ธาราวิศวะร้ายคลั่งรัก
ณ ร้านแต่งรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิคของธารา
เมื่อธารากับคามินมาถึงร้านโดยซื้อเบียร์ติดไม้ติดมือมาหลายขวด ทั้งสองก็นั่งกินเบียร์กันในร้านอย่างชิลๆ โดยเผื่อแผ่ให้ลูกน้องในร้านของธาราได้ดื่มกันด้วย ทว่ามีแค่ต้นหนคนเดียวที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหรือแต่งรถให้ลูกค้าอย่างขะมักเขม้นโดยไม่แตะเบียร์เลยสักจิบ
"ไอต้นหนมึงมาดื่มก่อนเดี๋ยวค่อยทำต่อ" คามินเอ่ยชวน
"ไม่เป็นไรเฮียมิน ดื่มกันเลยครับผมอยากทำงานให้เสร็จก่อน" ต้นหนหันไปพูดกับคามินก่อนจะหันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานเช่นเดิม
คามินได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ แต่หันมาพูดกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆแทน
"ไอต้นหนลูกน้องใหม่มึงนี่ขยันดีว่ะ ตั้งแต่มีมันเวลากูมาที่ร้านมึงทีไรกูเห็นมันเอาแต่ทำงาน ขยันอย่างกับคนเป็นหนี้นอกระบบ"
ธาราได้แต่นั่งฟังเพื่อนพูดนิ่งๆโดยไม่คิดจะพูดอะไรกลับไป ดวงตาคมกริบมองไปที่ต้นหนด้วยสายตาเรียบนิ่ง ในหัวเขาคิดอะไรอยู่ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลย
...เมื่อสองสามเดือนก่อน เป็นช่วงจังหวะที่ธาราติดป้ายประกาศรับเด็กช่างในร้านเพิ่ม และต้นหนก็เป็นหนึ่งในหลายๆคนที่เข้ามาสมัครงาน แต่สุดท้ายธาราก็เลือกรับต้นหนเข้าทำงาน เพราะเห็นว่าต้นหนท่าทางซื่อตรงหน่วยก้านใช้ได้ แม้จะจบแค่มอหกแต่ไม่ใช่ปัญหาขอเพียงมีความรู้ในเรื่องรถก็พอ
..นับจากที่ต้นหนเข้ามาทำงานที่ร้านวันแรกจนถึงวันนี้ก็เป็นที่น่าพอใจของธารามาก เพราะต้นหนไม่เคยมาทำงานสาย เวลาเริ่มงานแปดโมงครึ่ง แต่ต้นหนมาก่อนเวลาตลอด ระหว่างวันที่ทำงานก็ไม่เคยอู้งานหรืองีบหลับเลย แถมยังทำงานล่วงเวลาตลอด ดูขยันขันแข็งดี เรียกได้ว่าเรื่องการทำงานต้นหนไม่มีที่ให้ติเลย ต่างจากลูกน้องสองคนที่ทำงานอยู่กับเขามาตั้งแต่ช่วงที่เขาเริ่มเปิดร้านใหม่ๆ เขามักต้องกล่าวเตือนและดุด่าในเรื่องงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งลูกน้องทั้งสามคนของเขาอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปี แต่มีแค่ต้นหนคนเดียวที่ทำให้เขานับถือได้ในเรื่องของการทำงาน
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนมืดค่ำ เจมส์กับซันพอเลิกงานก็ขอตัวกลับ ส่วนคามินก็กลับไปสักพักใหญ่แล้ว ด้านต้นหนเมื่อเห็นว่าโอกาสเหมาะจึงเดินเข้าไปคุยกับเจ้านายอย่างธาราที่ยังนั่งดื่มเบียร์อยู่คนเดียว
"เฮียธา คือผมอยากจะขอเบิกเงินล่วงหน้าของเดือนนี้ก่อนได้ไหมครับ"
สิ้นคำพูดของลูกน้อง ธาราก็เงยหน้าขึ้นมามองทันทีโดยไม่ได้พูดหรือคิดจะถามอะไร ทว่ากลับมองด้วยสายตาคาดคั้นเพื่อให้ลูกน้องพูดเหตุผลออกมา จนต้นหนที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยพูดต่อ
"ผมรู้ครับว่าเฮียเพิ่งจ่ายเงินเดือนให้ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย แต่ผมจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆครับ เงินที่มีอยู่ผมกลัวว่าจะไม่พอใช้จนถึงสิ้นเดือน"
"....." ธารายังคงเงียบ ต้นหนเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยพูดต่อ
"ผมจะเอาเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านครับ เงินเดือนที่เฮียเพิ่งจ่ายให้ผมแบ่งให้น้องไปจ่ายค่าเทอมส่วนหนึ่งครับ ส่วนที่เหลือผมก็เก็บเอาไว้ใช้จ่าย ผมเลยต้องมาขอเบิกเงินล่วงหน้าไปจ่ายค่าเช่าบ้านครับ" ต้นหนพูดออกไปตรงๆด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ต่างจากใบหน้า
"เท่าไหร่" ธาราถามขึ้นนิ่งๆหลังจากที่เงียบอยู่นาน
"สี่พันครับ"
ธาราได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรต่อ แต่เลือกที่จะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองกดเข้าแอปธนาคารแล้วโอนเงินเข้าบัญชีของต้นหนหนึ่งหมื่น ก่อนจะเอ่ยพูดออกไป
"กูให้เป็นโบนัสที่มึงทำงานดี ไม่มีการหักเงินอะไรทั้งนั้น"
ต้นหนมองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่มียอดเงินเข้าบัญชีของเขาหนึ่งหมื่นบาท ร้อยยิ้มดีใจก็ฉายขึ้นบนใบหน้าทันที ก่อนจะรีบยกมือไหว้ขอบคุณเจ้านายยกใหญ่
"ขอบคุณนะครับเฮียธา ขอบคุณจริงๆครับ ผมสัญญาว่าผมจะตั้งใจทำงานให้เฮียอย่างเต็มที่เลยครับ"
"อือ" ธาราตอบรับอยู่ในลำคอด้วยท่าทีนิ่งๆ ดูสุขุมตามสไตล์เขา ก่อนต้นหนจะเอ่ยพูดต่อ
"น้องสาวผมต้องดีใจมากแน่ๆเลยครับที่วันนี้ผมได้โบนัสกลับบ้านด้วย"
"น้องสาว?" ธาราถึงกับพูดย้ำคำว่าน้องสาว เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเชิงเป็นคำถาม
"ใช่ครับ เฮียมีอะไรหรือเปล่าครับ" ท่าทางของเจ้านายทำให้ต้นหนอดที่จะถามไม่ได้ เพราะปกติเจ้านายของเขามักจะนิ่งกับทุกเรื่อง แต่ดันมีท่าทีสงสัยกับคำว่าน้องสาวเสียอย่างนั้น
"เปล่า" ธาราตอบแค่นั้น ก่อนสีหน้าจะกลับมาเรียบนิ่งเช่นเดิม คราแรกเขาคิดว่าน้องของต้นหนคือน้องชายเสียอีก เพราะเห็นต้นหนพูดถึงแต่น้องเฉยๆไม่เคยพูดว่าน้องสาวเลยสักคำ เขาจึงคิดเอาเองมาตลอดว่าน้องของต้นหนเป็นผู้ชาย แต่กระนั้นแม้จะรู้ว่าเป็นน้องสาว ธาราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะมันเป็นแค่เรื่องที่เขาเข้าใจผิดไปเองเท่านั้น
"งั้นผมกลับบ้านก่อนนะครับ"
"ไม่ดื่มสักหน่อย" ธาราเอ่ยชวนพลางเบนสายตาไปที่ขวดเบียร์ตรงหน้าก่อนจะเบนสายตากลับมามองลูกน้องต่อนิ่งๆ
"ไม่ดีกว่าครับ ผมจะรีบกลับไปหาน้อง" ต้นหนปฏิเสธอย่างสุภาพด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"มึงดูรักน้องมึงมากเลยนะ" ธาราพูดขึ้นลอยๆ ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นคำถาม พลางจิบเบียร์ไปด้วย ซึ่งตัวเขาเองไม่เข้าใจความรักในแบบพี่น้องหรอก เพราะเขาเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้องต้องให้รัก
"ใช่ครับ ผมรักน้องผมมาก พวกเรามีกันแค่สองคน ตั้งแต่พ่อแม่ผมเสียก็มีแค่น้องนี่แหละครับที่ทำให้ผมรู้ว่าผมมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อใคร อีกอย่างน้องผมเป็นเด็กดีเรียบร้อยมากครับ ผมไม่ต้องคอยมานั่งกังวลมานั่งห่วงว่าน้องจะมีเรื่องเกเรในโรงเรียนเลย ผมมีหน้าที่แค่ทำงานหาเงินเลี้ยงน้องอย่างเดียวครับ" ต้นหนพูดไปเรื่อยด้วยใบหน้ายิ้มๆอย่างคนมีความสุขเมื่อได้พูดถึงน้องสาวอันเป็นที่รัก ขณะที่ธาราได้แต่นั่งจิบเบียร์ฟังไปเงียบๆโดยไม่คิดจะพูดอะไร
"ผมว่าผมน่าจะพูดเยอะไปแล้ว งั้นผมไม่รบกวนเฮียแล้วครับ ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ"
สิ้นเสียงของลูกน้อง ธาราก็พยักหน้าให้ ต้นหนเห็นเช่นนั้นก็ก้มหัวให้เจ้านายเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังแล้วเดินไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดอยู่หน้าร้าน จากนั้นก็ขับรถกลับบ้านไปทันที ซึ่งระยะทางจากร้านไปยังบ้านก็ไม่ได้ไกลกันมากนัก ขับรถประมาณสิบห้านาทีก็ถึงแล้ว