เข้ามาไม่ถึงสี่ก้าวเสียงอันดุดันก็ดังขึ้นทำคนในงานต่างพากันหันไปมองตามเสียงอันน่าเกรงขามนั้นรวมทั้งฉันกับไทเกอร์ก็ด้วย ยอมรับว่าสะดุ้งนิดหน่อยแต่พอได้เห็นหน้าคนพูด ฉันก็เปลี่ยนจากคนตกใจเป็นยิ้มให้คนที่กำลังเดินออกมาจากในบ้านอย่างหัวเสีย จะเป็นใครไปได้ล่ะ เดชาพ่อแท้ ๆของเจ้าของร่างนี้ นี่ถ้าเขารู้ว่าลูกสาวแท้ ๆตายไปแล้วจะยังมีท่าทีแบบนี้อยู่ไหม
"ป๊า..สวัสดีดีค่ะ"
"อย่ามาเรียกฉันว่าป๊าฉันไม่เคยมีลูกเลว ๆแบบแก!!"
มาถึงก็ด่าชุดใหญ่ ตกลงเจ้าของร่างไปทำอะไรไว้กันแน่ ครอบครัวถึงได้เกลียดเธอขนาดนี้
"คุณอย่าพูดกับลูกแบบนั้นสิ!"
เสียงอันนุ่มนวลดังขึ้นมาจากด้านหลังของป๊า พอฉันหันไปมองก็พบว่าเป็นม๊านั่นเอง ดูจากการพูดการจากแล้วผู้หญิงคนนี้คงจะไม่ได้เกลียดเจ้าของร่างเดิม ก็นั่นสิแม่แท้ ๆที่ไหนจะเกลียดลูกตัวเองได้
"มายด์มาแล้วหรอลูก"
"ม๊า..สวัสดีค่ะ..หนูเอาของขวัญมาให้ หนูตั้งใจซื้อมาให้ม๊าโดยเฉพาะเลยนะ มันอาจจะไม่ได้แพงเท่าไหร่แต่มันมีคุณค่าทางใจหนูมาก"
ฉันพูดพร้อมกับยื่นกรอบรูปอันนึงที่ถูกปิดไว้ด้วยกระดาษของขวัญให้ม๊า ในนั้นมันเป็นรูปของครอบครัวเราที่เคยอยู่ด้วยกันพร้อมน่าพร้อมตา ถึงแม้ตอนนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม
"มายด์ ..ม๊ารักหนูนะลูก"
ม๊าพูดน้ำตาก็ไหลออกมา ท่านกอดฉันเอาไว้แน่น มันเป็นกอดที่อบอุ่นมาก นานแล้วที่ฉันได้ไม่รับการกอดอย่างอบอุ่นแบบนี้ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ
"เลิกกอดมันแล้วกลับเข้าไปในบ้านซะ! บ้านเราไม่มีลูกสาวเลว ๆแบบนี้!!"
พอม๊าได้ยินป๊าพูดแบบนั้นเธอก็ผละตัวออกจากฉัน ยกมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแล้วหันไปตวาดใส่ผู้เป็นสามีเสียงดังอย่างไม่สนใจสายตาของใครต่อใครที่กำลังมองมา
"คุณเดชา..ลูกอุตส่าห์มาหาทำไมต้องว่าลูกแบบนี้ด้วย!! อีกอย่างเรื่องพวกนั้นมันก็ผ่านไปหมดแล้ว..มายด์เลิกติดต่อไอ้หมอนั่นแล้วคุณก็รู้นิยังจะเอาอะไรกับลูกอีก!!"
ยิ่งฟังฉันยิ่งเข้าใจ..เจ้าของร่างนี้คงไปทำอะไรที่ทำให้พ่อตัวเองไม่พอใจมากแน่ ๆไม่งั้นคุณหญิงจันทราจะพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง ไอ้หมอนั่นหรอ?? เธอกำลังพูดถึงใครกัน!
เดชาพอถูกภรรยาสุดที่รักตวาดใส่ต่อหน้าแขกมากมายเขาก็ถึงกับหัวเสีย คงไม่คิดว่าภรรยาแสนเรียบร้อยน่ารักอย่างคุณหญิงจันทราจะกล้าตวาดใส่เขาถึงมีอาการแบบนี้
"ได้!! อยากคุยกับนังเด็กนี่ก็คุยไปถ้าโดนหลอกเอาเงินอีกอย่ามาขอเงินจากผมใช้แล้วกัน!!"
หลอกเงินหรอ!! ไม่หรอกมั่งเจ้าของร่างคงไม่เลวถึงกับหลอกเงินครอบครัวตัวเองเพื่อไปปนเปอผู้ชายคนอื่นหรอกใช่ไหม!
"ม๊า..ที่ป๊าพูดหมายความว่ายังไงคะ?"
พอฉันถามออกไปแบบนั้นม๊าก็มองฉันด้วยสายตาแปลก ๆ เหมือนกำลังสงสัยในตัวฉัน
"เอ่อคือ..ตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุหนูก็จำเรื่องราวในอตีดไม่ได้เลยหมอบอกว่ามันเป็นภาวะความจำเลือนลางชั่วขณะนะคะ.."
ฉันรีบแก้ตัวเพราะกลัวม๊าจะสงสัยไปมากกว่านี้ถ้าท่านรู้ว่าฉันไม่ใช่ลูกสาวเธอมีหวังเรื่องใหญ่แน่
พอได้ฟังคำอธิบายจากฉันม๊าก็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเริ่มพูดเรื่องราวในอตีดให้ฉันฟัง
พอได้ฟังเรื่องราวในอตีดของตัวเอง..ฉันก็เข้าใจว่าทำไมเดชาถึงได้เกลียดลูกสาวตัวเองนัก ก็ดูวีรกรรมแต่ล่ะอย่างที่นางทำไว้สิ ทั้งหลอกเงินครอบครัวไปให้ชายชู้อย่างต้น หลอกเอาหุ้นของบริษัทตัวเองไป จนบริษัทเกือบล้มละลายดีนะที่ป๊าเก่งถึงดึงบริษัทกลับมายืนได้เหมือนเดิม ไม่แค่นั้นยังแอบไปจดทะเบียนสมรสกับต้นอีก พอป๊ารู้ก็โกรธมากถึงกับทรุดต้องเข้าโรงพยาบาลเกือบเอาชีวิตไม่รอดหนำซ้ำลูกสาวก็ไม่เคยโผล่หน้าไปเยี่ยมเลยสักครั้ง ที่ป๊าเป็นโรคหัวใจรักษาไม่หายก็เพราะความเครียดสะสมทุกอย่างเกิดจากเจ้าของร่างเดิมทั้งนั้น..สมควรแล้วที่ถูกเกลียดเธอมันชั่วจริง ๆสมายด์
"ลูกจำไม่ได้หรอมายด์?"
จู่ ๆม๊าก็ถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับมองฉันอย่างจับผิด ทำไมท่านถึงมองฉันแบบนั้นหรือฉันทำอะไรให้ดูมีพิรุจหรือเปล่า
"ไม่เป็นไรลูกพึ่งประสบอุบัติเหตุมาม๊าเข้าใจ..อีกไม่นานความทรงจำเก่า ๆของลูกก็คงกลับมา" ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วยิ้มให้กับคำพูดของม๊า เกือบไปแล้วนึกว่ามายังไม่ทันได้ทำอะไรก็โดนจับได้แล้วซะอีก
"เราเข้าไปคุยข้างในกันเถอะ"
จู่ ๆม๊าก็มองไปด้านขวาแล้วรีบจับมือฉันพาเดินเข้าไปในบ้าน ฉันกับลูกเดินตามม๊าเข้าไปในห้องรับแขกส่วนนี้เป็นส่วนที่เงียบที่สุดแขกไม่มี
เมื่อเข้ามาถึงม๊าก็เรียกป้าแมว แม่บ้านที่ท่านไว้ใจให้มาพาไทเกอร์ไปทานของว่าง ตอนนี้เลยเหลือแค่ฉันกับท่านสองคน
"แล้วคาร์มินล่ะลูกไม่มาด้วยกันหรอ"
จู่ ๆม๊าก็ถามหาเขาทั้งที่ท่านไม่เคยเอ่ยถึงคาร์มินต่อหน้าฉันเลยสักครั้ง แถมยังเอาแต่มองไปทางด้านหน้าไม่หยุด หรือจะมีแขกสำคัญของม๊ามาหรือเปล่า
"ม๊าถ้าไม่ค่อยสะดวกม๊าไปรับแขกก่อนก็ได้นะคะหนูอยู่ได้"
"งั้นเดี๋ยวม๊ามานะลูก" ม๊าตอบแค่นั้นแล้วก็ลุกออกไป ฉันมองตามหลังม๊าจนสุดสายตาทันใดนั้น !!
สายตาก็เหลือบไปเห็นคาร์มิน..เขามาได้ยังไงไหนบอกว่ามาไม่ได้ไง ฉันกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปหาเขาทว่า ก็ต้องหยุดความคิดเอาไว้แค่นั้นเมื่อเห็นคนที่เขาพามา วันจันทร์!! ที่แท้ที่ไม่ยอมพาฉันมาก็เพราะแบบนี้ กะจะพาเธอมาเปิดตัวนี่เองหึ!!
ช่างเถอะ เขามาฉันก็ไม่อยากอยู่แล้ว
"ป้าแมวคะ"
ฉันหันไปเรียกป้าแมวที่กำลังเดินผ่านมาป้าแมวหันมาแล้วรีบเดินมาหาฉันอย่างรวดเร็ว
"ค่ะคุณหนู"
"คือมายด์มีเรื่องต้องไปทำถ้าม๊ามาบอกม๊าด้วยนะถ้าเสร็จธุระมายด์จะมารับไทเกอร์"
"ได้ค่ะ"
แล้วป้าแมวก็เดินออกไป ส่วนฉันรีบออกไปก่อนอีตาสามีบ้าตัณหานั่นจะเห็นฉันยังไม่อยากโดนนินทาว่ามีสามีแต่สามีกลับไปรักหญิงอื่น ส่วนฉันก็เป็นได้แค่ยัยแก่รอผัวนอกใจกลับมาหา แบบนั้นเสียศักดิ์ศรีจะตาย
สิ่งแรกที่ต้องทำฉันต้องจัดการเรื่องพี่ชายเมียน้อยของอีตาบ้านั่นให้เรียบร้อยก่อนหลังจากนั้นฉันจะกลับมาอยู่บ้าน ช่วยป๊าทำงานบริษัท รอวันคาร์มินมาขอหย่า
ฉันส่งข้อความนัดเจอต้น หลังออกมาจากงาน เตรียมพร้อมเอกสารการหย่าครบถ้วนในใจก็หวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี
แต่ดูท่ามันจะไม่เป็นอย่างที่ฉันหวัง
ต้น
'เจอกันหน่อย'
'ร้านอาหารที่เดิม'
ต้น: เจอกันที่โรงแรมดีกว่านะผมจองห้องไว้แล้ว ผมจะรอคุณ...
เพราะทันทีที่ฉันส่งข้อความขอเจอ เขาก็ส่งข้อความนัดสถานที่มา ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าการเจอกันครั้งนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่นะ
แล้วสถานที่นัดมันก็ช่างดูไม่น่าไว้ใจ แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อฉันอยากให้ทุกอย่างมันจบลงฉันก็ต้องเอาตัวเข้าแลก อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือถึงแม้จะรู้ว่ามันเสี่ยงมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าฉันไม่ไปวันนี้ ทุกอย่างก็ไม่มีทางจบลงได้