ธาราวิศวะร้ายคลั่งรัก
ตกเย็นเมื่อถึงเวลาเลิกงานทุกคนก็มานั่งล้อมวงดื่มกัน โดยวันนี้ไม่มีใครทำโอทีหรือทำงานล่วงเวลาเพราะไม่มีงานเร่งด่วนอะไร ด้านต้นหนที่ในคราแรกเลิกงานก็กะจะพาน้องสาวกลับบ้าน แต่ก็โดนซันกับเจมส์รบเร้าให้อยู่ดื่มด้วยกันจนยากที่จะปฏิเสธ ต้นหนจึงนั่งดื่มกับทุกคน ขณะที่คนเป็นน้องสาวก็นั่งดื่มน้ำอัดลมและกินขนมไปพลางๆ
ขณะที่นั่งดื่มกันก็มีรถยนต์คันหรูสีน้ำเงินด้านที่คุ้นเคยขับเข้ามาจอดหน้าร้าน ก่อนชายหนุ่มร่างสูงสองคนจะลงจากรถเดินเข้ามาหาทุกคน
"มาครับเฮียคินเฮียมินนั่งๆ" ซันเอ่ยชวนสองหนุ่มเพื่อนของเจ้านายอย่างสนิทสนมเพราะรู้จักกันดีอยู่
"ตาลมานั่งข้างพี่มา" ต้นหนเอ่ยบอกน้องสาวเพราะเห็นว่าที่นั่งมีจำกัดจึงให้น้องสาวมานั่งข้างตัวเอง
เด็กสาวลุกขึ้นไปนั่งข้างพี่ชายทันที ด้านคามินพอเห็นที่ว่างจึงไปนั่งแทนที่เด็กสาวที่ลุกออกไป ด้านธาราเห็นโอกาสจึงไม่รอช้าลุกขึ้นไปนั่งข้างเด็กสาวอีกฝั่งทันทีพร้อมกับวางหมอนอิงลงบนขาเรียวเล็กของเธอ อคินที่ยังไม่มีที่นั่งจึงไปนั่งแทนที่ธาราที่ลุกออกไป
ลูกตาลสะดุ้งหันไปมองคนตัวโตที่มานั่งข้างเธออีกฝั่งทันที ก้นกลมมนจึงเขยิบไปทางพี่ชายอัตโนมัติ แต่กระนั้นแม้เธอจะเขยิบถอยห่างจากเขาแล้ว แต่ด้วยความที่โซฟามันไม่ได้ตัวใหญ่มาก ขนาดความกว้างนั่งได้สามคนพอดิบพอดี จึงทำให้ความห่างระหว่างเขากับเธอห่างกันแค่เพียงคืบเดียวเท่านั้น เด็กสาวจึงนั่งตัวเกร็งเพราะหากขยับนิดเดียวขาของเธอกับเขาก็คงจะเบียดเสียดกัน ความใกล้ชิดแบบนี้ทำเธอรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก มือบางสองข้างเกาะแขนของพี่ชายเอาไว้เพื่อความอุ่นใจ คนตัวโตที่ลอบมองเธออยู่ตลอดไม่คลาดสายตาก็กระตุกยิ้มบางๆอย่างนึกเอ็นดู
"กูสองคนกะจะมาชวนมึงดื่มพอดี นี่ถ้ากูสองคนไม่มาก็คงไม่รู้ว่ามึงนั่งแดกเบียร์อยู่ ไม่คิดจะโทรชวนเพื่อนเลยว่างั้น" อคินพูดขึ้นเชิงประชดเพื่อนอย่างธารา แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร
ธารานั่งฟังเพื่อนพูดนิ่งๆโดยไม่คิดจะพูดโต้ตอบอะไรกลับไป ยกขวดเบียร์กระดกดื่มอย่างไม่สนใจใครนอกจากเด็กสาวข้างกายที่มีผลต่อความรู้สึกเขามากเหลือเกิน
อคินเห็นเพื่อนนิ่งเฉยก็ไม่ได้สนใจอะไรเช่นกันเพราะเป็นปกติของธาราอยู่แล้วที่ไม่ค่อยพูดค่อยจา อคินจึงหยิบขวดเบียร์บนโต๊ะที่วางอยู่หลายขวดมาเปิดดื่มบ้าง
"ว่าแต่สาวน้อยคนนี้ใครวะไม่เคยเห็นหน้า เด็กมึงเหรอไอต้นหน" คามินถามขึ้นเพราะเห็นว่าเด็กสาวนั่งเกาะแขนตัวติดต้นหนอยู่ จึงพูดเดาๆออกไปว่าน่าจะเป็นแฟนต้นหน ทุกคนในที่นี้จึงมุ่งความสนใจไปที่เด็กสาวกับต้นหน
"ไม่ใช่ครับ นี่น้องสาวผมเอง ชื่อลูกตาล" ต้นหนรีบปฏิเสธและแนะนำน้องสาวไปในตัว
ด้านลูกตาลยกมือไหว้ชายหนุ่มทั้งสองคนที่เพิ่งมาใหม่ตามมารยาทโดยไม่ได้พูดอะไร คามินกับอคินจึงยกมือรับไหว้ทันที
"เรียนอยู่ชั้นอะไรแล้วล่ะเรา" อคินถามเด็กสาวอย่างนึกเอ็นดูเพราะเขาเองก็มีน้องสาวเหมือนกัน
"มอหกค่ะ" ลูกตาลตอบน้ำเสียงใส แต่ยังคงมีความประหม่าอยู่ไม่หาย จะไม่ให้เธอประหม่าได้ยังไงก็เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงนี้ อยากจะกลับบ้านแทบแย่แต่ก็อยากให้พี่ชายได้เข้าสังคมบ้าง เลยต้องทนนั่งอึดอัดต่อไป
"พี่ก็มีน้องสาวเหมือนกัน อยู่มอหกรุ่นเดียวกับเรานี่แหละ แต่รายนั้นดื้อมาก พูดอะไรไม่เคยจะเชื่อฟังหรอก" อคินพูดไปเรื่อยประหนึ่งบ่นไปในทีตามประสาคนเป็นพี่ชายที่มีน้องสาวดื้อรั้น ขณะที่ลูกตาลก็ได้แต่นั่งฟังไปยิ้มไป เนื่องจากไม่สนิทเลยไม่รู้จะพูดอะไร โดยมีดวงตาคมกริบของคนตัวโตข้างๆชำเลืองมองเธออยู่ตลอด เขารู้สึกหงุดหงิดในใจกับรอยยิ้มของเธอที่ยิ้มให้เพื่อนเขา ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับเรียบนิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไร
"น้องมึงอ่ะดื้อเกินเยียวยาเลยล่ะ" คามินพูดขึ้นก่อนจะยกขวดเบียร์กระดกดื่มน้ำเมาในขวดลงคอ
"กูรอให้มึงมาช่วยกำหลาบไง น้องกูจะได้หายดื้อสักที" อคินพูดแซวคามินด้วยใบหน้ายิ้มๆ เพราะเอแคลร์น้องสาวของเขาชอบคามินมาก ตามติดคามินแจ มีแต่คามินนี่แหละที่น้องสาวของเขายอมเชื่อฟัง
"กูไม่เอาด้วยหรอก ดื้อเกินไม่ไหวว่ะ" คามินพูดปัดไปอย่างไม่ต้องคิด จริงอยู่ที่เอแคลร์น้องสาวของอคินสวยและน่ารักมาก แต่นิสัยทั้งดื้อทั้งเอาแต่ใจ แถมยังทำตัวแก่แดดอีกต่างหาก ต่อให้สวยยังไงก็ไม่ไหวขอผ่าน
"หึ" อคินหัวเราะในลำคอเบาๆโดยไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะเรื่องแบบนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป ความรู้สึกของคนเราย่อมเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ตอนนี้คามินอาจจะไม่ชอบน้องสาวของเขา แต่นั่นมันก็เป็นแค่สิ่งที่ปากพูด ใครจะรู้ว่าข้างในคามินรู้สึกยังไงนอกจากตัวคามินเอง ความรู้สึกมันหลอกตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว