เพื่อนของเขาพากันแยกตัวไปยังห้องเรียน ส่วนพัตเตอร์ก็ไปส่งไอติมที่หน้าห้องสอบ
“อวยพรให้เค้าหน่อยสิ เมื่อกี้พวกเพื่อนตัวเองชวนคุย เค้าเลยไม่กล้าพูดต่อหน้า” ไอติมส่งเสียงอ้อน ช้อนดวงตาขึ้นจ้องใบหน้าหล่อ กระพริบตาปริบ ๆ
“ขอให้สอบผ่าน ตอนเที่ยงพี่จะรอหน้าตึก”
คนตัวเล็กปิดเปลือกตาลง พร้อมทั้งพนมมือ “สาธุ” ก่อนจะลืมตาแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจอกันตอนเที่ยงนะคะ”
มุมปากของเขาคลี่ยิ้มเล็กน้อยขณะพยักหน้า พัตเตอร์เดินออกไปได้ไม่นาน ก็มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่มาสอบเหมือนกันเดินตรงเข้ามาหา
“ไอติม”
“เชียร์”
ต่างฝ่ายต่างเรียกชื่อของกันและกัน
“ดีใจที่ได้เจอกันอีก” เชียร์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม เราไปเตรียมตัวเข้าห้องสอบกันเถอะ”
“ยังไงก็ขอให้โชคดีนะ” เชียร์ภาวนาให้กับตัวเองและไอติม
“เหมือนกัน ขอให้พวกเราสอบผ่านกันทั้งคู่ เพี้ยง”
สองสาวเคยเจอกันครั้งแรกตอนเปิดบ้านวิศวะเมื่อหลายเดือนก่อน และเชียร์ก็เป็นคนชวนเธอกินข้าวด้วยกัน วันนั้นไอติมจึงไม่ได้ไปกินมื้อเที่ยงกับพัตเตอร์
สอบครึ่งเช้าเสร็จไอติมก็รีบลงไปหาคนที่บอกจะมารอด้านหน้าตึก ส่วนเพื่อนใหม่น่ะโตแล้ว ก็คงหาเพื่อนกินข้าวเองได้ ยังไงคนที่เธอชอบก็สำคัญกว่า
“ตัวเองจะพาเค้าไปกินข้าวที่ไหนเหรอ”
“ไปร้านป้ามาลัยแล้วกัน”
พัตเตอร์พาเธอไปยังร้านอาหารตามสั่งเจ้าโปรดที่เปิดให้บริการตรงข้ามกับมหาวิทยาลัย หากช่วงไหนที่เบื่อกับข้าวในโรงอาหาร พวกเขาก็มักจะมากินที่ร้านนี้เป็นประจำ
“ร้านนี้ผัดกะเพราอร่อยมาก เมนูอื่น ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน”
“แนะนำขนาดนี้ก็ต้องสั่งผัดกะเพราแล้วค่ะ แต่ขอเป็นทะเลนะ”
“เอาไข่ดาวด้วยไหม”
ไอติมพยักหน้าและคลี่ยิ้มอย่างน่ารัก ขนาดออกจากบ้านมาแต่เช้า ทว่าเธอก็ยังคงสดใส พลันทำให้คนนอนดึกอย่างเขารู้สึกสดชื่นไปด้วย
พัตเตอร์หยิบปากกามาจดเมนูผัดกะเพราไข่ดาวสองจานลงบนกระดาษ คนตัวเล็กกินแบบธรรมดา ส่วนผู้ชายตัวโตอย่างเขากินแบบพิเศษ จากนั้นก็นำไปให้ป้ามาลัยที่ควงตะหลิวผัดอาหารในกระทะ แวะไปตักน้ำแข็งใส่แก้วสองใบ กลับมานั่งที่โต๊ะก็หยิบน้ำขวดมาเทลงในแก้ว รอไม่นานอาหารที่สั่งก็มาวางอยู่ตรงหน้า
“หืม อร่อยจริงด้วย” พอตักเข้าปากคำแรกไอติมทำตาโตจ้องมองคนตรงหน้า ปากก็เคี้ยวตุ้ย ๆ
“ถ้าเบื่อกับข้าวในมหา’ ลัย พวกพี่ก็จะพากันมากินที่นี่”
“เคยพาผู้หญิงมาด้วยไหมคะ”
“ก็บอกว่ายังไม่มีแฟน จะให้พาใครมาล่ะ”
เธอคลี่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากต่อ
เมื่อครู่เป็นเพียงคำถามหยั่งเชิงว่า เขาจะหลุดพูดถึงเรื่องคนรักหรือไม่ แต่ถามไปถึงสองครั้ง พัตเตอร์ก็ยังตอบออกมาโดยไม่ลังเล แสดงว่ายังไม่ได้คบใครจริง ๆ
“มื้อนี้เค้าเลี้ยงนะ ถือเป็นการขอบคุณที่ต้องคอยมาดูแล”
“เก็บตังค์ไว้กินหนมเถอะ ค่าข้าวแค่ไม่กี่บาท เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”
“แสนดีจัง คิดไม่ผิดที่เค้าเลือกตัวเอง”
“ยังคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่อีกเหรอยัยเตี้ย ท่องเอาไว้ว่าพี่เป็นพี่ชาย”
“ไม่ต้องมาย้ำหรอกน่า วันนี้เป็นพี่ชาย แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่ว่า ตัวเองอาจจะชอบเค้าขึ้นมาก็ได้”
“หวังสูงมันก็ดี แต่ระวังเวลาตกลงมามันจะเจ็บ”
เขาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี ถึงอย่างไรพัตเตอร์ก็ยังมองเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว
ไอติมเงียบไปชั่วขณะ ทว่าคำเตือนของเขาก็เพียงแค่ฟังหูไว้หู
เรื่องของความรู้สึกมันห้ามกันได้ที่ไหน เธอรู้ใจตัวเองว่าชอบผู้ชายคนนี้
แต่เขาจะชอบเธอหรือไม่นั้นก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคต
อย่างน้อยตอนนี้พัตเตอร์ก็ยังไม่มีใคร เรียกว่าโสดสนิท เธอเองก็มีสิทธิ์ที่จะจีบ
“ตัวเองแวะร้านค้าให้เค้าหน่อย”
“อือ” พัตเตอร์ขานรับในลำคอ ก่อนจะพาคนตัวเล็กไปยังร้านสะดวกซื้อที่เปิดขายในมหาวิทยาลัย
ไอติมเลือกไอศกรีมมาสองแท่ง จ่ายเงินเสร็จก็เดินออกมาด้านนอก แล้วพากันนั่งตรงเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่ตั้งวางอยู่ด้านข้างร้าน เธอก็ยื่นไอศกรีมให้คนตัวสูงแท่งหนึ่ง แล้วแกะซองนั่งกินตรงนั้น
“นึกถึงตอนเด็ก ๆ เลยนะคะ เมื่อก่อนเค้าก็ชอบซื้อไอติมมาแบ่งตัวเอง”
“แล้วดูซื้อให้พี่สิ โคตรไม่เข้ากับหน้าเลย”
เขาหล่อ มาดนิ่งขรึม แขนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยสัก ปกติไม่เคยมานั่งกัดไอศกรีมแท่งแบบนี้ในมหาวิทยาลัย ลุคที่สร้างมาเสียหายหมด
“คิกคิก เอาน่า ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ ถ้าว่า เดี๋ยวจะตบปากให้”
“ทำเป็นเก่งนะยัยเตี้ย อีกหน่อยเป็นน้องใหม่ก็ต้องทำตัวดี ๆ จะได้ไม่มีปัญหากับคนอื่น”
“รู้แล้วค่า เค้าทำตัวดีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องก่อน อีกอย่างเค้ามีตัวเองคอยปกป้องไง จะกลัวอะไรล่ะ”
มือหนาเลื่อนขึ้นมาโยกศีรษะของเธอเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว ยัยตัวแสบเป็นคนที่ไม่ยอมให้ใครมารังแกตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้เขาไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไร คิดว่าเธอคงเอาตัวรอดในการเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี
กินไอศกรีมหมด เขาก็เดินไปส่งเธอที่หน้าห้องสอบ ก่อนจะแยกตัวออกไปเรียน
ในช่วงบ่ายมีสอบถึง 15.30 น. เป็นเวลาที่พัตเตอร์เลิกเรียนพอดี เขาก็ได้ขับรถไปส่งไอติมที่บ้าน เพราะตอนก่อนมาได้คุยกันแล้วว่าไม่ต้องซื้อตั๋วขากลับ ส่งเธอเสร็จก็กลับเพนต์เฮาส์ทันที