เข้าสู่ภาคเรียนที่สอง เป็นช่วงที่ไอติมจะต้องยื่นใบสมัครเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งสถานศึกษาที่เธอสนใจและก็เป็นที่เดียวกับที่พัตเตอร์เรียนอยู่นั้น เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ไม่ได้เข้าร่วมการสอบโดยใช้ข้อสอบกลาง หรือที่เรียกว่า TCAS แต่เป็นการรับตรง โดยมีการสอบภายในซึ่งมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเอง รวมถึงดูผลเกรดเฉลี่ยตลอดห้าภาคเรียนที่ผ่านมา
เมื่อถึงวันสอบไอติมก็ตื่นนอนแต่เช้า ลุกไปอาบน้ำแต่งชุดนักเรียนพอดีตัว มัดผมหางม้า ผูกโบว์สีขาว หลังจากลงมากินข้าวต้มกุ้งที่ผู้เป็นแม่เตรียมเอาไว้ให้ พ่อของเธอก็ออกมาส่งขึ้นรถโดยสาร
“สู้ ๆ นะไอติม พ่อขอให้หนูสอบติดเหมือนที่ตั้งใจ”
“ขอบคุณมากค่ะพ่อ หนูไปก่อนนะคะ”
น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยตอบผู้เป็นพ่อ ใบหน้าคลี่ยิ้มสดใส ระหว่างนั่งรถเป็นระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรเพื่อเดินทางเข้าตัวเมือง เธอก็พลันรู้สึกประหม่าเล็กน้อย พอไปถึงสถานีขนส่งผู้โดยสาร พัตเตอร์ก็เป็นคนมารอรับ
ไอติมก้าวลงจากรถโดยสารก็รีบเดินเข้าไปหา มือของเธอเย็นเฉียบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยคราบเหงื่อ
“ตัวเอง เค้าตื่นเต้นมาก”
“ยังไงก็สอบผ่าน ไม่ต้องคิดมาก แล้วนี่กินข้าวมารึยัง”
“กินมาแล้วค่ะ เช้านี้แม่ทำข้าวต้มกุ้ง อ้อ เค้าเอามาฝากตัวเองด้วยนะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มหวาน พลางยกกระเป๋าผ้าที่ด้านในมีกล่องใส่อาหารแบบเก็บความร้อนในมือขึ้น
ทั้งสองพากันเข้าไปนั่งในรถสปอร์ตคันหรู พัตเตอร์ก็สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย
ไปถึงลานจอดรถเขาก็หยิบกล่องอาหารที่ไอติมเตรียมมาจากบ้าน ลงจากรถก็เดินนำคนตัวเล็กไปนั่งม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ ก่อนจะเปิดฝาออกแล้วใช้ช้อนตักข้าวต้มกุ้งเข้าปาก
“อร่อยไหม”
“อืม คุณอาทำอาหารอร่อยทุกอย่าง ฝากขอบคุณท่านด้วย”
“โอเค เค้าจะบอกว่าตัวเองชอบอาหารฝีมือแม่มาก”
หนุ่มหล่อที่อยู่ในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืดสีดำ สวมทับด้วยเสื้อชอปสีเลือดหมูกระตุกยิ้มมุมปากให้กับความขี้อ้อนและเอาอกเอาใจผู้อื่นของไอติม
เด็กน่ารักขนาดนี้ถ้าใครได้เป็นแฟนก็คงโชคดี ทว่าคงไม่ใช่เขาแน่นอน
นั่งได้ไม่นานเพื่อนของเขาทั้งสามคนก็พากันเดินเข้ามาหาอย่างพร้อมเพรียง แล้วหย่อนก้นลงตรงม้านั่งที่ยังว่างอยู่ ก่อนจะพากันตั้งคำถาม
“ไอ้เตอร์นี่ใครวะ”
“น้องชื่ออะไรครับ ทำไมน่ารักจัง”
“เป็นแฟนพัตเตอร์เหรอครับ”
ไอติมคลี่ยิ้ม ดวงตากลมจ้องมองหนุ่มหล่อทั้งสามคนอย่างนึกสงสัยว่าพวกเขาเป็นใคร ก่อนจะเบี่ยงสายตามองคนที่นั่งม้านั่งข้าง ๆ เธอ
“พวกมันเป็นเพื่อนของพี่เอง ไอ้นี่ชื่อเจย์ คนกลางชื่อมาร์ค ส่วนไอ้นี่ชื่อไรอัน” เขาเอ่ยกับคนตัวเล็ก ก่อนจะหันไปหาเพื่อน “นี่ไอติม น้องสาวกูเอง”
“สวัสดีค่ะพี่ ๆ” หญิงสาวเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง
“น้องไอติมนี่เอง แค่ชื่อก็ทำให้พี่ใจละลาย” ไรอันเอ่ยแซว พลางส่งสายตาแพรวพราวจ้องหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ด้วยกัน
“ไอ้ไรอัน” เสียงดุของพัตเตอร์ดังขึ้นทันที พร้อมทั้งทำหน้าเข้ม คิ้วขมวดเป็นปม
“กูก็แค่แซวเล่นน่ะเพื่อน ทำเป็นหวงไปได้”
“อย่าถือสามันเลยนะครับน้องไอติม ไอ้นี่มันก็ชอบแซวผู้หญิงไปทั่ว ไม่มีอะไรหรอก” เจย์พูดเสริม
“พวกพี่เป็นกันเอง น้องไม่ต้องกลัว” มาร์คเอ่ย
ไอติมคลี่ยิ้มไม่ได้ตอบกลับอะไร ทว่ากลับได้ยินเสียงพ่นลมหายใจของคนที่นั่งข้าง ๆ คล้ายกับไม่ชอบใจที่เพื่อนของเขาพูดเล่นกับเธอ ก่อนจะทำทีไม่สนใจตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากต่อ
“อร่อยไหมวะ” เจย์เอ่ยถามเพื่อน
“อือ” พัตเตอร์ส่งเสียงแข็งในลำคออย่างขอไปที
“น้องไอติมเป็นคนทำมาให้มันเหรอครับ ปกติไอ้เตอร์จะไม่รับอาหารของใคร เพราะกลัวพวกสาว ๆ ใส่ยาเสน่ห์” ไรอันเอ่ยถามคนตัวเล็ก
“แม่ให้เอามาให้พี่พัตเตอร์น่ะค่ะ ถ้ารู้ว่าจะได้เจอกับพวกพี่ ๆ จะได้นำมาเผื่อด้วย”
“น่าตาดี แถมยังมีน้ำใจอีกต่างหาก ถ้าเข้ามหา’ ลัย รับรองมีคนต่อแถวตามจีบแน่ ๆ”
“คิกคิก ไม่ขนาดนั้นมั้งคะ”
“มาเรียน ไม่ได้มาหาแฟน พวกมึงก็อย่าชี้โพลงให้กระรอกให้มันมาก น้องมันยังเด็ก” พัตเตอร์รีบปรามไรอันทันทีที่พูดไม่คิด
“ก็กระรอกน้อยตัวนี้น่ารักนี่หว่า แต่ว่าพี่ชายโหดขนาดนี้ พวกกูไม่กล้ายุ่งด้วยหรอก แต่มึงก็ระวังคนอื่นเอาไว้ให้ดีล่ะ หึหึ”
ไรอันโต้กลับเพื่อน ก่อนจะย้ำเตือนว่าถ้าปล่อยผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก และยังอัธยาศัยดีแบบนี้ไป ต้องมีคนมาจีบตัดหน้าแน่นอน
พัตเตอร์กินข้าวต้มกุ้งไปเพียงแค่ครึ่งเดียว ก็หยิบฝากล่องมาปิดเอาไว้ก่อนจะนำใส่ในกระเป๋าผ้าไว้ดังเดิม
“น้ำค่ะ”
ไอติมเห็นว่าอีกฝ่ายกินอิ่มแล้ว จึงหยิบขวดน้ำในช่องด้านข้างของกระเป๋าสะพายหลังยื่นให้เขา พัตเตอร์ยื่นมือออกมารับแล้วดื่มไปหลายอึก ก่อนจะปิดฝาขวดแล้วถือเอาไว้ในมือ
“เราไปกันเถอะ”
“ค่ะ”
พัตเตอร์และไอติมลุกออกจากม้าหินอ่อน เพราะเธอต้องไปลงทะเบียนเข้าห้องสอบในเวลาเก้าโมงตรง เพื่อนของเขาก็ลุกเดินตามกันมาติด ๆ
“น้องไอติมสอบเข้าคณะไหนเหรอครับ” เจย์เอ่ยถาม
“วิศวะค่ะ สาขาเดียวกับพวกพี่ ๆ”
“ปีนี้สาขาของเราคงจะคึกคักที่มีสาวสวยมาเพิ่ม”
“คงสวยสู้คนอื่นไม่ได้มั้งคะพี่มาร์ค”
“ยินดีต้อนรับล่วงหน้าเลยนะครับน้องไอติม”
“ขอบคุณค่ะพี่ไรอัน”
ไอติมเอ่ยตอบทุกคนโดยไม่ได้รู้สึกรำคาญใจ ทว่าคนที่น่าจะเป็นอย่างนั้น คือคนที่เอาแต่เดินไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ คล้ายกับลืมปากเอาไว้ที่เพนต์เฮาส์