ตอนที่ 2 ห่วงเที่ยวหรือห่วงเธอ

1318 Words
เวลา 20.15 น. สี่หนุ่มสุดฮอตของคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็มาอยู่พร้อมหน้ากันที่โซนวีไอพีของผับแห่งหนึ่ง ข้างกายของแต่ละคนมีหญิงสาวที่พวกเขาชวนมาเที่ยวด้วยกัน โต๊ะด้านหน้ามีขวดเหล้า น้ำแข็ง โซดา และกับแกล้มตั้งวางเต็มพื้นที่ สาวสวยข้างกายก็คอยเติมเหล้าเมื่อดื่มหมดแก้ว “ไอ้เตอร์ ตอนเย็นกูเห็นมีเด็กนั่งรถไปกับมึง เธอเป็นใครวะ” มาร์ค หนึ่งในเพื่อนสนิทของพัตเตอร์เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ “หรือว่ามึงเปลี่ยนไปแอ๊วเด็กต่ำกว่าสิบแปด” ไรอันจ้องหน้าพัตเตอร์รอฟังคำตอบ “ถ้ามันจริง ขาอีกข้างของมึงไปอยู่ในคุกแล้วนะเว้ย” เจย์พูดเสริม “แต่ละตัว มองกูดี ๆ กันทั้งนั้น” พัตเตอร์ส่ายหน้า พลางหยิบแก้วเหล้ามากระดกน้ำสีอำพันลงคอไปหลายอึก พลันทำให้เพื่อนทั้งสามที่รอฟังลุ้นไปตาม ๆ กัน ไรอันอดใจไม่ได้ เอ่ยถาม “มึงก็ตอบมาดิวะ จะว่าน้องสาวก็ไม่น่าใช่ พ่อกับแม่มึงมีแค่ลูกแฝด” พัตเตอร์มีพี่น้องฝาแฝดเป็นผู้หญิง ชื่อว่ามายู เรียนอยู่ปี 2 คณะบริหารธุรกิจ พวกเขาจึงเดาว่าไม่น่าจะใช่ญาติพี่น้องกัน “นั่นน้องกูเอง แต่ว่าเป็นลูกของเพื่อนแม่” “ลูกของเพื่อนแม่ ก็ไม่ได้เป็นน้องจริง ๆ ดิวะ แบบนี้กูก็เครมได้ดิ” ไรอันพูดหยอก พลางรอดูปฏิกิริยาของพัตเตอร์ว่ามีสีหน้าเช่นไร “เครมบ้านป้ามึงดิ แม่ของพวกกูสนิทกัน ไอติมก็เหมือนน้องของกูคนหนึ่ง พวกมึงห้ามคิดเกินเลยเด็ดขาด” “แหย่นิดแหย่หน่อยไม่ได้เลยนะมึง ไหนบอกแค่น้อง พูดแค่นี้ทำเป็นหวง” ไรอันพูดสวน “ไม่ได้หวง แต่น้องมันยังเด็ก ปล่อยให้ไปมีอนาคตที่ดีจะดีกว่า สรุปพวกมึงจะแดกไหมเหล้าอะ ถ้าไม่แดกกูจะได้กลับ” “แดกดิวะ มา ๆ ชน…” “น้องมะปราง เอาใจไอ้เตอร์มันหน่อยนะครับ วันนี้เมนส์มันท่าจะมา เลยอารมณ์ไม่ค่อยดี” มาร์คบอกกับสาวสวยในชุดวาบหวิว ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นน้องที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพียงแค่ต่างกันที่คณะ “พี่พัตเตอร์ มะปรางดื่มเป็นเพื่อนนะคะ” มะปรางเลื่อนแก้วไปชนกับแก้วเหล้าในมือของพัตเตอร์ พลางส่งสายตาเย้ายวน จ้องเข้าไปในดวงตาคมด้วยความหลงใหล และชอบหนุ่มหล่อคนนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คืนนี้ดันโชคดีที่เพื่อนของเขาชวนเธอมานั่งดื่มด้วย ในขณะที่แต่ละคนกำลังดื่มกันอย่างสนุก สาวสวยก็พากันลุกเต้นประกอบจังหวะเบสมัน ๆ โทรศัพท์ของพัตเตอร์ก็สั่นระรัวในกระเป๋ากางเกงจนรู้สึกได้ มือหนาล้วงโทรศัพท์ออกมาดู พบว่าคนที่โทรเข้ามาคือหญิงสาวที่เขาขับรถไปส่งถึงบ้านเมื่อหัวค่ำ จึงออกไปรับสายที่ห้องน้ำ “ยังไม่นอนอีกเหรอ” (ยังเที่ยวอยู่เหรอคะ) “อือ มีอะไร ถึงได้โทรมาดึก ๆ” (ตัวเองคุยสายเป็นเพื่อนเค้าหน่อยสิ เค้านอนไม่หลับ) “ไปทำอะไรมาถึงนอนไม่หลับ หรือว่ากินกาแฟ” (เปล่า คือเพื่อนเค้าชวนดูหนังผี แล้วมันน่ากลัวมาก ภาพติดตาจนเค้าไม่กล้านอน นึกขึ้นได้ว่ามีเบอร์ตัวเอง ก็เลยโทรหา) “เฮ้อ ยัยเตี้ยเอ๊ย ถ้ากลัวแล้วทำไมไม่ปฏิเสธเพื่อนไปล่ะ ลำบากพี่อีกละ” (เค้ารบกวนตัวเองใช่ไหม ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร คืนนี้คงต้องเปิดไฟและหาอะไรดูเพื่อให้ลืมภาพพวกนั้น เดี๋ยวถ้าง่วงมาก ๆ ก็คงจะนอนได้เอง ตัวเองเที่ยวกับเพื่อนต่อเถอะ) ไม่คิดว่าโตแล้วจะพูดเก่งขนาดนี้ พลันทำให้เขารู้สึกเอ็นดู และหักห้ามความอยากไม่ไปต่อกับสาวรุ่นน้องที่ชื่อมะปราง ซึ่งกะว่าจะเปิดห้องอยู่ด้วยกันสักชั่วโมงตามประสาผู้ชายโสด “รอสักยี่สิบนาทีได้ไหม กลับถึงห้องแล้วจะโทรหา” (เค้าไม่ได้รบกวนจริง ๆ ใช่ไหม ตัวเองคงกำลังสนุกกับเพื่อน ๆ อยู่แน่เลย) “ไม่หรอก กำลังจะกลับอยู่พอดี” (งั้นเค้าจะรอรับสายนะ ขับรถกลับดี ๆ นะคะ) “อือ” พัตเตอร์วางสายจากคนตัวเล็กที่โทรมาอ้อนเหมือนเด็กเพราะนอนไม่หลับ ก่อนจะกลับเข้าไปหาเพื่อน ย่อตัวลงนั่งโซฟาตัวเดิม “กูกลับก่อนนะ” “เฮ้ย จะรีบไปไหนวะ” “นั่นดิ นี่มันเพิ่งจะสี่ทุ่มเอง” “แม่งแปลกว่ะ” “กูมีธุระด่วน เอาไว้วันหลังค่อยนัดกันใหม่” พัตเตอร์หยิบแก้วเหล้าที่มะปรางเพิ่งจะชงให้ยื่นออกไปชนแก้วของทุกคน ก่อนจะกระดกดื่มจนหมดแก้ว แล้วลุกออกไปทันที กลับไปถึงเพนต์เฮาส์สุดหรูบนยอดตึกสูงระฟ้า พัตเตอร์เอนกายนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะต่อสายไปหาคนตัวเล็กที่ไม่รู้ว่าป่านนี้จะนอนคลุมโปงอยู่ในผ้าห่มเพราะกลัวผีอยู่หรือเปล่า (นึกว่าจะลืมเค้าซะแล้ว) “ยังไม่ง่วงอีกเหรอ” (เค้าก็รอรับสายของตัวเองไง อ้อ เค้าแอดเพื่อนในเฟซบุ๊กไปแล้วนะ เราเปลี่ยนไปคุยกันทางนั้นไหม) “หึ เตรียมตัวมาดีเชียวนะ” (คุยกันทางนั้นจะได้ไม่เปลืองตังไง) “กะจะคุยกับพี่ทั้งคืนหรือไง” ยังไม่ทันได้รับคำตอบ ไอติมก็กดวางสายไปเสียก่อน เปลี่ยนเป็นวิดีโอคอลแบบเห็นหน้าเข้ามาแทน (ก็ถ้าไม่รบกวนแล้วตัวเองอยู่ไหว จะคุยกันทั้งคืนเค้าก็ไม่ติด คิกคิก) “ถ้านอนไม่ได้ ก็ขอให้คุณอามานอนเป็นเพื่อนสักคืนสิ” (โตจนป่านนี้แล้ว ใครจะยังนอนกับพ่อกับแม่อยู่อีกล่ะ เค้าก็ต้องนอนกับแฟนสิ) “แก่แดดอีกแล้วนะไอติม” (โอ๋ อย่างอนเค้าเลย เรื่องแบบนี้เค้าพูดกับตัวเองคนเดียว) “แน่ใจว่าไม่เคยพูดแบบนี้กับผู้ชายคนอื่น” (สาบานให้ฟ้าผ่าเลย) พัตเตอร์ถอนหายใจ ในเมื่อห้ามไม่ได้ แล้วเธอก็บอกเองว่าพูดกับเขาแค่คนเดียว จึงไม่ได้บ่นให้เป็นเรื่องใหญ่ “พูดกับพี่ไม่เป็นไร แต่ต่อหน้าคนอื่นต้องระวังคำพูดด้วยล่ะ” (รับทราบครับ) เธอเอ่ยเสียงหวาน คลี่ยิ้มจนตาหยี ทั้งสองคุยกันจนเกือบถึงเที่ยงคืน เห็นว่าพัตเตอร์หาวไปหลายครั้ง ไอติมจึงปล่อยให้อีกฝ่ายพักผ่อน ซึ่งเธอก็คงนอนฝันหวานเช่นกันที่ได้คุยกันก่อนนอน (ขอบคุณนะที่คุยเป็นเพื่อนจนดึก) “เราก็รีบเข้านอนได้แล้ว เชื่อพี่นะว่าไม่มีอะไรหรอก” (ได้คุยกับตัวเองเค้าก็สบายใจแล้ว คืนนี้คงเปลี่ยนจากฝันเห็นผี เป็นฝันเห็นตัวเองแทน ยังไงก็ฝันดีนะคะ) “อือ ฝันดี” หลังจากวางสายไอติมก็กรี๊ดแบบไม่มีเสียง หยิบหมอนมากอดเอาไว้แน่นด้วยความอิ่มเอมใจ เรื่องดูหนังผีกับเพื่อนน่ะเรื่องจริง แต่ไม่ได้น่ากลัวจนนอนไม่ได้ แค่อยากลองหยั่งเชิงว่าเขาจะห่วงเที่ยว หรือเป็นห่วงเธอมากกว่า ทว่าอีกฝ่ายกลับเลือกที่จะกลับเพนต์เฮาส์เพื่อมาคุยสายเป็นเพื่อน ไม่รู้ว่าเป็นการเข้าข้างตัวเองไหม ก็อาจจะใช่ ขอคิดในแง่ดีไว้ก่อน และการได้คุยกันหนึ่งชั่วโมงกว่า ทำให้ไอติมรู้สึกดีมาก หวังว่าอีกฝ่ายจะยังโสดไปจนกว่าเธอจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD