หัวใจเธอสะดุดอีกครั้ง เพราะประโยคนั้นไม่ได้ฟังเหมือนคนยอมแพ้ แต่มันฟังเหมือนคนที่ยอมให้เธอเห็นความจริงของตัวเองมากขึ้นอีกชั้น... มธุรดาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเก้าอี้ เสียงกระทบไม้เบาจนแทบไม่ได้ยิน แล้วลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง “ฉันจะกลับไปพักสักหน่อย” เธอพูดเบา “ตอนนี้ไม่น่ามีอะไรแล้ว แต่ถ้าน้องคิณตื่นมางอแงอีก คุณโทรฯ หาฉันนะคะ” อนณสูดลมหายใจเข้าลึกช้าๆ เขาขยับเข้ามาใกล้เธออีกก้าว... ก้าวเดียวเท่านั้น แต่ระยะระหว่างคนสองคนก็แคบลงทันที “แล้วถ้าผมยังไม่อยากให้ไป” น้ำเสียงนั้นต่ำ นิ่งและอันตรายเกินไป เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ อยากถามให้รู้แน่ในความหมายแต่สิ่งที่เธอทำกลับมีเพียงการเงยหน้าขึ้นมองเขาเงียบๆ อนณยื่นมือออกมาอย่างเชื่องช้า... ช้าเสียจนเธอมีเวลาถอย มีเวลาปฏิเสธ มีเวลาหยุดมัน... แต่เธอไม่ทำอะไรเลย ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาแตะปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มเธอ แล้วเกลี่ยมันไปทัดหลังใบหูอย่างแผ่วเ

