“ซุบซิบอะไรกัน ถ้าปากว่างกันมาก จะได้ให้ออกมาร้องเพลงเชียร์ให้เพื่อนทั้งคณะฟัง”
พัตเตอร์เอ็ดขึ้นด้วยสีหน้าดุดัน นักศึกษาสาวน้องใหม่ที่เอาแต่จ้องพวกเขาเมื่อครู่ จึงพากันก้มหน้างุดไม่กล้าสู้หน้า
และคนที่อยู่ทางปลายแถวอย่างไอติมก็ได้แต่ขมวดคิ้วเรียวทำหน้างอ นอกจากพัตเตอร์จะไม่ไปรับเธอมาด้วยกัน เพื่อนของเขาที่รับหน้าที่เป็นพี่ว้ากก็ยังทำหน้าดุ พูดเสียงแข็ง จะข่มขวัญให้น้อง ๆ กลัวกันหรือไง
จากนั้นก็เป็นการแนะนำตัวของพี่สันทนาการและพี่สตาร์ฟ ซึ่งก็มีทั้งรุ่นพี่ปีสามและปีสอง หลังแนะนำตัวเสร็จสิ้น พี่ว้ากก็ได้สั่งลงโทษคนมาสาย
“ที่พวกน้องถูกทำโทษ ก็เพื่อจะให้รู้ถึงความสำคัญของการตรงต่อเวลา ใครที่ปั่นจิ้งหรีดเสร็จแล้วก็กลับไปต่อแถวให้เป็นระเบียบ” มาร์คเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี ก่อนจะพูดต่อ
“น้อง ๆ รู้กันไหมครับว่า สัญลักษณ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์คืออะไร”
“เกียร์ครับ/ค่ะ”
บรรดาน้องใหม่เอ่ยตอบ ทว่าเสียงยังเบาไป ไรอันจึงตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม “คืออะไรครับ ตอบให้มันดัง ๆ”
“เกียร์ครับ/ค่ะ”
น้องใหม่ก็ตะโกนด้วยเสียงดังลั่นอย่างน่าพอใจ
“ใช่แล้วครับ สัญลักษณ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็คือฟันเฟือง หรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่าเกียร์นั่นเอง เอาล่ะครับ กิจกรรมต่อไปนี้จะยกหน้าที่ให้กับพี่สันทนาการเป็นคนรับช่วงต่อ” ไรอันเอ่ยปิดท้าย ก่อนจะส่งไมค์ให้กับอีฟเพื่อรับหน้าที่พาน้องปีหนึ่งทำกิจกรรม
“สวัสดีอีกครั้งนะคะน้อง ๆ กิจกรรมรับน้องที่จัดขึ้นในวันนี้ ก็มีจุดประสงค์เพื่อละลายพฤติกรรม เป็นการพบปะและทำความรู้จักรุ่นพี่และเพื่อนใหม่ อีกทั้งยังมีการตามหาพี่สายรหัส จบกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ พี่รหัสจะเป็นมอบสร้อยเกียร์และเสื้อชอป หวังว่าน้อง ๆ ทุกคนจะให้ความร่วมมือและสนุกไปกับการทำกิจกรรม และเพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเริ่มกันได้เลยค่ะ”
วันแรกจะเป็นกิจกรรมร้องเต้น จากนั้นก็จะให้น้องปีหนึ่งล่ารายชื่อของเพื่อนทั้งในสาขาเดียวกันและต่างสาขา และในช่วงบ่ายก็จะเป็นการจับกลุ่มสี่คนเพื่อทำกิจกรรม
หลังจบการเต้นประกอบเพลงเพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกสนุกสนานพร้อมกับเพื่อนใหม่ พวกรุ่นพี่ก็ให้พักประมาณสิบนาที ก่อนที่พี่สันทนาการจะประกาศให้นักศึกษาทุกคนมารวมตัวกันในห้องเชียร์ แล้วเริ่มกิจกรรมล่ารายชื่อเพื่อนในคณะ
นักศึกษาหลายร้อยชีวิตลุกเดินสวนกันไปมา เพื่อจดรายชื่อของเพื่อน ใครได้ครบห้าสิบคนก่อนก็สามารถไปพักกลางวันได้
ไอติมที่ได้รายชื่อครบแล้ว ก็เดินเข้ามาถามเชียร์ “มึงได้รายชื่อครบรึยัง”
“กูยังขาดอีกสองคน”
ขณะที่ไอติมและเชียร์กำลังพูดคุยกัน ก็มีเพื่อนใหม่สองคนเดินเข้ามาหา
“พวกเธอเรียนวิศวฯ คอมใช่ปะ”
“อืม” ไอติมส่งเสียงในลำคอพร้อมกับพยักหน้า
“ฉันชื่อเอสเธอร์ ตอนปฐมนิเทศเมื่อวาน ฉันจำพวกเธอสองคนได้”
“ฉันชื่อแสนดี พวกเราอยู่สาขาเดียวกัน”
“ดีจังที่ได้เจอเพื่อนผู้หญิงในสาขา ฉันชื่อเชียร์นะ”
“ฉันชื่อไอติม ยินดีที่ได้รู้จัก” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง
“ฉัน ๆ เธอ ๆ อยู่นั่นแหละ ไอติมมันชอบพูดกูมึง พวกเธอสองคนโอเคกันรึเปล่า” เชียร์ฟังแล้วก็รู้สึกระคายหู ไหน ๆ ก็เรียนสาขาเดียวกันแล้ว ก็ใช้ถ้อยคำที่เป็นกันเองกว่านี้น่าจะสนิทกันไวกว่า
เอสเธอร์เอ่ยตอบอย่างไม่ลังเล “โอเคดิ อยู่มัธยมกูก็พูดกับเพื่อนแบบนี้แหละ ไม่คิดว่าจะมาเจอเพื่อนที่คุยกันถูกคอ”
“กูก็โอเค” แสนดีก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่า พวกเธอทั้งสี่คนน่าจะเป็นเพื่อนกันได้
“มีใครยังล่ารายชื่อไม่ครบบ้าง” ไอติมเอ่ยถามถึงเรื่องที่ควรให้ความสนใจก่อน
“ครบแล้ว” สามคนนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“งั้นก็เอารายชื่อไปส่งกันเถอะ พวกเราจะได้ไปพัก”
คราแรกเชียร์ขาดไปสองคน พอเติมชื่อเอสเธอร์กับแสนดีลงไปก็ครบพอดี สองคนนั้นก็เช่นเดียวกัน หลังจากเอารายชื่อไปส่ง พวกเธอก็เข้าไปรับน้ำและอาหารกลางวัน ก่อนจะไปหาที่นั่งในโรงอาหาร
สี่สาวหยิบโทรศัพท์ออกมาแอดเฟรนด์ในเฟซบุ๊กของกันและกัน ก่อนจะพูดคุยทำความรู้จัก และคุยถึงเรื่องทั่วไปตามประสาผู้หญิง
ใกล้ถึงเวลาเข้าร่วมกิจกรรมในรอบบ่าย สี่สาวจึงพากันเข้าไปหาที่นั่งในห้องเชียร์ บ่ายโมงตรงพี่สันทนาการก็ออกมาประกาศกิจกรรม
“กิจกรรมในช่วงบ่ายจะเป็นการต่อจิ๊กซอว์สองร้อยชิ้น เพื่อฝึกสมาธิและการทำงานร่วมกับผู้อื่น พี่จะให้เวลาน้อง ๆ สองชั่วโมงครึ่ง สี่กลุ่มแรกที่เสร็จทันเวลาจะได้รับของรางวัลจากพี่ว้ากทั้งสี่คน ส่วนคนที่ทำไม่ทันก็ต้องอยู่ต่อจนกว่าจะเสร็จ พวกพี่ถึงจะปล่อยให้กลับไปพัก เข้าใจกติกากันแล้วใช่ไหมคะ”
“ค่ะ/ครับ”
“งั้นเริ่มกันได้เลยค่ะ”
นักศึกษาที่แบ่งกลุ่มเรียบร้อยก็ได้ส่งตัวแทนออกไปรับจิ๊กซอว์ ก่อนจะมานั่งล้อมวงช่วยกันหยิบตัวต่อกระดาษคนละไม้คนละมือ ทว่าเวลาผ่านไปได้ไม่นาน ก็มีหนุ่มนักศึกษาหน้าตาดีเดินเข้ามาหากลุ่มของไอติม แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพ
“ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ พอดีเป็นตัวเศษ ยังไม่มีกลุ่ม”
ไอติมเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง
“อื้ม นั่งด้วยกันสิ”
“เราชื่อหมอกนะ วิศวฯ คอม”
“ไม่น่าเชื่อว่าพวกเราจะเจอแต่คนที่อยู่สาขาเดียวกัน” เชียร์เอ่ยขึ้นขณะมองใบหน้าของทุกคนสลับกัน รวมถึงคนที่มาใหม่
“เราชื่อเชียร์ นี่ไอติม เอสเธอร์ แสนดี”
สาว ๆ ในกลุ่มคลี่ยิ้มให้หมอก ก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันต่อจิ๊กซอว์ เพราะอยากทำให้เสร็จโดยเร็ว จะได้กลับไปพักสักที
ส่วนพวกรุ่นพี่นั่งอยู่ที่โต๊ะข้างผนัง ก็ได้เฝ้ามองพวกน้องใหม่และหาอะไรทำแก้เบื่อ บางคนก็จับกลุ่มพูดคุยกัน บางคนก็หยิบโทรศัพท์ออกมานั่งเล่นเกมฆ่าเวลา
“มึงดูไอ้หมอกดิ นั่งใกล้น้องไอติมจนหน้าแทบจะติดกันอยู่ละ กูเห็นนะว่ามันแอบมองอยู่บ่อย ๆ” ไรอันเอ่ยขึ้นตามภาพที่เห็น
“ไม่ห่วงน้องมึงบ้างเลยเหรอวะ นี่ยังไม่ทันเปิดเทอมก็มีหนุ่ม ๆ มาเกาะแกะแล้วนะเว้ย” มาร์คก็รีบพูดเสริม มองด้วยสายตาผู้ชายด้วยกันยังดูออกว่า ไอ้คนที่ชื่อหมอกน่าจะคิดไม่ซื่อกับไอติม
“กูเชื่อเลยไอ้สัส โคตรนิ่งมาก” เจย์ส่ายหน้าพลางถอนหายใจที่เพื่อนของเขาเอาแต่ยืนนิ่ง
ซึ่งคนเป็นพี่อย่างพัตเตอร์เอาแต่จ้องมองเงียบ ๆ ไม่ได้แสดงความคิดเห็น ทว่าคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างไม่ชอบใจ ทำไมถึงไม่รู้จักเว้นระยะห่างกับเพศตรงข้ามเสียบ้าง ต้องให้เขาคอยเตือนอีกกี่ครั้ง ถึงจะยอมรับฟังและระวังตัวมากกว่านี้