สวัสดีครับ ผมชื่อชีวิน อัครวิศิษย์ หรือเรียกสั้นๆว่า "ไอ้เข้ม" พ่อผมเป็นอดีตนักการเมืองที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของรีสอร์ท แม่ผมน่ะอายุน้อยกว่าพ่อหลายปี จะบอกว่าพ่อผมกินเด็กก็ว่าได้ ก็ตอนที่พ่อผมไปขอแม่อย่างเป็นทางการกับผู้หลักผู้ใหญ่ตอนนั้น แม่อายุแค่ 16 ปี ดูใจกันมาสองปี จนแม่อายุ 18 ในขณะที่พ่ออายุ 38 ปี จึงตกลงแต่งงานกัน ถามว่าพ่อรักแม่มั้ย? ตอบได้คำเดียวว่าโคตรรัก โคตรแคร์ และโคตรตามใจ ไม่ว่าแม่ผมอยากได้อะไร พ่อผมก็เออออห่อหมกกับแม่ไปหมด นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเชื่อมาตลอดว่าความรัก ไม่เคยจำกัดวัย และไม่มีคำว่าตวามแตกต่างที่มาคั่นกลางได้
จนกระทั่งตอนนี้ที่ไอ้ดวงเพื่อนสนิทผมมาสารภาพให้ผมร่วมรับรู้ตามประสาเพื่อนรักที่มองตากันก็รู้ใจว่ามันตกหลุมรักพี่ชายบุญธรรมของมันที่อุปถัมภ์เลี้ยงดูมันมาตั้งแต่พ่อแม่มันเสียอย่างพี่ราชันย์....ตอนนั้นเองที่ชีวินคนนี้ชักจะแน่ใจแล้วว่า
........ไอ้ชีวินเอ๊ย มึงได้หัวเน่าก็งานนี้แหละ...............
ก็ตั้งแต่พี่ราชันย์รู้ตัวว่าหลงรักเด็กวัยแรกแย้มเข้าจังๆก็กลายเป็นว่าหวงแสนหวงไอ้ดวงจนไม่เป็นอันได้หยอกล้อสนิทสนมกับผมเหมือนแต่ก่อน หึหึ ลูกผู้ชายน่ะ แค่มองกันผ่านสายตาก็รู้แล้วว่ากำลังหึงหวงไอ้ดวงแค่ไหน
เอาเถอะอย่ามาฝอยให้ฟังดูเหมือนผมอิจฉาไอ้ดวงเลย เอ๊ะ!! หรือผมอิจฉาว่ะ ไอ้ดวงมันมีแฟนเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมชีวินคนนี้ถึงไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาสักที
ผมมองตัวเองในกระจกกี่รอบก็โคตรจะมั่นใจว่าผมก็หน้าตาดีทีเดียวแหละ ถึงจะติดที่สูงโปร่งจนเหมือนยักษ์ปักหลั่นแต่บอกเลยนะว่าหุ่นอย่างนี้นี่แหละโคตรอึดเลยขอบอก แล้วดูนี่สิ กล้ามหน้าท้องของผมที่สะสมมาจาการเป็นนักกีฬาโรงเรียน เล่นมันทั้งฟุตบอล บาสเก็ตบอลจนล่ำขนาดนี้บอกเลยว่าผมไม่ควรโสดอยู่แบบนี้
......หรือจะเป็นเพราะความปากหมาที่แก้ไม่หายสักที....ผมเคยคุยกับสาวๆหลายคนแต่ไม่เคยคุยกันได้เกินสัปดาห์ด้วยซ้ำ...ยัยพวกนั้นก็ทนไม่ได้ให้เหตุผลสั้นๆว่า
"เราทนความปากหมาของเธอไม่ได้จริงๆ"
หรือ
"เราต้องการคนที่เขาอ่อนโยนมากกว่านี้ ไม่ใช่คนเถื่อนๆอย่างเธอ"
หรือ
"เราอยากได้คนที่เขาใส่ใจเรามากกว่านี้ ไม่ใช่เฉยชาใส่เราอย่างนี้"
โอ๊ยยย สารพัดสาระเพที่สรรพ์หามาด่าทอและตีจากผมไป โถ แล้วทำไมผมต้องแคร์ ในเมื่อผมออกจะหล่อขนาดนี้ แล้วบอกเลยว่าผมมันคนจริงใจ อาจพูดไม่หวาน ห่ามๆ แข็งๆ แต่ก็รักใครแล้วรักจริงนะ เบื่อพวกตาไม่ถึง
สรุปที่ผมพล่ามมาทั้งหมดเลยแล้วกันนะ ทั้งหมดที่ผมพูดมา ผมกำลังจะสื่อให้ทุกคนรู้จักผมมากขึ้นว่าผมคือชีวินจอมปากหมาที่หาแฟนไม่ได้สักทีไงหละ
แล้วคุณเข้าใจฟีลมั้ยครับ เวลาที่คนไม่มีแฟนกำลังอยู่ในอารมณ์เปลี่ยวอย่างกับต้นไม้ขาดน้ำต้องมาอยู่กับคนที่กำลังอินเลิฟมันรู้สึกหมั่นใส้แค่ไหน....
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ความอิจฉาตะหงิดๆมันเกิดขึ้นอีกแล้ว วันนีผมกับไอ้ดวงสอบเสร็จแล้ว ออกมารอลุงพันมารับไปบ้านของพี่ราชันย์เพื่อไปสอนไอ้ดวงเล่นกีต้าร์เพลง "เธอคือของขวัญ" ที่ดวงใจตั้งใจจะร้องให้เป็นของขวัญพี่ราชันย์ อีกเพียงสองวันก็เป็นวันเกิดของเขาแล้ว สงสัยไอ้ดวงมันอยากให้เขารู้สึกประทับใจ
"ข้าไปบ้านเอ็งพ่อเอ็งจะไม่ว่าเอาเหรอว่ะไอ้ดวง"
ผมถามถึงพี่ราชันย์ขึ้นอย่างหนาวๆร้อนๆ เพราะอาการแสนหวงที่ราชันย์ชอบแสดงออกเวลาที่มีผู้ชายคนอื่นไปยุ่มย่ามกับดวงใจทำให้ผมขนานนามเขาว่า"พ่อ"ของไอ้ดวง
ผมยังจำได้ดีถึงแววตาพี่ราชันย์มองผมอย่างกับจะกินใส้ตอนที่ไอ้ดวงมันเจ็บเท้าแล้วผมให้ขี่หลังเมื่อหลายวันก่อน
"เอ็งไม่ต้องกลัวหรอก นายเขาไปประชุม จะกลับมาก็เย็นๆนู่น"
ดวงใจพูดพลางกอดคอผม มันเรียกพี่ราชันย์ว่านายตามคนงานในปางไม้ของพี่ราชันย์ชอบเรียก ถ้าเรียกเต็มๆก็คือ"หายหัว" นั่นแหละ อาจเป็นเพราะไอ้ดวงมันโตมากับเด็กๆลูกหลานคนงานในปางไม้ มันเลยเรียกพี่ราชันย์อย่างนั้น
ถึงแม้ว่าหลายอย่างในชีวิตไอ้ดวงจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ความเป็นเพื่อนระหว่างผมกับมันไม่แปรเปลี่ยนไป เพื่อนยากที่ผ่านทุกข์สุขกันมาตั้งแต่ ม.ต้น และยามนี้ก็กินเวลามา 6 ปีแล้ว
เมื่อลุงพันมารับผมกับไอ้ดวงก็พากันขึ้นรถและมุ่งหน้าไปบ้าน"จอมราชันย์"ทันที
ณ.บ้านจอมราชันย์
ในห้องรับแขก ผมกับไอ้ดวงกำลังจับคอร์ดกีต้าร์เพลง "เธอคือของขวัญ" กันอยู่
"เอ็งจับที่บาร์สามสายสี่นะ และค่อยๆขยับมือมาที่บาร์ห้าสายสาม เสียงมันจะก้องกว่านิดหน่อย แต่ต้องไวนะอย่าแช่ โน๊ตนี้มันตรงกับท่อนที่สอง"
ผมพูดพลางทำให้ดู ดวงใจนั่งดูอย่างจดจำ ไอ้นี่อ่ะจำอะไรได้รวดเร็วเสมอ และไม่ช้ามันก็เลียนตามที่ผมสอนได้แทบจะถูกต้องทุกอย่าง
"เอ็งนี่มันโคตรเก่งไอ้ดวง ข้าสอนแป๊บเดียว จำได้แม่นเชียว"
"เอ็งก็รู้ว่าข้านี่แหละ เจ๊ดวงแห่ง6/1"
มันพูดถึงฉายาที่ได้มาจากวีรกรรมแสบๆที่นับไม่ถ้วนพลางหัวเราะร่วนจนผมนี่อดหมั่นไส้ไม่ได้
"เออ ปากดีไปเถอะ ข้าจะให้พ่อเอ็งมาปราบ"
ผมพูดพลางพยักพะเยิดไปที่รูปถ่ายของพี่ราชันย์สมัยที่เขาเป็นนักกีฬาบาสของมหาวิทยาลัยที่ติดอยู่ที่ผนัง ใบหน้าของเขายังดูอ่อนวัยกว่าตอนนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต้องยอมรับว่าพี่ราชันย์ไม่ดูแก่ขึ้นเลย เขายังคงหล่อเหลาและยิ่งอายุมากยิ่งมีเสน่ห์
"ไอ้เข้ม! เอ็งนี่มันวอนจริงๆ เดี๋ยวข้าจะบอกป้าสายว่าไม่ต้องเอาข้าวเกรียบปากหม้อมาให้เอ็งกิน"
ไอ้ดวงขู่ผมฟ่อๆ ผมแอบเสียดายเล็กๆ ก็ฝีมือป้าสายแม่ครัวของที่นี่ทำขนมไทยอร่อยเป็นเลิศ แต่ก็ยังไม่เลิกยียวนมัน ผมลุกขึ้นยิ้มกวนและเหย้าแหย่เป็นการใหญ่
"นายจ๋าาา ดวงใจคิดถึงจัง ขอกอดที"
"ไอ้เข้ม เอ็งหยุดเดี๋ยวนี้"
ได้ดวงโวยวายก่อนจะลุกขึ้นวิ่งไล่และเอากล่องทิชชู่โยนใส่ผม ผมวิ่งไวปานลิงลมหลบหลีกไอ้ดวงมาจนพ้นกำแพงและเดินวกไปยังสวนด้านข้างของตัวบ้านจอมราชันย์พร้อมกับหัวเราะดังๆอย่างสะใจ
"ว้าย!!!"
"เฮ้ย!!ตาเถร"
เสียงอุทานอย่างแทบจะพร้อมเพรียงกันของผมกับใครบางคนดังก้องหู อกกว้างของผมชนเข้าจังๆกับอะไรสักอย่างนุ่มหยุ่นน่าสัมผัสจนเสียหลัก
"นี่แกเดินยังไงไอ้เด็กผี ไม่ดูตาม้าตาเรือ "
ผมตั้งสติดีๆและมองให้เต็มตา ผู้หญิงนี่หว่า นี่ผมเดินชนนมเขาจังๆเลยหรือนี่!!
ผู้หญิงตรงหน้าผมโวยวายเสียงดังพลางชี้หน้าผมในชุดนักเรียนม.ปลายสุดเซอร์ ที่ดูจนแสนจน...จะทำไงได้ ก็ผมมันคนสายเซอร์
ผมเพ่งพินิจผู้หญิงตรงหน้าที่มองผมด้วยสยตาเหยียดหยามสักพัก สมองก็นึกถึงคำบอกเล่าของไอ้ดวง
......หรือนี่จะเป็นยัยป้าดารนีอะไรนั่นที่ไอ้ดวงบอกว่าเป็นแฟนเก่าของพี่ราชันย์ที่ยังตามตอแยพี่เขาไม่เลิก.....
"ขอโทษครับป้า ผมไม่ได้ตั้งใจ"
ผมยกมือพนมขึ้นไหว้ท่วมหัวเป็นการขอโทษที่เดินชนเขา
"อร๊ายยยย!! นี่แกเรียกใครป้า ไอ้บ้า พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง"
ผมชักมีน้ำโหยัยป้านี่แล้วล่ะ เรื่องแค่นี้เล่นถึงบุพการีเลยหรือ
"ป้านั่นแหละพ่อแม่ไม่สั่งสอน วันๆเอาแต่แต่งตัวโชว์นมอ่อยผู้ชาย น่ากลัวชะมัด"
ยัยป้าดารนีเต้นเร่าๆด้วยความโกรธ
"แกไอ้เด็กผี ์มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันขนาดนี้"
"ผมก็เป็นเพื่อนของไอ้ดวงไง....อ่อต้องบอกว่าผมเนี่ยเป็นเพื่อนของดวงใจ...ดวงใจที่เป็นตัวจริงของคุณราชันย์ ไม่ใช่ของเล่นอย่างป้า"
ยัยป้าตรงหน้านิ่งไปสักพัก ก่อนที่อารมณ์โกรธจะพวยพุ่งจนก้มลงถอดรองเท้าจะโยนใส่ผม ผมรีบวิ่งแจ้นออกไปในสวนกว้างข้างบ้านทันที
"ไอ้เด็กผี....แกต๊ายย!!!"
ไอ้ดวงคงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเลยวิ่งมาดู มันเลยโดนยัยป้าปีศาจด่าเข้าให้
"คุณดารนี เอ่อ เกิดอะไรขึ้นคะ?"
ยัยป้าดารนีมองหน้าไอ้ดวงอย่างโกรธชิงชัง
"ไม่ต้องมาทำหน้าใสซื่อเลยนะ แกเป็นคนส่งเพื่อนแกมาด่าฉันใช่มั๊ย หนอย...พอได้เป็นเมียราชันย์นี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ฉันจะตบแกดูสักน้ำ"
ยัยป้าบ้าเดินเข้าทึ้งปอยผมดำสนิทของไอ้ดวงและออกแรงดึงจนมันเซถลา ไอ้ดวงเริ่มโกรธเลยสู้เข้าให้ มันรีบผลักยัยป้าดารนีออกไป
"นี่คุณ!! เมาโบท๊อกเหรอคะ ฉันไม่ได้ส่งเพื่อนไปหาเรื่องคุณ ที่สำคัญฉันไม่ได้อยากมีเรื่องมีราวกับคุณ ช่วยทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่หน่อยสิคะ"
สุดยอดจริงๆ ไอ้ดวงยืนพูดเสียงแข็งตอบโต้กลับไปจนยัยป้าปีศาจตะลึงไปชั่วครู่ สงสัยไม่รู้ซะแล้ว่าไอ้ดวงมันสู้คน
"ปากดีนักนะนังเด็กเมื่อวานซืน ไม่รู้หรือไงว่าเดี๋ยวพอราชันย์เขาเบื่อเขาก็ทิ้งแก"
"ป้านั่นแหละหุบปาก หรือว่าต้องให้จูบถึงจะหยุดพูด"
ผมเดินกลับเข้ามาออกรับแทนเพื่อน ค่อยๆแทรกตัวเข้ามาระหว่างกลางของคนทั้งสอง และยื่นหน้าเข้าใกล้ใบหน้าของยัยป้าดารนีหวังจะแหย่คนแก่เล่นให้หายซ่า
"ไอ้เด็กบ้า อย่าเอาหน้าสกปรกของแกเข้ามานะ เอ๊ะ!!แล้วนี่แกมาจับแขนฉันทำไม"
"ผมก็จะพาป้ากลับไปส่งบ้านพักคนชราไง จะได้เลิกคลุ้มคลั่ง มานี่ ผมเรียกแท๊กซี่ไว้แล้ว"
ผมพูดพลางลากยัยป้าแกจอมเหวี่ยงขึ้นรถ แต่เขาก็ยังต่อต้านและพยายามออกจากรถ ผมทั้งรำคาญทั้งอยากเอาชนะจึงตัดสินใจเข้าไปนั่งในรถและรั้งร่างป้าแกเอาไว้
"ไปเลยครับพี่ เหยียบให้มิดเลยครับ"
ผมสั่งคนขับแท๊กซี่แทบจะทันทีที่ประตูรถปิดสนิท
"ไอ้ดวง ไม่ต้องห่วงนะเว้ย เดี๋ยวข้าจัดการให้เอง"
ผมเปิดกระจกลงมาและตะโกนบอกดวงใจพลางโบกมือบ๊ายบาย ไอ้ดวงแทบจะหลุดขำออกมา มันโบกมือบ๊ายบายให้ผมในขณะที่รถเคลื่อนออกมาจากบ้านจอมราชันย์และขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วบนถนนกว้าง
"ไอ้เด็กบ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะบอกราชันย์ให้มาจัดการแก"
"โถ่ป้า ป้าไปหาเรื่องแฟนเขาถึงที่บ้าน เขาคงเข้าข้างป้าอยู่หรอกนะ"
ผมเย้ยยัยป้าปีศาจอย่างสะใจจนสีหน้าที่โบ๊ะเครื่องสำอางค์มาเสียจัดจ้านดูเจื่อนลงไป สงสัยจะเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองเป็นแค่แฟนเก่า เสียเปรียบเขาทุกกรณี
"เอาน่าป้า เขามีแฟนใหม่ไปแล้วเลิกไปยุ่งกับเขาเถอะ มันบาปนะ"
"เลิกพูดมากสักทีเถอะน่า ฉันขี้เกียจคุยกับเด็กเมื่อวานซืนอย่างแก"
ป้าดารนีพูดอย่างตัดความรำคาญ ใบหน้าสวยเฉี่ยวสะบัดหน้าหนีไปทางหน้าต่าง มองออกไปนอกรถไม่พูดไม่จากับผมอีก ตอนนี้เองที่ความเงียบเริ่มปกคลุม ผมถึงได้สำรวจป้าเขาชัดๆ
จริงๆต้องบอกว่าป้าดารนีน่ะสวยมากทีเดียว คอระหงดูสง่า หุ่นนางแบบ อกกลมกลึงได้รูปในชุดโชว์ไหล่รัดรูปที่ป้ากำลังใส่ทำให้ผมน้ำลายสอนึกถึงนางเอกหนังเอวีที่ผมชอบดู
ผมเลื่อนสายตาไปเรื่อยจากบนลงล่าง คราวนี้เองที่ผมเพิ่งเห็นรอยแดงจ้ำที่ตรงข้อเท้าของป้าแก สงสัยจะเป็นตอนที่เดินชนกับผมที่บ้านจอมราชันย์ทำให้ป้าแกเท้าแพลง
"เลี้ยวไปจอดหน้าซอยนั้นเลยนะ"
เสียงป้าบอกเท็กซี่ให้ขับพาไปจอดลงที่หน้าซอยปากทางเข้าไปในบ้าน แล้วป้าก็หันมาพูดกับผม
"ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แกพาฉันมาก็จ่ายค่าแท็กซี่ให้ฉันด้วยแล้วกันนะ"
ผมกะไว้แล้วว่ายัยป้าต้องโบ้ยให้ผมจ่าย แต่ช่างมันเถอะ ผมรวยอยู่แล้ว แต่ผมแค่สงสัยว่าทำไมป้าไม่ยอมให้รถเข้าไปส่งถึงบ้าน หรือว่าไม่อยากให้ผมรู้จักบ้านเพราะกลัวผมจะมาวางระเบิด
ผมไม่คัดค้านอะไร ปล่อยให้ป้าแกเปิดประตูลงจากรถด้วยท่าเดินกะเผลกๆ แถมรองเท้าก็หายไปข้างนึงเพราะเอามาปาใส่ผมแล้วไม่ได้หยิบกลับมา
ผมมองตามหลังป้าดารนีอย่างรู้สึกผิด ตอนนี้มันก็เริ่มมืดแล้ว ถ้าป้าเขาโดนฉุดขึ้นมาจะทำไงดี
ผมครุ่นคิดสักพักก่อนจะสั่งให้ลุงคนขับแท็กซี่ขับตามป้าเขาไปช้าๆอย่าให้ป้าเขารู้ตัว
ใกลพอสมควรจากปากซอยมาถึงบ้านหลังโอ่อ่าของป้าดารนี ผมเห็นเขาค้นเอากุญแจรั้วในกระเป๋ามาไขเข้าบ้านไป ยัยป้าไม่โดนฉุดผมก็หมดห่วง
ผมบอกให้ลุงคนขับขับรถพาผมกลับ ลุงแกเลยกลับรถหน้าบ้านของยัยป้าดารนี ตอนนั้นเอง ที่ผมสังเกตเห็นป้ายประกาศติดอยู่หน้ารั้วบ้าน
"ขายบ้านด่วน สนใจติดต่อ 098-xxxxxxx"
ผมมองป้ายอย่างฉงนใจ บ้านสวยขนาดนี้ทำไมป้าเขาถึงประกาศขายหนอ หรือว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่น......
.......หรืออาจจะเป็นเพราะ.......มีปัญหาเรื่องเงิน.........
ผมคิดนู่นนี่ไปตามประสา และควักโทรศัพท์ออกมาเมมเบอร์หน้าบ้านไว้เล่นๆไม่ได้คิดอะไรต่อจากนั้นมากมาย
..........ใครจะไปคิดว่าหลังจากวันนี้ จะมีเรื่องบังเอิญระหว่างผมกับยัยป้าดารนีเกิดขึ้นอีกจนได้..........
.......................................................