เสียงหวูดรถไฟที่ดังลากยาวในความมืดมิดยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้แก่ นนท์ เลยแม้แต่น้อย เขาเดินลิ่วเข้ามาในห้องพักยามของบริษัทด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ตั้งใจจะไปเซ็นชื่อเข้ากะกลางคืนตามปกติ แต่ก่อนที่มือจะเอื้อมไปถึงปากกา เสียงห้าวของ ไอ้สมศักดิ์ เพื่อนร่วมงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“ไอ้นนท์! มึงมานี่แป๊บนึงดิ๊”
สมศักดิ์ที่กำลังรนรานจัดของใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ตะโกนเรียก นนท์หรี่ตามองเพื่อนด้วยความสงสัย ไอ้สมศักดิ์ดูรีบร้อนผิดปกติ ปกติมันเป็นคนเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ไม่เคยมีท่าทีลนลานขนาดนี้
“อะไรของมึงวะไอ้ศักดิ์? จะไปรบที่ไหน” นนท์เดินเข้าไปหาพร้อมเอ่ยปากแซวติดตลก
“กูมีเรื่องจะขอร้องมึงว่ะไอ้นนท์ เรื่องด่วนฉิบหายเลย” สมศักดิ์โยนกระเป๋าเป้ลงบนเก้าอี้พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าบ่งบอกถึงความเคร่งเครียด
“เรื่องไรวะ สำคัญขนาดไหน” นนท์ถามเสียงเรียบ เริ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
“เรื่องที่ดินที่หนองคายว่ะไอ้นนท์” สมศักดิ์ตอบพลางเกาหัวแกรก ๆ “แม่กูเพิ่งแบ่งที่ให้ลูก ๆ เว้ย แล้วพวกพี่น้องกูก็ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ กูต้องรีบกลับไปจัดการให้เรียบร้อย ไม่งั้นเดี๋ยวเรื่องมันจะบานปลาย”
นนท์พยักหน้ารับ ที่บ้านของสมศักดิ์มีปัญหาเรื่องแบ่งมรดกกันมานานแล้ว เขาก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง
“แล้วไง?”
“กูอยากให้มึงช่วยอยู่เวรแทนกูหน่อยว่ะไอ้นนท์” สมศักดิ์พูดเสียงอ่อย มองหน้าเพื่อนอย่างขอร้อง “กูคงต้องกลับพรุ่งนี้เช้า อยู่สองวันอะ กว่าจะเคลียร์เรื่องเสร็จ แล้วเดี๋ยวกูจะอยู่เวรแทนมึงก่อนในช่วงนี้ คือกูขอแลกเวรกับมึงแบบกะทันหันเลยนะวันนี้”
นนท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ไอ้ศักดิ์จะให้เขาอยู่เวรแทนถึงสองวันงั้นเหรอ” ปกติมันจะขอแค่คืนเดียว
“คือกูจะเข้ากะแทนมึงในวันนี้ แล้วมึงเข้ากะแทนกูวันพรุ่งนี้กับมะรืน เอาตามนี้นะ ยังไงมึงก็ต้องช่วยกู” สมศักดิ์ย้ำเสียงแข็ง พยายามทำให้เพื่อนไม่มีทางปฏิเสธได้
“นี่มึงไม่กลับห้องเลยเหรอวะ? เห็นแบกกระเป๋ามาซะขนาดนี้ ออกเวรตอนเช้าแล้วมึงจะไปเลยว่างั้น?” นนท์ถามย้ำด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นความรีบร้อนของเพื่อน
นนท์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง การต้องอยู่เวรติดกันถึงสองวันมันเหนื่อยเอาเรื่อง แต่เขาก็เป็นคนใจดี และเห็นแก่เพื่อน ยิ่งไปกว่านั้น... พลอย เมียรัก ของเขาเพิ่งจะกลับจากทำงานกะดึกวันนี้พอดี นั่นหมายความว่าคืนนี้พลอยจะอยู่ที่ห้อง ไม่ต้องไปทำงานตอนกลางคืน นั่นแปลว่า เขาจะได้อยู่กับพลอยทั้งคืน! และ ลุงชู ลุงของเขาเองก็บอกไว้ตั้งแต่ตอนเย็นแล้วว่าจะมีธุระออกไปหาเพื่อนข้างนอก ซึ่งจริง ๆ แล้ว ลุงชูต้องเข้าเวรพร้อมกับเขาในคืนนี้ แต่แกก็ลางานกับหัวหน้าไปแล้วโดยอ้างว่ามีธุระจำเป็น ทำให้ห้องจะเหลือแค่เขากับพลอยสองคน!
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวนนท์อย่างรวดเร็ว “โจ๊ะพึ่มพั่มให้ลั่นห้องไปเลย ไม่ต้องแอบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไปแล้ว!” ใบหน้าของนนท์คลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“เออ...เอางั้นก็ได้ว่ะ” นนท์ตอบเสียงหนักแน่น
“แต่ทีหลังมึงอย่าเพิ่งมาขอแลกเวรกะทันหันแบบนี้อีกนะเว้ยไอ้ศักดิ์”
“ขอบใจมากเลยมึง! ไว้เดี๋ยวกูจะเลี้ยงเบียร์มึงให้เต็มที่เลย!” สมศักดิ์ยิ้มร่า ดีใจจนออกนอกหน้า
“เออ ๆ ไม่เป็น งั้นกูกลับแล้วนะ” สมศักดิ์พยักหน้าแล้วรีบเดินออกไปจากห้องยามทันที เพื่อเตรียมตัวสำหรับเข้าเวรในคืนนี้
นนท์เหลือบตามองนาฬิกาที่แขวนบนผนัง เขาเห็นเข็มสั้นชี้เลยเลขหก เข็มยาวชี้ที่เลขสิบเอ็ดแล้ว นี่มันเกือบทุ่มแล้วสิ หัวใจของเขากลับมาพองโตอีกครั้ง ภาพพลอยในชุดนอนตัวบางลอยเข้ามาในห้วงความคิด เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด ความเหนื่อยล้าจากการทำงานตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น เขาตัดสินใจว่าจะไม่บอกพลอยเรื่องที่เขากลับบ้านเร็วกว่ากำหนด เพื่อจะ เซอร์ไพรส์ ภรรยาของเขาให้ถึงที่สุด
นนท์สาวเท้าออกจากห้องยามแล้วรีบควบฮอนด้าเวฟคันเก่าคู่ใจกลับห้องพักทันที ลมเย็น ๆ ที่ปะทะใบหน้าในยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้ความเร่าร้อนในใจของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย เขานึกถึงใบหน้ายามหลับใหลของพลอย เสียงครางแผ่วเบาที่พยายามกลั้นเอาไว้ในยามที่เขามอบความสุขให้ คืนนี้เขาจะได้ยินเสียงเหล่านั้นอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเกรงใจใคร
ใช้เวลาไม่นานนัก ฮอนด้าเวฟคันเก่าก็จอดสนิทที่หน้าอาคารห้องแถวซอมซ่อ นนท์ก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว แล้วตรงดิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ห้องมุมสุดของห้องแถวนั้นคือที่พำนักของเขากับ เมีย และลุงชูผู้ที่ตอนนี้คงกำลังมุ่งหน้าไปหาเพื่อนตามที่อ้างไว้ ความคิดที่ว่าคืนนี้จะได้อยู่กับพลอยเพียงสองคน ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนนท์กว้างขึ้น
เขามองนาฬิกาบนข้อมือ เป็นเวลาสองทุ่มกว่า ๆ แล้ว แสงไฟลอดผ่านใต้ประตูออกมาบาง ๆ บอกให้นนท์รู้ว่าพลอยยังไม่นอน ความตื่นเต้นที่อยากจะเห็นหน้า เมียรัก ตอนนี้มีมากจนเขาแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะเปิดประตูเข้าไป แต่ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปเคาะประตู เสียงแผ่วเบาที่ไม่ใช่เสียงร้องเพลง หรือเสียงเปิดโทรทัศน์ ก็ดังเล็ดลอดออกมาจากห้อง
เสียงนั้น...มันเป็นเสียงคราง...แผ่วเบา แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้นนท์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที มันเป็นเสียงที่คุ้นหู เสียงของ พลอย เมียรัก ของเขาเอง แต่ทำไมเสียงมันถึงแผ่วเบาและแหบพร่าเช่นนั้น เหมือนกำลังเจ็บปวด หรือทรมานอะไรบางอย่าง แต่นั่นไม่ใช่เสียงเจ็บปวดอย่างแน่นอน นนท์แนบหูลงไปกับบานประตูไม้เก่า ๆ พยายามฟังให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เสียงนั้นคือเสียงครางแห่งความเสียวซ่าน...
"ซี้ดดด โอววว ซี้ดดด อุ๊ย... ซี้ดดด.."
หัวใจของนนท์เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนแรกเขาคิดว่าพลอยคงจะอารมณ์เปลี่ยวจัด เลยแอบช่วยตัวเองไปพลาง ๆ ก่อนที่เขาจะกลับมาถึงห้อง แต่แล้ว...ไม่ถึงอึดใจ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา... เสียงของผู้ชาย!
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เลือดในกายของนนท์ฉีดพล่านขึ้นสู่สมอง ความรู้สึกตกใจ ความโกรธแค้น และความไม่เชื่อปะปนกันจนแยกไม่ออก แต่ท่ามกลางความสับสนอลหม่านนั้น ความอยากรู้กลับถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง ใครกัน? ใครกันที่อยู่ในห้องกับเมียของเขา? ใครกันที่กำลังทำให้พลอยส่งเสียงครางด้วยความเสียวซ่านอยู่ในขณะนี้?
"ซี้ดดด.. อูยยย ซี้ดดด... โอ๊ะ ๆ .. ซี้ดดด. เสียว... ซี้ดดด"
นนท์รีบถอยห่างจากประตูเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วผนังห้อง ผนังห้องเช่าราคาถูกที่กั้นด้วยไม้อัดเก่า ๆ นั้น ไม่ได้มิดชิดอย่างที่คิด เมื่อเวลาผ่านไปนานวัน รอยต่อของแผ่นไม้อัดก็เริ่มปริแตก ไม่สนิทเหมือนเดิม หากแนบสายตาลงไปใกล้ ๆ ก็จะมองเห็นช่องว่างเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามรอยแยกเหล่านั้น นนท์ก้มตัวลงช้า ๆ ค่อย ๆ เลื่อนสายตาค้นหาช่องว่างที่พอจะทำให้เขามองเข้าไปเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องได้
เขาพบช่องว่างเล็ก ๆ ตรงรอยต่อของแผ่นไม้อัดใกล้กับพื้นห้องพอดี นนท์ค่อย ๆ แนบดวงตาลงไปชิดกับช่องนั้น แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ที่ติดไว้บนผนังด้านหนึ่งสาดส่องลงมา ทำให้ภาพภายในห้องปรากฏชัดเจนต่อสายตาของเขา
ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผ่านช่องว่างเล็ก ๆ นั้น ทำให้เลือดในกายของนนท์เย็นเฉียบ...และเดือดพล่านไปพร้อม ๆ กัน...
เขากะพริบตาถี่ ๆ ปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงไฟสีขาวนวลที่ส่องสว่างภายในห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของนนท์ราวกับถูกบีบอัดจนแทบแหลกสลาย ความโกรธแค้น ความตกใจ และความไม่เข้าใจตีรวนอยู่ในอกจนจุกแน่น
"โอ๊ยย ซี้ดดด จะไม่ไหว...อูยย.. เสียว อุ๊ย เสียวแตด... เสียวแตด.. ซี้ดดด"
พลอย... เมียรัก ของเขานอนหงายเหยียดกายอยู่บนฟูกสีเก่าที่ปูราบกับพื้นห้อง ชิดกับผนังปูนด้านที่ติดกับหน้าต่างบานเกล็ด นั่นเป็นมุมประจำของ ลุงชู ที่ใช้นอนพักผ่อน พลอยเปลือยเปล่าตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ผิวเนื้อขาวเนียนตัดกับชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เป็นยูนิฟอร์มพนักงานทำความสะอาดของห้างสรรพสินค้าที่เธอทำงานอยู่ กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกไปสามสี่เม็ด เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มและร่องอกลึกชวนมอง ขาทั้งสองข้างของเธอถูกแยกออกจากกันกว้างอย่างเปิดเผย ราวกับเชื้อเชิญให้ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเข้าใกล้ชิด
"หนู อ. อูยยย.. ซี้ดดด. เสียวแตด หนู.. โอ๊ย... จะ เสร็จ จะเสร็จอีกแล้ว โอวว... ซี้ดดด.."
และสิ่งที่ทำให้นนท์แทบทรุดเข่า...คือภาพที่หว่างขาของพลอย ศีรษะของผู้ชายคนหนึ่งกำลังซุกไซร้ฝังอยู่ที่เนินเนื้ออวบอิ่ม มือเรียวเล็กทั้งสองข้างของพลอยจิกขยุ้มเส้นผมหยาบกระด้างของเขาไว้แน่น ราวกับต้องการยึดเหนี่ยว หรือระบายความรู้สึกบางอย่าง ใบหน้าของเมียเขายับย่น บิดเบี้ยวเล็กน้อย ดวงตาหลับพริ้มสนิท ริมฝีปากอ้าออกเล็กน้อย และที่มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ เจือด้วยความทรมานปนสุข เสียง ซู้ดปาก เบา ๆ คล้ายคนลิ้มรสของเผ็ดร้อนดังเป็นระยะ
"**มีงนี่อูมน่าเลียมาก นี่แนะ จ๊วบ ๆ คืนนี้กูจะเลีย จะเย็ดให้สะใจไปเลย" เสียงงึมงำสลับกับเสียงจ๊วบจ๊าบจากการดูดเลียอย่างออกรส ดังแว่วให้นนท์ได้ยิน ถึงแม้จะไม่ดังมากแต่ก็พอที่เขาจะจับใจความได้ชัดเจนทุกถ้อยคำ
เสียง จ๊วบ ๆ ๆ าบ ๆ ๆ ดังก้องอยู่ในความเงียบ เป็นเสียงที่น่าอับอายและบาดลึกหัวใจของนนท์ มันคือเสียงของการดูดเลียอย่างตั้งใจและต่อเนื่อง คละเคล้าไปกับเสียงครางกระเส่าต่ำ ๆ ที่ลอดออกมาจากลำคอของพลอยแต่ละครั้งที่ถูกสัมผัส ราวกับเธอตกอยู่ในห้วงแห่งความเสียวซ่านอย่างถึงที่สุด ก้นสวยงอนงามของพลอยยกกระตุกขึ้นเล็กน้อยเป็นระยะ แอ่นรับการปรนนิบัติด้วยลิ้นของชายคนนั้นอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่มีการขัดขืน ไม่มีท่าทีรังเกียจ มีแต่การตอบสนองที่แสดงออกถึงความพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยม
"ซีดดด หนูชอบให้เลียหี ผัวหนูไม่เคยทำ อูยยยย ซี้ดดด..." พลอยคราง กระซิบกระซาบบอกชายคนนั้นอย่างพึงพอใจ พร้อมกับแอ่นสะโพกยกสู้ลิ้นเขาอย่างเหยง ๆ
ชายผู้นั้น...สวมเพียงกางเกงขาสั้นสีซีดตัวเดียว เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการเคลื่อนไหวของศีรษะ และสิ่งที่ทำให้นนท์รู้สึกราวกับ ถูกสายฟ้าฟาดกลางศีรษะ จนชาไปทั้งตัว...คือ ชายคนนั้นคือลุงชู...ลุงแท้ ๆ ของเขาเอง!
"**มึงนี่ ทั้งโคกทั้งอูม กูชอบสุด ๆ ผัวมึงไม่ค่อยเย็ดรึไงวะ" ลุงชูสบถออกไปอย่างหื่นกาม "คืนนี่กูจะเย็ดให้ฉ่ำไปเลย ไอ้นนท์มันอยู่เวร กูจะเป็นผัวมึงแทนมันเอง" แกสบถ มือแกขยี้เม็ดแ*ดของหลานสะใภ้เบา จ้องหน้าสวยของเธอเขม็ง เหมือนอยากกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
ภาพใบหน้าเหี่ยวย่นที่กำลังซุกไซร้อยู่ตรงหว่างขาของพลอย ผมขาวแซมดำที่ถูกมือของพลอยจิกขยุ้มไว้ เสื้อยืดเก่า ๆ ที่ถูกถอดกองไว้ข้างฟูก และกางเกงขาสั้นตัวคุ้นตา...ทุกอย่างมันบ่งบอกว่าเป็นใครอย่างชัดเจน
“ธุระกับเพื่อน...” คำพูดที่ลุงชูบอกไว้เมื่อตอนเย็นแวบเข้ามาในหัวของนนท์ ราวกับมีใครมากระซิบเยาะเย้ยข้างหู “ธุระสำคัญถึงกับต้องลางาน...” นนท์ถึงบางอ้อในทันที นี่สินะ...ธุระสำคัญของลุงเขา ไม่ใช่การสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่เป็นการปรนเปรอความใคร่ให้กับ เมีย ของหลานชายตัวเอง!
สายตานนท์จับจ้องไปที่การกระทำของลุงชูอย่างไม่กะพริบ เขามองเห็นแผ่นหลังของลุงที่โยกขึ้นลงช้า ๆ สม่ำเสมอ ราวกับกำลังละเลียดชิมของอร่อยที่ถูกปากถูกใจ ลุงชูไม่ได้รีบร้อน ไม่ได้กระทำอย่างหยาบคาย แต่เป็นการ ใช้ลิ้นที่ช่ำชองและคล่องแคล่ว เลื้อยไล้ไปตามร่องลึกและปุ่มเนื้อเล็ก ๆ ตรงเนินโคกของพลอยอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาตวัดเลีย ขึ้น ลง ซ้าย ขวา สลับกับการดูดดุนราวกับเด็กทารกกำลังดูดนมแม่ แกไม่ได้ละเลยแม้แต่ส่วนที่เล็กที่สุด ราวกับกำลังวาดลวดลายบนผืนผ้าใบที่แสนเย้ายวน
นนท์สังเกตเห็นการตอบสนองของพลอยอย่างเจ็บปวด เธอ กัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าเหยเกเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็มีรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก แสดงให้เห็นถึงความสุขสมที่ได้รับจากการถูกเลียอย่างถึงพริกถึงขิงนั้น เสียงครางกระเส่าที่ลอดออกมาจากลำคอของเธอเริ่มดังและถี่ขึ้น บางครั้งก็มีเสียง “อื้อ...ซี้ด...” หลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่จิกผมลุงชูอยู่ก็กำแน่นขึ้น ราวกับต้องการระบายความรู้สึกที่มันมากเกินกว่าจะทนไหว สะโพกของเธอขยับขึ้นลงเล็กน้อย ตอบรับการปรนนิบัติของลุงชูอย่างเต็มใจ ราวกับต้องการให้เขาลิ้มรสเธอให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ความเร่าร้อนแผ่ซ่านออกมาจากภาพที่นนท์เห็นตรงหน้า ราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง การกระทำของลุงชูไม่ได้ดูน่ารังเกียจ หรือน่าขยะแขยงในสายตาของนนท์ในเวลานี้ แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นลุงแท้ ๆ ของเขาเองก็ตาม แต่สิ่งที่เขากำลังเห็นนั้น มันคือภาพของการปรนเปรอความสุขทางเพศอย่างถึงที่สุด ความตั้งใจในการมอบความสุขให้แก่กันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มันช่าง ดิบเถื่อน ร้อนแรง และถึงพริกถึงขิง จนนนท์เองก็รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟช็อตไปทั้งตัว
ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาในหัวของนนท์ ทั้งความโกรธ ความเสียใจ ความอับอาย และความสับสน แต่เหนือสิ่งอื่นใด...คือ ความตื่นเต้นอย่างรุนแรง ที่ทำให้ร่างกายของเขาชาหนึบไปหมด เขาควรจะพังประตูเข้าไป...ควรจะเข้าไปหยุดเรื่องบัดซบนี้...แต่ขากลับแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้หยุดนิ่ง ดวงตาของนนท์จ้องมองผ่านช่องว่างเล็ก ๆ นั้นอย่างไม่กะพริบ ราวกับถูกสะกด เขาตัดสินใจ... จะเฝ้ามองต่อไป...เฝ้ามองทุกรายละเอียดอย่างตื่นเต้น รอคอยว่าเรื่องราวบ้าคลั่งนี้จะดำเนินไปถึงจุดไหน