พากลับห้อง

1767 Words
พันธกรเป็นคนที่ทำงานหนักและมีความมุ่งมั่นในทุกสิ่งที่เขาทำ แต่ทุกครั้งที่ความเครียดสะสมและความกดดันจากการบริหารบริษัททับถม เขามักจะหาทางระบายด้วยการไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ของเขาเพื่อนๆของเขาหลายคนทำธุระกิจเหมือนกับเขา โดยเฉพาะคืนที่เขารู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนวนอย่างไม่หยุดยั้ง เหล้าและเสียงดนตรีเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยทำให้เขาหยุดคิดถึงเรื่องงานได้ชั่วขณะ คืนนั้นหลังจากการประชุมสำคัญที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาดื่มจนรู้สึกว่าความคิดต่างๆ "ไงไอ้เสือ…ดื่มเอาเป็นเอาตายเลยนะ" นภัทร เพื่อนซี้ของเอาที่นั่งมอง พันธกรดื่มเอา ดื่มเอา ปกติพันธกรเป็นคนที่ดื่มเก่งอยู่แล้ว "ถึงฉันจะเมาแค่ไหนฉันก็มีคนมารับโว้ย…ไม่เหมือนพวกแกหรอก" เขาตอบนภัทร แล้วก็ดื่มต่อ ในหัวเริ่มเลือนลาง เสียงดนตรีในผับดังกระหึ่มขึ้นในความรู้สึกเหมือนเป็นเสียงที่ช่วยปลดปล่อยเขาจากความกดดัน เมื่อดึกดื่น ความมึนเมาเริ่มเข้าครอบงำพันธกรจนไม่สามารถกลับคอนโดเองได้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขที่คุ้นเคย คนที่เขามักจะเรียกหาในทุกครั้งที่เขาต้องการความช่วยเหลือ "ชนิกานต์ มารับผมหน่อย" เสียงของเขาอู้อี้และเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ชนิกานต์ที่ปลายสายก็รับรู้ได้ถึงความจำเป็นที่เขาต้องการความช่วยเหลือ ชนิกานต์ที่กำลังทำงานค้างอยู่ในโต๊ะทำงาน รับสายด้วยความตกใจ แต่เธอก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เธอปิดคอมพิวเตอร์ ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน และรีบหยิบกระเป๋าออกไปทันทีเพื่อไปรับเจ้านายของเธอ เมื่อถึงผับ ชนิกานต์พบพันธกรนั่งอยู่ที่บาร์ ดูเหมือนจะหมดแรง แม้ว่าเขาจะดูอ่อนล้า หญิงสาวทักทายเพื่อนๆของเจ้านายตามมารยาท นภัทรเห็นหน้าเลขาของพันธกรมารับเจ้านายของเธออีกตามเคย หญิงสาวยังอยู่ในชุดทำงานแสดงว่าชนิกานต์ เพิ่งจะออกจากออฟฟิศมาแน่นอน " คุณกานต์…เพิ่งเลิกงานเหรอครับ ไอ้ไทม์มันใช้งานคุณกานต์หนักเกินไปหรือเปล่าครับเนี่ย" " พอดี…พรุ่งนี้เป็นวันหยุดก็เลยเคลียร์งานให้เสร็จค่ะ" ชนิกานต์เดินเขาไปหาเจ้านายหนุ่มที่ยังนั่งหลับพิงโซฟา แต่เขายังคงมีเสน่ห์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ชนิกานต์เขยิบแขนเขาเบาๆ เพื่อให้เขารู้ตัว "คุณพันธกรคะ กลับได้แล้วค่ะ" ชนิกานต์กล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล แต่แน่วแน่ พันธกรเงยหน้ามองชนิกานต์ ดวงตาที่เคยเฉียบคมตอนนี้กลับดูอ่อนแรงและเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เขาพยายามลุกขึ้น แต่ขากลับไม่ค่อยจะมั่นคง ชนิกานต์จึงต้องพยุงเขาออกจากผับไปยังรถของเธอ ระหว่างทางกลับคอนโด พันธกรนั่งเงียบๆ อยู่บนเบาะหลัง เขามองออกไปนอกหน้าต่าง และเห็นแสงไฟสลัวจากเมืองใหญ่ที่ผ่านไปเรื่อยๆ ในหัวของเขามีความคิดสับสน แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่เขารู้แน่ชัดในขณะนี้คือ เขารู้สึกสบายใจที่มีชนิกานต์อยู่ข้างๆ ไม่ว่าดึกดื่นแค่ไหนถ้าเขาต้องการให้เธอมาหาเธอจะรีบมาทันทีจนเขาเคยตัว เมื่อถึงคอนโด ชนิกานต์ช่วยพยุงพันธกรขึ้นไปยังห้องของเขา เธอพาเขาไปนั่งที่โซฟาและเตรียมน้ำดื่มไว้ให้เขาก่อนที่จะเตรียมตัวกลับ แต่ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินออกจากห้อง พันธกรก็เรียกเธอไว้ "ขอบคุณนะ ชนิกานต์" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าปกติ ชนิกานต์หันกลับมามองเขา ดวงตาของเขาแม้จะมึนเมาแต่กลับแฝงไปด้วยความอบอุ่นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ไม่เป็นไรค่ะ คุณพันธกรพักผ่อนเถอะค่ะ" ชนิกานต์ตอบกลับเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้พันธกรนอนพักอยู่ในห้องที่เงียบสงบ ในคืนนั้น ชนิกานต์ขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอไม่แน่ใจว่าความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นนี้จะนำพาเธอไปสู่เส้นทางใด แต่เธอก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพันธกรกำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย ชนิกานต์ขับรถไปบนถนนที่เงียบสงัดในคืนนั้น ความรู้สึกหลายอย่างวนเวียนอยู่ในหัว เธอไม่เคยเห็นพันธกรในมุมนี้มาก่อน ผู้ชายที่ดูเข้มแข็ง มั่นใจ และจริงจังเสมอ กลับแสดงออกถึงความอ่อนโยนและอบอุ่นที่เธอไม่คาดคิด “คนอย่างเขามีมุมแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย” เธอพึมพำกับตัวเองขณะมือจับพวงมาลัยแน่น ความทรงจำเกี่ยวกับคำพูดและสายตาของเขาทำให้ใจเธอเต้นเร็วขึ้น แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ควรคิดมากเกินไป แต่เธอปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีบางอย่างเปลี่ยนไป เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนแทรกเข้ามา เมื่อถึงบ้าน ชนิกานต์หยิบกระเป๋าขึ้นและเดินเข้าไปในบ้านที่มืดสนิท เธอเปิดไฟและถอดรองเท้า พลางคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ช่วงเวลาที่พันธกรเรียกเธอไว้ก่อนออกจากห้องยังคงติดอยู่ในใจ "ขอบคุณนะ ชนิกานต์" คำพูดเรียบง่ายนั้นกลับฝังลึกลงไปในความรู้สึกของเธอ มันไม่ใช่คำขอบคุณธรรมดา แต่มันมีน้ำเสียงที่อ่อนโยน เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดที่เกินกว่าความเป็นเจ้านายกับลูกน้อง ชนิกานต์นั่งลงบนโซฟา หัวใจเต้นแรงด้วยความสับสน เธอไม่แน่ใจว่าเธอรู้สึกเช่นนี้เพราะพันธกร หรือเพราะเธอกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันมากขึ้นทุกที "ฉันควรทำยังไงดี" เธอคิดอยู่เงียบๆ แต่แล้วก็ถอนหายใจ เธอรู้ว่าคำตอบเดียวที่มีในตอนนี้คือการทำงานให้ดีที่สุด ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาทำให้ทุกอย่างซับซ้อน เธอพยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม พันธกรเป็นเจ้านาย และเธอเป็นลูกน้อง การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ นี้อาจเป็นเพียงความอ่อนแอชั่วคราวที่เกิดจากความเหนื่อยล้าของเขา แต่ลึกๆ ในใจ ชนิกานต์รู้ดีว่าเธอแอบรักเขาตั้งครั้งแรกที่เธอได้เจอเขาบางสิ่งบางอย่าง ทำให้เธอได้แค่แอบรักเจ้านายมาดนิ่งอยู่เงียบๆ ในวันรุ่งขึ้น ชนิกานต์มาถึงสำนักงานเร็วกว่าปกติ หัวใจของเธอเต้นระทึกเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในตึก ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงติดอยู่ในใจของเธอ แม้เธอจะพยายามปัดมันออกไป แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ หลังจากเธอจัดเตรียมเอกสารและเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานได้สักพัก ประตูห้องของพันธกรก็เปิดออก เสียงรองเท้าหนังของเขาดังก้องในห้องโถงเล็กๆ ข้างหลังเธอ ชนิกานต์หันกลับไปมองโดยอัตโนมัติ และในวินาทีนั้นสายตาของทั้งสองคนก็ประสานกัน พันธกรดูสงบนิ่งเหมือนทุกวัน แต่วันนี้มีบางอย่างในแววตาของเขาที่ทำให้เธอรู้สึกแปลก มันเป็นแววตาที่เธอจำได้จากเมื่อคืน ความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางนิ่งเฉยนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง "เอกสารที่ผมขอพร้อมหรือยัง?" เขาถามด้วยน้ำเสียงปกติ "พร้อมแล้วค่ะ" ชนิกานต์ตอบเสียงเบา ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาส่งให้เขา มือของเธอสั่นเล็กน้อย แต่เธอพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงออกมากเกินไป พันธกรรับเอกสารจากเธอและมองเข้าไปในตาของเธออีกครั้ง คราวนี้แววตาของเขาชัดเจนกว่าครั้งแรก มันแฝงไปด้วยความสนใจที่ไม่เหมือนเดิม เขาเอ่ยขอบคุณเธอเบาๆ และเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน ชนิกานต์สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติ เธอรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพันธกรกำลังเปลี่ยนไปจริงๆหรือแค่เธอคิดไปเอง ไม่ใช่แค่เพราะเหตุการณ์เมื่อคืน แต่มันเป็นสิ่งที่สะสมมาตลอดเวลาที่พวกเขาทำงานด้วยกัน เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในระหว่างที่ชนิกานต์พยายามจดจ่อกับงาน ทว่าความคิดของเธอกลับล่องลอยไปยังพันธกรบ่อยครั้ง เธอรู้ดีว่าการทำงานในตำแหน่งนี้ต้องรักษาความเป็นมืออาชีพ แต่ความรู้สึกที่เธอมีเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้ ในช่วงบ่าย ขณะที่ชนิกานต์กำลังนั่งจัดเรียงเอกสาร เธอได้รับข้อความจากพันธกร พันธกร: “หลังเลิกงานมาพบผมที่ห้องประชุมเล็กหน่อย มีเรื่องอยากพูดด้วย” ใจของเธอเต้นรัว เธอไม่แน่ใจว่ามันจะเกี่ยวกับงานหรือเรื่องอื่นๆ แต่เธอรู้สึกว่ามันสำคัญ เมื่อเลิกงาน เธอรวบรวมความกล้าและเดินไปที่ห้องประชุมเล็กตามที่พันธกรบอกไว้ เมื่อเปิดประตูห้องประชุม ชนิกานต์เห็นพันธกรยืนรออยู่ตรงกลางห้อง แสงไฟในห้องส่องสว่างพอเหมาะ เขาหันมามองเธอด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายกว่าทุกครั้ง "นั่งสิ" เขาบอกเสียงเรียบ ชนิกานต์เดินมานั่งตรงข้ามเขา เธอรู้สึกว่าความเงียบระหว่างพวกเขากลับเต็มไปด้วยความหมาย พันธกรจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้น "ชนิกานต์ช่วงนี้คุณทำงานได้ดีมาก ผมชื่นชมความตั้งใจของคุณ" ชนิกานต์ยิ้มรับคำชม แต่เธอรู้สึกได้ว่ามันมีมากกว่าคำพูดธรรมดา "แต่มันมีบางอย่างที่ผมอยากจะพูด" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ทำให้ใจของชนิกานต์เต้นแรง เธอไม่รู้ว่าคำพูดต่อไปจะเป็นอะไร "คุณเป็นคนสำคัญของผมมากกว่าที่ผมเคยคิด" พันธกรเอ่ยอย่างมั่นคง สายตาของเขาจับจ้องเธออย่างจริงจัง คำพูดนั้นทำให้หัวใจของชนิกานต์หยุดนิ่งชั่วขณะ เธอรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังมาถึงจุดเปลี่ยน แต่เธอก็ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะชัดเจนเช่นนี้ "คุณหมายความว่ายังไงคะ" เธอถามออกไป ทั้งที่รู้คำตอบในใจ พันธกรยิ้มออกมาเล็กน้อย "ผมไม่แน่ใจว่าจะอธิบายยังไงแต่ผมรู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันอีกต่อไป" เสียงหัวใจของชนิกานต์เต้นดังขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เธอฟังคำพูดของเขา เธอไม่รู้ว่าควรตอบอะไร แต่ในความเงียบนั้น เธอก็รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD