ตอนที่1 จุดเริ่มต้น

1713 Words
ธาราวิศวะร้ายคลั่งรัก ลูกตาล เด็กสาวร่างบางแต่สัดส่วนอวบอิ่มในชุดนักเรียนมอปลายกำลังยืนหันซ้ายหันขวามองตัวเองอยู่หน้ากระจกตู้เสื้อผ้าเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของชุดก่อนที่จะไปโรงเรียน จากนั้นก็เดินออกไปหาคนเป็นพี่ชายที่รอเธออยู่หน้าบ้าน ทว่าเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เสียงหวานจึงเอ่ยบอกพี่ชายที่กำลังนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์อยู่ "พี่ต้นเมื่อวานป้าพรบอกว่าให้จ่ายค่าเช่าบ้านได้แล้วค่ะ เดือนนี้เลยเวลาจ่ายค่าเช่ามาหลายวันแล้ว" ลูกตาลบอกพี่ชายด้วยใบหน้าเศร้าๆตามที่ป้าพรเจ้าของบ้านเช่าที่เธอกับพี่ชายเช่าอาศัยอยู่ได้บอกกับเธอไว้เมื่อวาน "อืม เดี๋ยวถ้าป้าพรมาทวงค่าเช่าอีกบอกไปว่าพรุ่งนี้พี่จะจ่ายให้ ขึ้นรถเถอะเดี๋ยวจะไปเรียนสาย" ต้นหนเอ่ยบอกน้องสาวด้วยท่าทีปกติ ดูเหมือนไม่ได้ทุกร้อนอะไร ทว่าในใจมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงินและค่าใช้จ่ายในบ้านอยู่ตลอด ลูกตาลยืนนิ่ง ไม่ได้ขึ้นรถตามที่พี่ชายบอก ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยพูดต่อ "แต่เมื่อวานพี่เพิ่งเอาเงินให้ตาลไปจ่ายค่าเทอมเองนะ แล้วพี่จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าบ้านให้ป้าพร" ลูกตาลพูดด้วยสีหน้ากังวล เพราะเธอรู้ดีว่าตอนนี้พี่ชายเธอคงไม่มีเงินไปจ่ายค่าบ้านแล้ว ...แม้ลูกตาลจะเรียนโรงเรียนรัฐบาลที่ไม่ต้องเสียค่าเทอมในลักษณะค่าเล่าเรียน แต่ก็ต้องมีการจ่ายค่าบำรุงศึกษาหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเหล่านี้จึงเรียกติดปากกันว่าค่าเทอมที่ไม่ใช่ค่าเล่าเรียน แต่เป็นค่าบำรุงศึกษา "ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวพี่จะลองขอเฮียเบิกเงินล่วงหน้าเอาก็ได้" ต้นหนพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆพลางยื่นมือไปโยกศรีษะเล็กของน้องสาวเบาๆ "แต่พี่เพิ่งเริ่มทำงานได้แค่สองเดือนเองไม่ใช่เหรอคะ เจ้านายใหม่พี่เค้าจะยอมให้พี่เบิกตังค์ล่วงหน้าเหรอ" เพราะรู้อยู่แล้วว่าพี่ชายเพิ่งได้งานใหม่เป็นงานประจำและเพิ่งเริ่มงานได้ไม่ถึงสามเดือนเลยด้วยซ้ำ เธอจึงมีความกังวลแทนพี่ชายอยู่มาก "ไม่ต้องห่วง เจ้านายใหม่พี่ใจดี ตาลมีหน้าที่เรียนก็ตั้งใจเรียนไป เรื่องเงินเป็นหน้าที่ของพี่เดี๋ยวพี่จัดการเอง ตาลไม่ต้องคิดมากนะ เข้าใจไหม" "เข้าใจค่ะ" แม่ปากจะบอกว่าเข้าใจ แต่สีหน้าก็ยังมีความกังวลอยู่ดี เธอแค่เป็นห่วงพี่ชาย ไม่อยากให้พี่ชายเหนื่อยและลำบาก แต่กระนั้นเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากตั้งใจเรียนและเป็นเด็กดีให้พี่ชายได้ชื่นใจ "ดีมาก อ่ะ นี่เงินไปโรงเรียน" ต้นหนพูดพลางยื่นเงินแบงค์ร้อยหนึ่งใบที่ล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่าๆของตัวเองให้น้องสาว "ขอบคุณค่ะ" ลูกตาลพูดพร้อมพนมมือไหว้พี่ชายก่อนจะรับเงินหนึ่งร้อยมาด้วยใบหน้าที่ยังคงเศร้าอยู่ คนเป็นพี่ชายเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยพูดออกไป "เอาหน่าอย่าคิดมากเลย ไม่เห็นมีไรต้องกังวล ขึ้นรถเร็วเดี๋ยวไปเรียนสายเอานะ" สิ้นเสียงของพี่ชาย ลูกตาลจึงขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของพี่ชายแต่โดยดี จากนั้นต้นหนก็สตาร์ทรถแล้วขับไปส่งน้องสาวที่โรงเรียน พอส่งน้องสาวเสร็จเขาก็ขับรถเลยต่อไปยังที่ทำงานของตัวเอง นั่นก็คือร้านแต่งรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนของน้องสาวมากนัก ทุกเช้าต้นหนจะไปส่งลูกตาลที่โรงเรียนก่อนไปทำงาน ส่วนหลังเลิกเรียนลูกตาลก็จะนั่งวินมอไซค์รับจ้างกลับบ้านเอง เพราะเวลาเลิกงานของต้นหนคือสองทุ่ม เขามักจะทำโอทีล่วงเวลางานเป็นประจำ ลูกตาลจึงต้องกลับบ้านเองในตอนเย็น ...สองพี่น้องอาศัยอยู่กันแค่สองคนโดยไร้พ่อแม่ให้พึ่งพา เนื่องจากพ่อแม่ได้จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถตั้งแต่ต้นหนเรียนอยู่ ม.4 ส่วนลูกตาลก็เรียนอยู่ ม.1 แม้ตอนที่พ่อแม่ยังอยู่อาจจะไม่ได้สุขสบายอะไรเพราะพ่อแม่ทำงานหาเช้ากินค่ำเหมือนครอบครัวธรรมดาทั่วไป แต่สองพี่น้องก็ไม่เคยลำบาก จนเมื่อขาดพ่อแม่ที่เป็นเสาหลักของบ้าน คนเป็นพี่ชายจึงต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักให้น้องสาวได้พึ่งพาแทนพ่อแม่ ...ซึ่งหลังจากที่พ่อแม่เสีย เลิกเรียนต้นหนก็มักจะหางานรับจ้างทั่วไปทำ ไม่ว่าใครจ้างให้ทำอะไรต้นหนทำหมด แม่เงินจะน้อยไม่คุ้มกับค่าเหนื่อยแต่เขาก็ไม่เกี่ยงงาน หนักเอาเบาสู้ เขาทำหมดขอแค่ให้ได้เงินมา เพราะสิ่งสำคัญในชีวิตเขาคือน้องสาวที่เขาต้องดูแลให้ดีที่สุด หลังจากเรียนจบ ม.6 ต้นหนก็เลือกที่จะไม่เรียนต่อ เขาตั้งใจทำงานส่งน้องสาวเรียนอย่างเดียว หวังให้น้องสาวมีอนาคตที่ดี ส่วนอนาคตของเขาสุดแล้วแต่โชคชะตานำพา ทุกวันนี้เขาหวังแค่ให้น้องสาวได้เรียนสูงๆ กินอิ่มนอนหลับ แค่นี้คนเป็นพี่อย่างเขาก็มีความสุขแล้ว แม้เขาจะอายุมากว่าน้องสาวแค่สามปี แต่ภาวะในการเป็นผู้นำของเขาสูงมาก ...จนตอนนี้ปัจจุบันต้นหนได้งานประจำทำมาสองเดือนแล้ว ไม่ลำบากเท่าเมื่อก่อนที่ต้องเร่ร่อนหางานทำไปเรื่อย แต่ด้วยความที่เพิ่งได้งานประจำทำที่จ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน จึงทำให้ช่วงแรกๆการเงินยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ แต่หลังจากนี้อะไรหลายๆอย่างคงจะดีกว่าที่เป็นอยู่ เวลาต่อมา 14:15 น. อีกด้าน ธารา ทายาทคนเดียวของตระกูลวีระโภคิน ด้วยความที่เป็นคนสันโดษและมีความชอบในรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิค เขาจึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตสันโดษเปิดร้านแต่งรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคเป็นของตัวเองตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่งจนปัจจุบันก็ปีสี่แล้ว โดยมีลูกน้องหรือเด็กช่างในร้านประมาณสามคนคือ ต้นหน เจมส์ ซัน โดยธาราอาศัยกินนอนอยู่ที่ร้าน จะกลับบ้านไปหาคนเป็นบิดามารดาแค่เดือนละครั้งสองครั้งเท่านั้น... ใต้ตึกวิศวะมีนักศึกษามากมายทั้งชายและหญิงนั่งจับกลุ่มคุยเมาท์มอยกันไปเรื่อย บ้างก็เดินเรียงรายกันเป็นกลุ่มคุยกันไปทั่ว ทว่ากลุ่มที่เห็นแล้วสะดุดตาของทุกคนมากที่สุดคือกลุ่มของธาราที่กำลังเดินเรียงกันสามคนเป็นหน้ากระดาน ธารา อคิน คามิน จุดเด่นคือความหล่อเหลาของพวกเขา หล่อไม่บันยะบันยัง หล่อไม่มีใครแพ้ใคร พ่วงด้วยความสูงที่พกกันมาเยอะ ทำให้หุ่นของพวกเขาดีอย่างกับนายแบบ ที่สำคัญพวกเขาทั้งสามคนยังโสด จึงกลายเป็นที่หมายตาของสาวๆในมหาลัย แม้จะไม่ใช่เดือนคณะหรือเดือนมหาลัย ทว่าความหล่อของทั้งสามคนนั้นหล่อยิ่งกว่าเดือนคณะและเดือนมหาลัยเสียอีก แค่ความหล่อเกินต้านและหุ่นดีๆก็ทำให้พวกเขาทั้งสามกลายเป็นตัวตึงของมหาลัยโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่อยู่เฉยๆสาวๆก็พากันกรี๊ดกร๊าด "ไอธามึงจะกลับร้านมึงเลยไหม" คามินหันไปถามธาราขณะที่เดินออกจากตึกคณะหลังจากเรียนเสร็จแล้ว "อือ" ธาราตอบแค่นั้นขณะที่มองตรงไปข้างหน้าไม่ได้หันมองเพื่อนเลย ก่อนที่คามินจะพูดต่อ "งั้นกูไปด้วย ขี้เกียดกลับคอนโด" "อือ" "มึงกลัวดอกพิกุลร่วงจากปากหรือไงวะไอธา พูดเยอะกว่านี้ไม่เป็น" อคินที่ฟังอยู่เงียบๆหันไปพูดกับธาราที่เดินอยู่ข้างๆเชิงประชด ธาราหันไปมองอคินเล็กน้อยด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยพูดออกไปคำเดียวสั้นๆกระชับได้ใจความ "เสือก!" "เอ๊า ไอห่านี่" อคินต่อว่าเพื่อนไปทันทีอย่างไม่จริงจัง "พอเลยมึงไอคิน แล้วนี่มึงจะกลับบ้านไหม หรือจะไปกับพวกกู" คามินเอ่ยห้ามอย่างนึกรำคาญก่อนจะเอ่ยถามอคินออกไป ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่พวกเขามักจะพูดจาใส่กันแรงๆตามประสาเพื่อนรักเพื่อนสนิท "ไม่ไป กูจะกลับบ้าน" อคินหันมาตอบคามินที่เดินอยู่ข้างๆอีกฝั่งด้วยท่าทีปกติ "หึ สองสามเดือนมานี้ตั้งแต่แม่มึงรับลูกสาวบุญธรรมมาเลี้ยง มึงรีบกลับบ้านตลอดเลยนะ รีบกลับไปช่วยแม่มึงเลี้ยงน้องหรือไง" คามินพูดขึ้นอย่างรู้ทัน "พูดบ้าอะไรของมึง กูไม่ได้อยากมีน้องเพิ่ม แค่เอแคลร์คนเดียวกูก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว" จริงอย่างที่ปากพูดไปเพราะแค่เอแคลร์หรือน้องสาวแท้ๆคนเดียวที่แสนจะดื้อรั้นและเอาแต่ใจ อคินก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ถ้าจะให้มีน้องเพิ่มคงไม่ไหว แต่ถ้าเปลี่ยนจากน้องสาวบุญธรรมเป็นเมียแทนอันนี้เขารับไหวอยู่แล้วและเต็มใจรับมากด้วย "ไม่อยากมีน้องเพิ่ม แต่อยากได้เมียแทนว่างั้น" คามินพูดขึ้นอย่างรู้ๆกัน "แสนรู้นะมึง" อคินพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มๆราวกับว่าเพื่อนเป็นหมาแสนรู้ก็ไม่ปาน "สัส! มึงสิแสนรู้" คามินด่าสวนกลับไปทันทีอย่างไม่จริงจัง "กูไปล่ะ" พูดจบอคินก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปทันทีโดยไม่สนใจคำด่าของคามินเลยสักนิด ส่วนธาราก็ได้แต่เดินไปเงียบๆโดยไม่คิดจะพูดอะไร
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD