เด็กสาวในชุดดำที่พึ่งเดินเข้ามาในภายในวัดเพื่อเข้าไปกราบศพของพ่อกับแม่ที่เสียไป ทุกคนที่รู้จักนั้นต่างก็รักและเอ็นดูฉันและพี่นัดอยู่พอสมควรเพราะด้วยความที่พวกเราไม่ได้ดื้อและเกเรมากนักจึงทำให้มีแต่คนรักและต่างพากันเอ็นดูพวกเราสองพี่น้อง
ฉันเดินเข้าไปกราบศพพ่อกับแม่ด้วยความช็อกอยู่ในตอนนี้ก่อนที่เสียงของพี่ชายฉันเองจะดังขึ้นและเดินเข้ามาด้วยไม้ช่วยพยุง โดยตามเรือนร่างกายที่บาดเจ็บนั้นพันไปด้วยผ้าพันแผลที่บริเวณหัว แขน และขา
"พี่นัด"
"หายไปไหนมาพี่เป็นห่วงแย่"ฉันหันไปมองทางป้าอรเล็กน้อยเพราะก่อนที่จะมาถึงป้าอรก็กำชับฉันไว้แล้วว่าไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใครเพราะเกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันทีหลังแทน
"ว่าไงหายไปไหนมา"
"คือ....เมอนอนอยู่โรงพยาบาลอ่ะ แล้วพี่เป็นไงบ้างเนี่ยทำไมถึงออกมาจากโรงพยาบาลมาล่ะเจ็บหนักไม่ใช่รึไง"
"พี่โดนชนไม่แรงอ่ะพอฟื้นตัวได้ก็รีบขอตัวออกทันทีเลย พี่เป็นห่วงเมอ"
"ไปๆๆลูกไปพักผ่อนกันก่อนนะ"ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับป้าอรไปก่อนที่จะพาพี่ชายของตัวเองไปนั่งพักด้วยความระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันจ้องมองแขกภายในงานไปที่ตอนนี้ก็มีทยอยเข้ามาร่วมงานกันบ้างแล้ว
ร่างเล็กค่อยๆโน้มตัวไปพิงพี่ชายของตนเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยใจกับสิ่งที่เจอและติดมากกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นมาลูบหัวน้องสาวไปอย่างอ่อนโยน
"แล้วต่อไปนี้เราจะอยู่กันยังไงคะ"เมื่อบอกออกไปแบบนั้นความลำบากใจก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเพราะถึงแม้จะเป็นพี่แต่เราสองคนก็อายุเท่ากันจะให้โยนภาระให้กับคนเป็นพี่ก็ไม่ได้
"ไม่เป็นไรก็อยู่ด้วยกันนี่แหละ"
"แล้วเราเป็นไงบ้างทำไมถึงไปนอนโรงพยาบาล ทำไมไม่มีใครรู้เลย"
"เมอ....คงเป็นลมอ่ะค่ะ พี่ไม่ต้องห่วงเมอหรอกพี่ห่วงตัวเองเหอะเนี่ยเจ็บมากไหมเนี่ย"
"ไม่เจ็บมากหรอก"ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับก่อนที่ป้าอรจะเดินมาทางพวกเราและยื่นเอกสารเรื่องการจากไปของพ่อกับแม่ให้ได้ดูและมันกลับกลายเป็นว่านั่นคือการจากไปเพราะตั้งใจทำกันเอง
ฉันก็ยังคงไม่เชื่อสนิทใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียวเพราะไม่มีอะไรที่จะทำให้พ่อกับแม่ต้องมาทะเลาะกันถึงขั้นหนักแบบนี้ได้แน่นอน แต่ก็ไม่มีหลักฐานและไม่มีข้อมูลใดบอกกล่าวอะไรได้เลยด้วยซํ้า
เสียงฮือฮาที่ดังขึ้นโดยที่มีรถหรูคันหนึ่งขับเคลื่อนเข้ามาจอดภายในวัดก่อนที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินลงมาจากรถพร้อมกับคนดูแลของท่านอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าเขามาผิดงานรึเปล่าหรือว่ายังไงแต่ทว่าเธอนั้นค่อยๆเดินก้าวเข้ามาทางที่พวกเราอยู่โดยที่ตอนนี้ป้าอรก็ถึงกลับนิ่งเงียบไปทันที
"ป้ารู้จักหรอคะ"
"ไม่เจอกันานเลยนะคะพี่อร ว่าไงลูกโตขึ้นสวยเยอะเลยนะ"ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยกับสิ่งที่เธอพูดออกมาแบบนี้ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นเองจะเดินเข้ามาทางฉันและพยายามที่จะเข้ามาสวมกอดฉันไว้ แต่ทว่าฉันกลับเลี่ยงเดินหนีไปจากเธอให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เด็กสาวในวันรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเราวิ่งลงมาจากรถและเดินเข้ามาจับมือฉันไว้พร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอที่แสดงออกมา เราสองพี่น้องต่างพากันมองหน้ากันไปอย่างมึนงงกับบุคคลแปลกหน้าพวกนี้
"สวัสดีเราแพรวานะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ"
"พวกคุณเป็นใครกันคะ ใครคะป้าอร"
"เค้าคือ......"
"แม่เป็นแม่ของหนูไงลูก เข้ามาหาแม่หน่อยสิ"เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วฉันก็ถึงกลับช็อคไปเลยทันทีและสบัดมือออกไปจากผู้หญิงคนนั้นที่วิ่งเข้ามาจับมือของฉันไว้และรีบเข้าไปยืนหลบอยู่ด้านหลังของพี่ชายอย่างหวาดกลัวในตอนนี้
"เมอรีนแม่....."
"แม่ฉันตายไปแล้วคุณก็เห็น แล้วแบบนี้คุณจะมาเป็นแม่ของฉันได้ยังไงมั่วรึเปล่า"
"เมอรีน"
"ไปกันเหอะพี่นัด"ฉันรีบพยุงพาตัวพี่ชายของตัวเองเดินจากไปที่อื่นทันทีอย่างเร่งรีบโดยที่พี่ชายของฉันไม่ได้ตอบกลับอะไรออกมาเลยด้วยซํ้าในตอนนี้ พวกเราพากันเดินมานั่งพักอยู่ที่ข้างศาลาวัดที่ใต้ต้นไม้ไป
ตอนนั้นสมองของฉันกลับเริ่มมีแต่เรื่องให้คิดมากวนเวียนเข้ามาในหัวของฉันไปอย่างไม่หยุดยั้งก่อนที่มือหนาของพี่ชายจะยื่นเข้ามาจับหัวของฉันไว้และจับหัวของฉันให้พิงไปที่ไหล่ของเขาเหมือนกับทุกครั้ง
"ถ้านั่นคือแม่ของน้อง พี่ว่าน้องควรไปอยู่กับเขานะเมอ"
"พี่พูดอะไรเนี่ย อย่าไปพูดถึงผู้หญิงคนนั้นเลยน้องไม่มีแม่มาตั้งแต่เกิดแล้วนะ"
"พี่ว่า....น้องไปอยู่กับแม่น้องเถอะนะน้องจะได้สบาย อย่ามาอยู่กับพี่เลย"
"พี่อย่ามาพูดแบบนั้นนะน้องจะอยู่กับพี่แบบนี้แหละ น้องจะไม่มีวันทิ้งพี่หรอก"ฉันบอกออกไปแบบนั้นและยังคงนั่งพิงไหล่พี่ชายของตัวเองไปแบบนั้นก่อนที่สายตาจะหันไปมองเห็นผู้ชายคนนั้นที่ฉันตื่นขึ้นมาเจอกับเขา
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปรงที่ยืนกอดอกจ้องมองฉันไปก่อนที่เขาเองเหมือนจะพยายามเดินมาทางฉันจากระยะไกล เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วก็ทำเอาฉันแทบจะกระวนกระวายใจเป็นอย่างมากและกลัวว่าพี่ชายจะมารู้และเป็นห่วงในเรื่องนี้
"พี่น้องขอตัวก่อนนะ"
"งั้นเดี๋ยวพี่ไปบนศาลาก่อน"
"โอเครเดี๋ยวน้องตามไป"พี่ชายของฉันค่อยเดินจากไปก่อนที่ฉันเองจะพยายามวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้นทันทีอย่างเร่งรีบเพราะเกรงว่าถ้าอยู่ตรงนั้นนานๆมีหวังฉันอาจจะถูกพวกนั้นจับตัวได้ทันก็เป็นไปได้
ร่างเล็กพยายามวิ่งหนีสลับกับเดินหนีไปจากที่นั่นให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะมีกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำที่วิ่งเข้ามาดักหน้าล้อมหลังฉันไว้ ปืนที่แนบซ่อนอยู่ที่บริเวณเอวนั้นเปิดเผยออกมาให้เห็นก่อนที่พวกเขาเองจะลากพาฉันเดินตามพวกเขาไปหาเจ้านายของพวกเขาที่รออยู่
รถหรูสีดำถูกเปิดออกมาก่อนที่พวกเขาเองจะผลักฉันเข้าไปในรถและขับเคลื่อนพาฉันออกไป ตอนนั้นสายตาที่เห็นกระบอกปืนไปทั่วรถก็ทำเอาฉันไม่กล้าต่อปากต่อคำหรือโต้เถียงใดเลยทั้งนั้นจนกระทั่งรถหรูคันนั้นขับเคลื่อนมาจอดอยู่ที่บ้านหลังเดิมที่ฉันพึ่งออกมานั่นเอง
ชายหนุ่มสุดเย็นชาคนนั้นก็ยังคงก้มหน้าเล่นแต่มือถืออยู่และแทบจะไม่ได้สนใจอะไรรอบข้างเลยทั้งนั้นก่อนที่ประตูจะเปิดขึ้นเพื่อให้พวกเราได้ลงจากรถกัน
มือหนารีบกระชากร่างกายของฉันให้เดินตามเขาเข้าไปในบ้านด้วยความรุนแรงและเหล่าแม่บ้านและบอร์ดี้การ์ดของเขาที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ดัยที่แบบนั้น
"นี่ไอ้บ้าฉันเจ็บนะ ปล่อยฉัน!!"
"เธอนี่พูดมากชะมัด คงไม่แปลกที่ไม่มีแฟน"เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันก็รีบสะบัดมือออกไปจากเขาอย่างแรงและยกเท้ากระทืบลงบนเท้าของเขาไปด้วยความโมโห ก่อนที่เสียงกลไกของปืนจะดังขึ้น ฉันรีบหันไปมองตามเสียงทันทีและพบเข้ากับชายชุดดำพวกนั้นที่กำลังยืนถือปืนจี้มาทางฉันอยู่
ร่างกายที่ตอนนั้นตกใจแทบแย่ฉันยืนตัวแข็งอยู่แบบนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะถูกชัตดาวน์ลง ร่างกายของฉันทรุดตัวลงไปกับพื้นทันทีแต่ก็ยังดีที่ไอ้คนข้างกายของฉันช่วยไว้ได้ทัน
"มีอะไรไปทำก็ไปทำ"
"ครับ"