บนฟูกเก่าๆ อันเป็นที่นอนของลุงชู ร่างเปลือยเปล่าทั้งสามคนนอนทอดตัวนิ่งอย่างไม่เป็นระเบียบ แต่ละคนเหมือนตกอยู่ในห้วงหลับลึก พลอย นอนอยู่ตรงกลาง ขาเรียวสวยข้างหนึ่งยกงอขึ้นเกี่ยวก่ายอยู่บนเอวหนาของลุงชูในสภาพคว่ำหน้า แขนข้างหนึ่งยกโอบกอดคอลุงชูเอาไว้ ใบหน้าซบนิ่งอยู่บนไหล่กว้างของแก
เธอหันหลังให้ นนท์ ผัวของเธอ ที่กำลังนอนหงายนิ่ง หายใจเบาๆ อย่างสม่ำเสมอ ส่วนลุงชู—คนที่เธอกำลังกอดก่ายอยู่ในตอนนี้—นอนหงายแผ่หลาอยู่ข้างๆเธอ ขาเรียวสวยของพลอย หลานสะใภ้ของแก พาดอยู่บนเอวของลุงชูอย่างเป็นธรรมชาติ ลมหายใจของแต่ละคนสม่ำเสมอ ผ่อนคลายอยู่ในห้วงนิทราลึก พวกเขาหลับใหลไม่ได้สติไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะ การปลดปล่อยอันมโหฬารเมื่อคืนที่ผ่านมา เกือบจะทั้งคืนที่ร่างทั้งสามคลอเคลียกันอยู่ท่ามกลางเสียงครางและแรงกระแทกจากบทเพลงแห่งกามอันบ้าคลั่ง บัดนี้ทุกอย่างเงียบสงบลงแล้ว เหลือเพียงความอ่อนเพลียที่เข้ามาแทนที่
เสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่นขึ้นในเวลาหกโมงตรงเป๊ะ! เสียงแหลมเล็กนั้นเจาะทะลุความเงียบสงบเข้าสู่โสตประสาทของทั้งสามคนพร้อมกัน นนท์ งัวเงียพลิกตัว พยายามลืมตาขึ้นมองแสงสว่างที่เริ่มเล็ดลอดเข้ามา เขารีบแหกขี้ตา ร่างกายยังคงอ่อนล้าจากกิจกรรมหนักหน่วงเมื่อคืน
“อือออ...” เสียงครางเบาๆ หลุดจากลำคอของนนท์
ทางด้าน ลุงชู เองก็ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของลุงชูยังคงปิดพริ้มอยู่ แต่ร่างกายเริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับต่อเสียงปลุกนั้น “อืมมม...” เสียงครางในลำคอของลุงชูบ่งบอกว่าเริ่มรู้สึกตัวแล้วเช่นกัน
นนท์มองนาฬิกาปลุกอีกครั้งเพื่อยืนยันเวลา ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาต้องรีบแล้ว! งานของเขาเข้าเจ็ดโมงเช้า เขารีบลุกพรวดขึ้นนั่ง หันไปมองลุงชูที่ยังคงนอนนิ่ง “ลุง...ลุงตื่น! สายแล้ว” นนท์พูดเสียงงัวเงียพร้อมกับเขย่าแขนของลุงชูเบาๆ
ลุงชูสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาของลุงชูค่อยๆ เปิดออกช้าๆ มองหน้านนท์ด้วยแววตาที่ยังคงสับสน ก่อนที่ลุงชูจะรีบลุกขึ้นนั่งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องเข้างานพร้อมกับนนท์ “เออๆ ...รู้แล้ว” ลุงชูตอบเสียงอู้อี้ พร้อมกับหาวหวอดๆ ในขณะที่ พลอย ก็งัวเงียดึงผ้าห่มมาพันตัว ก่อนจะย้ายที่นอนไปยังที่ของเธอซึ่งอยู่อีกฝั่งของม่านกั้นห้อง แล้วทิ้งตัวลงนอนต่ออย่าง ไม่อินังขังขอบ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเท่าไหร่
"วันนี้ เข้ากะเจ็ดโมง..." นนท์หันไปทางผู้เป็นลุงเหมือนเป็นการบอกกับตัวเอง ลุงชูรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่งแล้วเดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องก่อนเขาเสียอีก
ทั้งนนท์และลุงชูรีบทำธุระส่วนตัวและแต่งตัวอย่างรวดเร็ว บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งคู่เต็มไปด้วย ความอึดอัดเล็กน้อย เมื่อต้องมาใช้ห้องน้ำพร้อมกันเพราะความรีบเร่งให้ทันเวลาเข้างาน แต่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้นในความรู้สึกของพวกเขาทั้งคู่ เมื่อแต่งตัวเสร็จ นนท์และลุงชูหันมามองหน้ากันอีกครั้ง ความตะขิดตะขวงใจยังคงฉายชัดในแววตาของทั้งคู่ แต่ก็ต้องจำใจเก็บความรู้สึกนั้นไว้ เพราะเวลากระชั้นชิดแล้ว
“แม่ง!! วันนี้มีหวังโดนหัวหน้าด่ายับแน่...” นนท์สบถออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินนำออกไป
ลุงชูพยักหน้าเล็กน้อย แล้วตามนนท์ออกไปจากห้องเช่า พวกเขาเลือกที่จะเอารถมอเตอร์ไซค์ไปเองของใครของมัน ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่ หากวันไหนเข้างานพร้อมกันพวกเขาเลือกที่จะนั่งรถไปด้วยกันคันเดียว
-------------------------------
“มึงจะเอาอะไรมั้ยวะ? กูจะออกไปหาซื้ออะไรที่หน้าปากซอยกินหน่อย” ลุงชูมองมาทางนนท์แบบไม่เต็มตานัก ลักษณะเป็นการชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดเสียมากกว่า
นั่นเป็นเสียงพูดคุยกันเป็นเสียงแรกของเกือบตลอดระยะเวลาที่เข้ากะงานด้วยกันทั้งเช้านี้ของคนทั้งสอง
นนท์ก้มหน้าตอบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด “อืม...เอาปีกไก่สอง ข้าวเหนียวสามก็แล้วกัน”
เขาตอบกลับไปเบาๆ พยายามเงยหน้าสบตาแกให้เป็นเรื่องปกติ "เฮ้อออ..." นนท์ถอนหายใจเบาๆ เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ความรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่ก่อตัวขึ้นเมื่อวาน ทำให้พวกเขาทั้งสองคนไม่สามารถทำตัวเป็นปกติได้เหมือนเดิม
ตลอดช่วงเช้าที่ทำงาน ทั้งคู่แทบจะไม่ได้คุยกันเลย มีเพียงการสื่อสารที่จำเป็นเกี่ยวกับงานเท่านั้น บรรยากาศระหว่างพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดและไม่เป็นธรรมชาติ
จนกระทั่งในช่วงพักทานข้าวกลางวัน ลุงชูจึงตัดสินใจที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นพูดคุยกับนนท์อย่างจริงจัง พวกเขานั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวในโรงอาหารของโรงงาน เสียงจอแจรอบข้างช่วยกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนของทั้งคู่ได้เล็กน้อย
“นี่..ไอ้นนท์...” ลุงชูเริ่มต้นขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แต่ก็ยังคงแฝงความกังวล
นนท์เงยหน้าขึ้นมองลุงชู
“กูว่า...เราน่าจะคุยกันหน่อยมั้ยวะ.. แม่ง!!..วันนี้กูอึดอัดทั้งวัน” ลุงชูพูดเสียงเบาๆ ใบหน้าของลุงชูยังแสดงความอึดอัดชัดเจน
นนท์วางช้อนลงช้าๆ พยักหน้าเล็กน้อย “ผมก็มีเรื่องอยากคุยเหมือนกันว่ะลุง” นนท์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน
“กูรู้สึกว่าพวกเราไม่เหมือนเดิมว่ะ...มันขัดๆเขินๆยังไงไม่รู้ มึงว่ามั้ย?” ลุงชูพูดต่อ พยายามสบตากับนนท์
“ผมคิดว่าผมรู้สึกอยู่คนเดียวซะอีก..” นนท์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
ลุงชูพยักหน้ารับคำของนนท์ อย่างน้อยก็ดีที่นนท์เองก็รู้สึกเหมือนกัน ทำให้ลุงชูกล้าที่จะพูดต่อ “เชี่ย!! ไหนๆ เรื่องราวมันก็มาขนาดนี้แล้ว กูว่าเรามาเปิดใจคุยกันแบบแมนๆ กันเลยดีกว่าว่ะ..." แกโพล่งออกมาเหมือนจะเหลืออดกับความรู้สึกที่อัดอั้นมาตั้งแต่เช้า "เรื่องอีพลอย... เอ่อ..” ลุงชูเริ่มก่อนแบบตะกุกตะกัก เหมือนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง
นนท์เงยหน้ามองหน้าผู้เป็นลุงอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกของวันนี้ เขาเองก็รู้สึกว่าไม่รู้จะเริ่มต้นพูดกับเรื่องบ้าบอที่สุดที่มันได้เกิดขึ้นกับพวกเขายังไง “ก็เรื่องนี้แหละที่ผมอึดอัดอยู่ตอนนี้ ว่าแต่เราจะเอายังไงต่อ เอ่อ..” นนท์เอ่ยถามกลับไปอย่างตรงไปตรงมา เขาต้องการความชัดเจนในความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปนี้
ลุงชูถอนหายใจเฮือกใหญ่ “กูก็ไม่รู้เหมือนกันมึง...เรื่องนี้กูคงต้องเป็นฝ่ายถามมึงมากกว่า" แกพูดเหมือนต้องการทราบความรู้สึกและความเห็นของหลานชาย คนที่แกเพิ่งจะเย็ดเมียมันไป แบบที่ยังรู้สึกคาราคาซังใจต่อกัน "แต่กูไม่อยากให้เรื่องเมื่อวานมันทำให้เรามองหน้ากันไม่ติด” ลุงชูพูดเสียงหนักใจ
“ผมก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกันลุง” นนท์ตอบ เขาเองก็รู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่อึดอัดแบบนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ "แต่ถ้าลุงคิดว่าผมจะโกรธหรือทำอะไรไม่ดีกับลุงน่ะ เลิกคิดได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น" นนท์พูดพร้อมกับมองหน้าแก แววตาเขามีประกายของความมุ่งมั่นและยืนยันกับคำพูดที่เพิ่งจะพูดออกไป
"ผมอยากเห็นมันโดนคนอื่นเย็ดมานานแล้ว สมใจเสียที... ดีเสียอีกที่เป็นลุง" นนท์ลดเสียงลง พร้อมกับเอนตัวเข้าไปพูดให้ใกล้กับลุงชู แทบจะเป็นเสียงกระซิบ ราวกับจะเน้นความรู้สึกของเขาให้มันชัดเจนมากขึ้น