หลังจากฝากท้องที่ร้านโจ๊ก รถสปอร์ตคันหรูก็มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งวันนี้มีกิจกรรมเปิดบ้านวิศวะ เพื่อให้นักเรียนที่สนใจเข้าศึกษาต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ในอนาคต ได้เข้ามาเยี่ยมชมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น แต่ไม่คิดว่าไอติมจะสนใจกิจกรรมนี้ จนถึงขั้นออกจากบ้านมาตามลำพัง
“สวัสดี มหา’ ลัยในฝัน”
ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับมองแผ่นป้ายขนาดใหญ่หน้ามหาวิทยาลัยขณะรถขับผ่าน พอรถจอดสนิทและทั้งสองก้าวลงไปยืนด้านนอก ไอติมก็กระชับสายกระเป๋าผ้าที่ห้อยอยู่บนบ่า ก้าวไปตามทางเดินในสถานศึกษาขนาดใหญ่
และด้านหน้าก็คือตึกของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เท้าคู่เล็กที่สวมใส่รองเท้านักเรียนหยุดชะงัก ดวงตากลมโตจ้องมองตึกสูงด้วยความตื่นเต้น
“ตัวเองเรียนที่ตึกนี้เหรอ”
“อืม แล้วก็อย่าเรียกแบบนี้ให้คนอื่นได้ยินล่ะ ให้เรียกว่าพี่พัตเตอร์”
หนุ่มหล่อเอ่ยปรามอย่างไม่เห็นด้วยที่ไอติมพูดคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงอ้อน อีกทั้งยังเรียกตัวเองคล้ายกับคนเป็นแฟนกัน
“ก็ได้ค่ะ เค้าจะเว้นให้ตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นนะ คิกคิก”
พัตเตอร์ถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบา ๆ อย่างไม่ถือสาในความทะเล้น เพราะคิดว่าไอติมคงแค่ล้อเล่น มือหนายกขึ้นวางบนศีรษะของเธอโยกอย่างเบามือ
“รีบไปลงชื่อได้แล้วยัยเตี้ย”
“อ้อ ลืมเลย แล้วหอประชุมไปทางไหนคะ”
“ตามพี่มา”
พัตเตอร์พาคนตัวเล็กไปลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรม โดยบรรดานักเรียนชายหญิงที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้า ต่างมาเข้าแถวลงชื่อกันอย่างเนืองแน่น ตลอดทั้งวันมีกิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและทดลองปฏิบัติ เสร็จสิ้นภายในเวลาสิบหกนาฬิกา
แม้งานนี้จะจัดขึ้นวันเสาร์ ทว่าเขาก็ได้ถูกอาจารย์ขอให้มาช่วยพร้อมกับเพื่อน ๆ และรุ่นพี่อีกหลายคน
กิจกรรมดำเนินไปจนเสร็จสิ้น พัตเตอร์ก็ขอตัวกลับก่อนจนเพื่อน ๆ นึกสงสัย
เขาไปยืนรอไอติมด้านหน้าหอประชุม และพากันเดินไปยังลานจอดรถ
“ตอนเที่ยงว่าจะมากินข้าวกับตัวเอง แต่เพื่อนใหม่เค้าชวนนั่งกินข้าวด้วยกัน ก็เลยไม่ได้ไปหา”
อีกฝ่ายก็แค่รับฟัง ก่อนที่พัตเตอร์จะเอ่ยถามเรื่องอื่น
“ขึ้นรถกลับเหมือนเดิม หรือว่ามีคนมารับ”
“ถ้าไม่มีคนมารับ เค้าขอไปนอนกับตัวเองได้ปะ”
“เฮ้ย ไม่ได้ดิ ปกติชอบพูดแบบนี้กับคนอื่นบ่อยหรือไง พูดจนชินปากเลยนะไอติม”
“เค้าไม่เคยพูดกับใครเลย คำพูดแบบนี้ก็ต้องเอาไว้พูดกับคนพิเศษสิคะ”
“หึ ขี้อ่อยนะเรา อย่าลืมล่ะว่าเราเป็นพี่น้องกัน เธอควรจะทำตัวใสซื่อ รอคนนิสัยดีเข้ามาจีบดีกว่า แล้วสรุปเย็นนี้จะกลับยังไง”
ไอติมที่นั่งอยู่ในรถสปอร์ตคันหรู ใบหน้าเจื่อนลงพลางถอนหายใจเล็กน้อย เมื่อถูกอีกฝ่ายพูดคล้ายกับกันท่าไม่ให้เธอคิดไปไกลเกินกว่าพี่น้อง
“รบกวนพี่พัตเตอร์ไปส่งที่สถานีขนส่งด้วยนะคะ รถออกใกล้ ๆ ห้าโมง กว่าจะกลับถึงบ้านก็คงค่ำ ๆ”
“ค่าตั๋วเท่าไหร่ เดี๋ยวพี่โอนคืนให้”
“หมายถึง…” คิ้วเรียวย่นเข้าหากันอย่างสงสัย เธอหันมาจ้องใบหน้าหล่อของหนุ่มรุ่นพี่เพราะแอบคิดว่าเขาต้องขอไปส่งแน่ ๆ
“ไม่ต้องนั่งรถกลับแล้ว อันตราย เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้าน”
“ไปส่งจริงอะ ขอบคุณนะคะพี่พัตเตอร์สุดหล่อและแสนดีที่สุดในสามโลก ไม่มีใครน่ารักเท่าตัวเองเลย”
“หึ พอเลย จะชมก็อย่าให้มันเวอร์”
พัตเตอร์พยายามข่มกลั้นรอยยิ้มเมื่อถูกคนตัวเล็กชมจนแทบตัวลอยติดกับหลังคารถ ปกติเสือยิ้มยากอย่างเขาไม่เคยมีปฏิกิริยาแบบนี้กับใครมาก่อน ทว่าหญิงสาวที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีกลับทำให้เขาอมยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
ตลอดทางหนึ่งร้อยกว่ากิโลเมตรในรถมีเสียงเพลงเปิดคลอและเสียงของไอติมที่เป็นฝ่ายชวนพัตเตอร์คุย จนกระทั่งรถสปอร์ตคันหรูจอดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่
“ค่าตั๋วไม่ต้องคืนนะคะ ถือว่าเป็นคำขอบคุณที่พี่มาส่ง แล้วนี่จะเข้าบ้านด้วยกันก่อนไหม พ่อกับแม่คงจะดีใจที่พี่แวะมา”
“เอาไว้วันหลังนะ พอดีคืนนี้พี่มีนัด”
“ตัวเองนัดกับใครเหรอ” เธอเผลอละลาบละล้วง แต่คนมันอยากรู้จริง ๆ จนอดไม่ได้
“เพื่อน ถามมากน่ะยัยเตี้ย เข้าบ้านไปได้แล้ว”
“บูลลีเค้าอีกแล้วนะ ถึงจะเตี้ย แต่ตอนนอนก็เท่ากันหมดแหละ ไม่เชื่อลองนอนด้วยกันปะล่ะ”
“ไอติม” เขาทำหน้าดุ และครั้งนี้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะโกรธที่เธอใช้คำพูดเกินเด็กไปจริง ๆ
“ไม่ล้อเล่นแล้วก็ได้ค่ะ ขับรถกลับดี ๆ นะ”
“อือ” เขาส่งเสียงในลำคอ ก่อนจะเอ่ย “ฝากสวัสดีทั้งสองท่านด้วยนะ เอาไว้มีโอกาสพี่จะแวะเข้ามาเยี่ยม”
ไอติมพยักหน้าลงด้วยความรู้สึกใจหาย มือเล็กยกขึ้นโบกไปมาเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ
ไม่เจอกันมาหลายปี พอมีโอกาสก็ได้อยู่ด้วยกันแค่ไม่นาน เพราะตลอดทั้งวันที่เธอทำกิจกรรมก็ไม่ได้เข้าไปหาเขาอีกเลยจนกระทั่งเย็น จากนี้ก็คงอีกหลายเดือนถึงจะได้พบกันใหม่