แล้ว”
“แต่เยว่เอ๋อร์ต้องทรมานมาก”
น้ำเสียงซีซวนเครือพร้อมกระชับบุตรสาวไม่ยอมปล่อย
“ร่างกายของเยว่เอ๋อร์เวลานี้แม้จะดูอ่อนแอ หากกำลังสั่งสมปราณเทพเซียนอยู่ภายใน เมื่อบำเพ็ญเพียรครบสามหมื่นปีและบรรลุเคราะห์กรรมทั้งหมดแล้ว ลูกจะแข็งแกร่งขึ้น ฉะนั้นเราต้องรีบพาลูกกลับก่อนปราณเซียนที่บำเพ็ญมาจะสูญสลายแล้วธาตุไฟเข้าแทรก เพราะขุนเขามังกรฟ้าที่เย็นจัดปกคลุมไปด้วยหิมะช่วยสะกดพลังร้อนจากเพลิงวิบากไม่ให้เผาผลาญกายทิพย์”
ยิ่งได้ฟังซีซวนก็ชักร้อนใจขึ้นมา
“เยว่เอ๋อร์ต้องบำเพ็ญปราณเทพเซียนให้หลอมรวมเป็นหนึ่งกับเพลิงวิบากที่ได้รับมา นางจึงต้องอยู่ที่นั่น”
พระชายารีบประคองใบหน้างดงามของบุตรสาวให้หันมายังตน พลางกวาดมองความซีดเซียวอย่างปวดใจ
“เช่นนั้น แม่จะไปอยู่ที่นั่นกับลูกเยว่เอ๋อร์”
“ไม่ได้ เจ้าไม่อาจฝืนทนความหนาวเหน็บที่นั่นได้ ไม่มีผู้ใดทนได้”
จิ่นลี่บอกอย่างจริงจัง
“ต่อให้ต้องแข็งตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ลูกไปคนเดียวอีกแล้ว ท่านไม่เคยบอกว่าส่งเยว่เอ๋อร์ไปที่ใด ข้าพยายามตามหาลูกมาเนิ่นนานกว่าจะพบ ทนฝืนดูลูกเจ็บปวดนอนเหน็บหนาวเพียงลำพังหลายพันครั้งด้วยหัวใจที่แทบสลาย”
ซีซวนน้ำตาเอ่อคลอ นางรู้ว่าบุตรสาวต้องบำเพ็ญเพียรและเผชิญวิบากกรรมเป็นช่วงเวลาสามหมื่นปี เตรียมพร้อมกับสิ่งที่ต้องแบกรับไว้ในวันข้างหน้า นางไม่เคยเห็นด้วยหากก็ไม่อาจแย้งรับสั่งของจักรพรรดิสวรรค์ได้
“ข้าต้องการอยู่ดูแลลูกหลังบาดเจ็บภายในจากวิบากกรรม แม้ท่านไม่สนใจไยดีปกป้องลูก แต่เยว่เอ๋อร์คือดวงใจของข้า ข้าจะปกป้องนางเอง”
“เยว่เอ๋อร์คือทายาทเพียงผู้เดียวของข้ากับเจ้าซีซี นางต้องแข็งแกร่งกว่าผู้ใด”
“ลูกไม่เป็นไร ท่านแม่อย่าได้กังวล”
ก่อนบิดามารดาจะต่อคำให้ขุ่นใจไปมากกว่านี้ เสียงหวานเบาหวิวก็พึมพำขึ้นพลางจับมือมารดาแนบแก้มและยิ้มอ่อนโยนให้ รู้ว่ามารดารักและห่วงใยตนมาก บิดาก็ไม่ต่างกันหากหัวใจท่านเข้มแข็งมากกว่า ทั้งยังมีหน้าที่ต่อเผ่าสวรรค์รวมถึงหกพิภพ นางเองก็ไม่อาจเลี่ยงความรับผิดชอบนี้ได้
“เป็นตายร้ายดีอย่างไร แม่ก็จะไปกับเจ้า”
“ซีซี”
“ท่านไม่ไปก็อย่าได้ห้ามข้า”
นางเอ่ยกับสวามีอย่างไม่ยอมจำนนพลางจ้องด้วยแววตามุ่งมั่นไม่แปรเปลี่ยน
สองสามีภรรยามองสบตากันนิ่ง ขณะที่ผู้เป็นลูกได้แต่เหลือบมองทั้งสองด้วยความลำบากใจ หากภายในก็ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ แต่พยายามสะกดไว้จนต้องกำมือแน่น ทว่ากลับมีเลือดกำเดาไหลออกมา
“เยว่เอ๋อร์”
ทั้งบิดาและมารดารีบประคองร่างอรชรของบุตรสาวที่รัก เมื่อเห็นท่าทางกระสับกระส่ายไม่สบายตัวของเจ้าตัว
“เกิดอะไรขึ้นกับลูก”
ซีซวนเอ่ยอย่างหวั่นใจพลางซับเลือดกำเดาให้อย่างเบามือ
“ข้าต้องพาลูกกลับเดี๋ยวนี้”
ไท่จื่อย้ำกับชายาของตน
“ไม่เช่นนั้นร่างกายของเยว่เอ๋อร์คงไม่อาจทานทนต่อเพลิงวิบากได้”
“เช่นนั้นก็พาลูกไม่เถิดเพคะ”
ซีซวนเริ่มรีบพยุงร่างบอบบาง หากร่างสูงใหญ่ของไท่จื่อเคลื่อนเข้ามาโอบกายบุตรสาวตนแทนแล้วพาลุกขึ้น เจ้าตัวพยายามขยับตามช้าๆ ทว่าเมื่อผู้เป็นชายาก้าวตาม ไท่จื่อกลับเอ่ยเสียงเข้มกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตู
“ห้ามให้พระชายาก้าวออกจากตำหนักฟางหรูแม้แต่ก้าวเดียว ไม่เช่นนั้นเจ้ากับทุกคนจะมีความผิด”
“เพคะ”
เกาถิงย่อตัวลงรับคำอย่างไม่อาจขัดคำสั่งได้ และเมื่อร่างอรชรของพระชายารีบพรวดพราดตามร่างสูงใหญ่ที่หายวับไปพร้อมบุตรสาวนางก็รีบคว้ากอดไว้
“ไม่นะ ไท่จื่อ”
“พระชายา อย่าทำเช่นนี้เลยเพคะ”
“ปล่อยข้านะเกาถิง ปล่อย ข้าจะไปอยู่กับเยว่เอ๋อร์”
ซีซวนขยับตัวไม่หยุดและพยายามผลักคนสนิทของตน ขณะที่เกาถิงพยักหน้าเรียกหญิงสาวอีกคนที่ถือถาดอาหารเข้ามา เจ้าตัวกวาดมองไปยังเตียงไม่เห็นใครก็หน้าซีด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม รีบวางถาดแล้วช่วยเกาถิงรั้งพระชายาให้กลับไปด้านใน
“โธ่ เยว่เอ๋อร์ เวรกรรมใดหนอ ลูกแม่ถึงต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัสเพียงนี้”
ผู้เป็นมารดาเอ่ยอย่างสะท้อนใจและรวดร้าวในอกพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้มนวลเนียน
“สวรรค์เมตตาเยว่เอ๋อร์ด้วยเถิด อย่าให้ลูกรักของข้าต้องทรมานไปมากกว่านี้เลย หากเป็นไปได้ ข้าอยากให้เยว่เอ๋อร์เป็นเช่นดังสตรีธรรมดา ไม่ต้องการให้นางยากลำบากหรือต้องแบกรับภาระใด ไม่ต้องการเลยแม้แต่น้อยนิด”
======