เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงคิวของอัศวิน โต๊ะยาวด้านหนึ่งว่างลงพอดี มาเฟียหนุ่มนั่งลงบนม้านั่งไม้ยาวอย่างสง่างาม แม้สูทตัวหรูจะเปื้อนฝุ่นดินไปบ้างแต่เขาก็ไม่สน เสือรีบนำผ้าเช็ดหน้ามาจะเช็ดโต๊ะให้น้ำใส แต่อัศวินปัดออก
“ร้านนี้สะอาดอยู่แล้ว” อัศวินเอ่ย สายตาจ้องไปที่น้ำใสที่เดินถือกระบวยเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะ
“จะสั่งอะไรคะคุณชายมาเฟีย” น้ำใสถามเสียงห้วนแต่ยังคงรักษากิริยา
“กรุณาสั่งเร็วๆ ชัดๆ ห้ามลีลา และห้ามเรื่องมากนะคะ น้ำซุปสูตรของยายสายใจเคี่ยวมายี่สิบปีตั้งแต่ยุคมือถือไม่มีปุ่มกด รสชาติมันสมบูรณ์แบบในตัวเองอยู่แล้ว อย่ามาสั่งพิศดารแยกน้ำแยกเส้นแยกวิญญาณหมูนะคะ น้ำใสขี้เกียจทำ”
อัศวินอมยิ้มมุมปาก ความกวนประสาทในสายเลือดมาเฟียเริ่มทำงาน เขาอยากลองดีกับยัยแม่ค้าปากแจ๋วคนนี้อีกสักตั้ง
“ผมขอ... เส้นเล็กน้ำตก แต่ไม่ตกใจ เอาเนื้อสะดุ้งน้ำร้อนสามวินาทีพอ ไม่เอาสุก ตับหมูขอแบบลวกสุกเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ผักบุ้งขอเฉพาะส่วนยอดสี่เซนติเมตร และน้ำซุปขออุณหภูมิแปดสิบองศาเซลเซียสครับ” อัศวินร่ายยาวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ท้าทายสายตาโตๆ ของเธอ
ความเงียบเข้าปกคลุมเพิงมุงจากทันที ชาวบ้านพากันหยุดเคี้ยวลูกชิ้น ลุงยอดกุมขมับ เสือหลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทก น้ำใสนิ่งไปสามวินาที สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูง
“เส้นเล็กน้ำตกไม่ตกใจ เนื้อสะดุ้งสามวินาที ผักบุ้งสี่เซนติเมตร...” เธอทวนคำ ก่อนจะแสยะยิ้มหวาน “คุณคิดว่าตัวเองเป็นนักวิจัยวิทยาศาสตร์อาหาร หรือคิดว่าเป็นเทวดาจุติลงมาเกิดคะ ร้านก๋วยเตี๋ยวค่ะไม่ใช่ห้องแล็บ”
เคร้ง!!
น้ำใสสับกระบวยสแตนเลสลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าอัศวินอย่างแรง ห่างจากมือของเขาเพียงเซนติเมตรเดียว จนชามตราไก่ข้างๆ กระเด็น
“ถ้าสั่งลีลาเยอะขนาดนี้ วันหลังไปลวกกินเองที่คฤหาสน์เถอะค่ะ น้ำใสขายตามสูตรยายสั่งมา ไม่มีเนื้อสะดุ้ง ผักบุ้งกะด้วยสายตา น้ำซุปร้อนลวกปากทุกชาม จะกินตามกฎของร้าน หรือจะกินกระบวยตราช้างคู่แทนก๋วยเตี๋ยว เลือกเอาค่ะคุณมาเฟีย” น้ำใสด่ามาเฟียไปชุดใหญ่ หน้าหวานแดงก่ำด้วยความโมโห
แต่แทนที่อัศวินจะโกรธจัดจนสั่งฆ่าล้างบาง... มาเฟียพันล้านกลับสะดุ้งตัวเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีเรื่อ เขารู้สึกสะใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งโดนเธอใช้น้ำเสียงดุดันและกระบวยขู่ หัวใจเขายิ่งสูบฉีดเลือดพุ่งพล่าน
“กินครับ... กินแบบธรรมดาก็ได้ครับ” อัศวินตอบเสียงนุ่ม แววตาเยิ้มระยับจนน้ำใสขนลุกซู่
“งั้นก็นั่งเงียบๆ ไปค่ะ” น้ำใสสะบัดหน้าหนี กลับไปที่หน้าหม้อต้ม
ห้านาทีต่อมา ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกเส้นเล็กหมูตุ๋นร้อนๆ ควันฉุยก็ถูกวางลงตรงหน้าอัศวิน กลิ่นหอมของน้ำซุปที่โชยขึ้นมาทำให้มาเฟียหนุ่มไม่รอช้า เขาหยิบช้อนขึ้นมา ค่อย ๆ ตักน้ำซุปสีเข้มขึ้นมาซดคำแรก
ซูด...
ทันทีที่น้ำซุปสัมผัสลิ้น ดวงตาของอัศวินเบิกกว้าง ร่างกายทุกส่วนคล้ายถูกปลุกให้ตื่นจากความตาย รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม เผ็ด ร้อน เปรี้ยว เค็ม ทุกอย่างผสมผสานกันอย่างลงตัวและลึกซึ้ง ความรู้สึกเบื่ออาหารที่เกาะกินหัวใจมาหลายเดือนมลายหายไปสิ้นในคำเดียว เนื้อหมูตุ๋นนุ่มละลายในปาก ลูกชิ้นเด้งสู้ฟัน
อัศวินไม่พูดไม่จา เขาเริ่มลงมือทานก๋วยเตี๋ยวอย่างบ้าคลั่ง ซดน้ำซุปจนหมดชามในเวลาไม่ถึงสองนาที ชาวบ้านและบอดี้การ์ดพากันอ้าปากค้างที่เห็นมาเฟียผู้กินยากตักก๋วยเตี๋ยวเข้าปากไม่หยุด
“เสือ... สั่งเพิ่มอีกสามชาม” อัศวินบอกมือขวาขณะเช็ดปากร่างกายของเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น
“นาย... นายกินได้แล้ว” เสือน้ำตาแทบไหลรินรีบหันไปสั่งน้ำใส
“แม่ค้า! ขอเพิ่มอีกสามชามด่วนเลยครับ” น้ำใสยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความแปลกใจ แต่ก็แอบภูมิใจในน้ำซุปยุคไร้ปุ่มกดของยาย
“รอแป๊บหนึ่งค่ะ เดี๋ยววันหลังให้ลงไปเฝ้าหม้อน้ำซุปเลยไหมค่ะ” เธอบ่นพึมพำแต่ก็ลงมือทำใหอย่างรวดเร็ว
หลังจากอัศวินซดก๋วยเตี๋ยวเรือไปทั้งหมดสี่ชามรวดจนอิ่มแปล้และเจริญอาหารที่สุดในชีวิต เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ควักกระเป๋าสตางค์หนังแท้ออกมา ยื่นบัตรเครดิตแบล็กการ์ดไม่จำกัดวงเงินให้น้ำใส
“คิดเงินรวมกับค่าเสียหายที่ทำร้ายร่างกายลูกน้องผมเมื่อกี้ด้วยครับ” อัศวินเอ่ย น้ำใสปัดบัตรเครดิตทิ้งทันที
“ร้านนี้รับเฉพาะเงินสด แบงก์ย่อย หรือสแกนคิวอาร์โค้ดค่ะ บัตรพลาสติกนี่เอาไปรูดซื้อสูทของคุณเถอะค่ะ ก๋วยเตี๋ยวสี่ชามร้อยหกสิบบาท ค่ากระบวยฟาดหัวถือเป็นค่าทำขวัญที่พวกคุณมาทำฝุ่นตลบหน้าร้าน เจ๊ากันไปค่ะ”
อัศวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในสมอง มาเฟียหนุ่มก้มหน้าลงมาใกล้แม่ค้าสาวจนน้ำใสได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว
“คุณน้ำใส... ร่างกายของผมปฏิเสธอาหารทุกชนิดบนโลกใบนี้ ยกเว้นก๋วยเตี๋ยวเรือฝีมือคุณ” อัศวินเอ่ยเสียงจริงจัง
“ผมขอเสนอ... เงินเดือนหนึ่งล้านบาท บ้านพร้อมรถหรู ให้คุณย้ายไปเป็นเชฟส่วนตัวของผมที่คฤหาสน์อัครเดชา” ชาวบ้านพากันร้องฮือ... เงินเดือนหนึ่งล้านบาท เจ๊ไฝส้มตำครกแตกถึงกับตะโกนเชียร์
“รับเลยน้ำใส! รวยทางลัดแล้วลูก” แต่น้ำใสมองหน้ามาเฟียหนุ่มตรงๆ ดวงตาไม่มีความโลภแม้แต่น้อย เธอยกกระบวยสแตนเลสขึ้นมาเคาะฝ่ามือตัวเองเบาๆ
“เงินหนึ่งล้านบาทของคุณ มันซื้อศักดิ์ศรีและมรดกของยายสายใจไม่ได้หรอกค่ะคุณอัศวิน เพิงมุงจากหนองน้ำใสแห่งนี้คือชีวิตของฉัน และลูกค้าที่นี่ก็คือครอบครัวของฉัน ถ้าฉันไปเป็นเชฟส่วนตัวให้คุณ แล้วคนหนองน้ำใสจะกินอะไรคะ”
“ผมซื้อที่ดินตรงนี้ทั้งหมด แล้วจ้างทุกคนไปอยู่ด้วยก็ได้” อัศวินยังไม่ยอมแพ้
“อย่ามาทำตัวเป็นมาเฟียหน้าเงินแถวนี้ฮะ” น้ำใสขึ้นเสียงตวาด
“เงินซื้อน้ำใสไม่ได้ค่ะ ถ้ายังไม่หยุดตื๊อและพูดจาไร้สาระทำลายน้ำใจชาวบ้าน วันหลังน้ำใสจะไม่ขายก๋วยเตี๋ยวให้คุณกินอีก และถ้าก้าวเท้าเข้าร้านมาอีก... ส้นตีนและกระบวยบินของแม่ค้าปากแซ่บคนนี้จะทำงานทันที เข้าใจชัดเจนไหมคะ”
คำขู่ฟาดกบาลและสายตาดุดันนั้นกลับทำให้อัศวินรู้สึก ‘ฟิน’ จนหัวใจพองโต เขายิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้ใครมาก่อน มาเฟียหนุ่มหันไปหาเสือ
“เสือ... ไปจัดการกว้านซื้อตึกแถวฝั่งตรงข้ามเพิงมุงจากนี่ซะ ซื้อให้หมดทุกคูหา” อัศวินสั่งการ
“เอ๋ บอสจะซื้อไปทำโปรเจกต์อะไรครับ” เสือถามงงๆ
“ฉันจะย้ายออฟฟิศมาอยู่ที่นี่... ฉันจะมานั่งเฝ้าและมากินก๋วยเตี๋ยวที่นี่ทุกวัน” อัศวินประกาศลั่น สายตาจ้องมองน้ำใสด้วยความคลั่งรักอันมหาศาล
“ในเมื่อจ้างคุณไปเป็นเชฟส่วนตัวไม่ได้... ผมก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อตื๊อให้คุณเปลี่ยนใจมาเป็น ภรรยาส่วนตัว ของผมแทน”
“ไอ้มาเฟียสมองกลับ” น้ำใสหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนเขินสุดขีด เธอยกกระบวยสแตนเลสคู่ใจขึ้นสูง
“อยากกินกระบวยตราช้างคู่แทนข้าวเย็นใช่ไหมคะ ออกไปจากร้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
อัศวินหัวเราะร่วน รีบก้าวถอยหลังขึ้นรถตู้อัลพาร์ดไปพร้อมกับเสียงด่าไฟลุกของแม่ค้าสาวขาลุย ท่ามกลางเสียงฮือฮาและสายตาเลิ่กลั่กของชาวหนองน้ำใสที่รู้ดีว่า... นับจากนี้ค่ำคืนของตลาดหนองน้ำใสจะไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะสงครามตื๊อรักฉบับมาเฟียหน้าหนาปะทะส้นตีนแม่ค้าปากแซ่บ ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!