สารลับในภาพดอกบ๊วย

1469 Words
ณ ตำหนักชิงหรู ชื่อไพเราะงดงาม แต่ตำแหน่งกลับห่างไกลจากศูนย์กลางของหกตำหนักตะวันออกและตะวันตก ติดกับทะเลสาบเทียมขนาดเล็กทางทิศตะวันตกของอุทยานหลวง ลานกว้างไม่ใหญ่มาก มีเรือนหลักสามหลังพร้อมเรือนปีกสองหลัง จัดเก็บอย่างสะอาดเรียบร้อย ในลานมีต้นไผ่เขียวชอุ่มหลายกอ และต้นบ๊วยเก่าแก่ต้นหนึ่ง ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ดอกบ๊วยร่วงโรยไปแล้ว ใบใหม่ยังไม่งอก ทำให้ดูเงียบเหงาอยู่บ้าง มู่ชิงหรูยืนอยู่ริมหน้าต่างของเรือนหลัก มองท้องฟ้าที่มืดครึ้มด้านนอก เมื่อคืนฝนฤดูใบไม้ผลิโปรยปราย อากาศยังคงชื้นเย็นปนกลิ่นดิน เหยาชีกำลังสั่งการนางกำนัลตัวน้อยสองคนซึ่งเพิ่งถูกจัดสรรมาให้ เช็ดถูเฟอร์นิเจอร์อย่างเบามือ เกรงว่าจะรบกวนนายหญิง “เหม่ยเหรินเพคะ ของใช้ต่าง ๆ จัดเก็บเรียบร้อยแล้วเพคะ ส่วนของใช้ประจำตำแหน่งที่สำนักกิจการภายในส่งมาก็รับไว้ครบถ้วนแล้วเพคะ” เหยาชีเดินเข้ามา รายงานเสียงเบา ใบหน้าแฝงความกังวลเล็กน้อยที่แทบมองไม่เห็น นางเป็นคนเดียวที่มู่ชิงหรูไว้ใจได้ในตอนนี้ เพราะนางตามมาจากจวน มู่ชิงหรูหดสายตากลับ พยักหน้าเบา ๆ นางสวมชุดวังหลวงสีบัวอ่อนเรียบ ๆ ไม่ได้แต่งหน้า ทำให้ผิวพรรณดูซีดขาวขึ้นไปอีก คิ้วขมวดแน่นด้วยความหม่นหมองที่ไม่อาจคลายได้ จากตำหนักฉูซิ่วมายังตำหนักชิงหรู เพียงสองวันสั้น ๆ แต่นางกลับรู้สึกเหมือนผ่านไปสองปี ทุกย่างก้าวราวกับเหยียบอยู่บนคมมีด ทุกสายตาที่ดูเหมือนนอบน้อม อาจซ่อนเร้นแผนร้ายที่อันตรายถึงชีวิต เรื่องราวในชาติก่อน ราวกับหนอนร้ายที่กัดกินเส้นประสาทของนางอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสายตาที่อาบยาพิษของหลินกุ้ยเฟยเมื่อครั้งสุดท้าย ชัดเจนราวกับรอยประทับ “คนของเราล่ะ?” มู่ชิงหรูถาม เสียงไม่ดัง แต่แฝงด้วยความเฉียบขาดที่เย็นชา เหยาชีเข้าใจความหมาย ลดเสียงลงกว่าเดิม “ตามคำสั่งของเหม่ยเหริน หม่อมฉันได้สังเกตการณ์นางกำนัลสี่คนและขันทีตัวน้อยสองคน ที่ถูกจัดสรรมาให้แล้วเพคะ นางกำนัลชื่อชุนซิ่ง สายตาเลิกลั่ก ชอบสอดรู้สอดเห็น ส่วนขันทีตัวน้อยชื่อเสี่ยวลู่ อายุยังน้อย ดูท่าทางซื่อตรงดี ขยันขันแข็งด้วยเพคะ ส่วนคนอื่น ๆ... ยังดูไม่ออกเพคะ” นางหยุดเล็กน้อย แล้วเสริมว่า “แม่นมผู้ดูแลที่สำนักกิจการภายในจัดสรรมาให้ แซ่จาง ดูท่าทางมีระเบียบดี แต่...” “แต่เป็นคนเก่าแก่ในวังมาหลายปี เบื้องหลังเป็นคนของใคร ใครจะรู้เล่า” มู่ชิงหรูพูดต่อให้จบ ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ตำหนักชิงหรูแห่งนี้ดูเหมือนสงบ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยกับดักทุกย่างก้าว คนของหลินกุ้ยเฟย คนของพระพันปีหลวง หรือแม้แต่สายลับของพระสนมคนอื่น ๆ คงจะแทรกซึมเข้ามานานแล้ว นางเดินไปนั่งที่โต๊ะหนังสือ บนโต๊ะมีหนังสือรวมบทกวีที่ประณีตหลายเล่ม ซึ่งสำนักกิจการภายในส่งมาให้ตามธรรมเนียม นางพลิกเปิดหน้าหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ปลายนิ้วลูบผ่านกระดาษที่เย็นเฉียบ แต่สายตากลับสงบนิ่งราวกับน้ำแข็ง แผนการหลีกเลี่ยงการคัดเลือกสนมล้มเหลวโดยสิ้นเชิง การเข้าวังกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การแก้แค้นและการปกป้องตัวเอง จึงต้องดำเนินไปในตำหนักที่กินคนแห่งนี้! และก้าวแรกคือการปกป้องครอบครัว หยุดยั้งชนวนเหตุที่นำไปสู่การล่มสลายของสกุลมู่ในชาติก่อน — คดีอาวุธยุทโธปกรณ์! ชาติก่อน ไม่นานหลังจากที่นางเข้าวัง ก็เกิดความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นที่ชายแดนทางเหนือ การรบพ่ายแพ้ ราชสำนักจึงต้องหาผู้รับผิดชอบ เป้าหมายพุ่งตรงไปยังข้าราชการที่รับผิดชอบการควบคุมการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ และพี่ชายของนาง มู่เหยียน ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายคลังแสงของกรมกลาโหม ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม ทันใดนั้น ก็มีคน “เปิดโปง” ว่ามู่เหยียนยักยอกเงินกองทัพ ใช้วัสดุด้อยคุณภาพ ทำให้ทหารแนวหน้าบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเพราะอาวุธที่ไร้คุณภาพ! หลักฐาน “ชัดเจน” ท่านพ่อมู่ฉงเหวินพยายามขอความเมตตาให้บุตรชาย แต่กลับถูกพัวพันในข้อหา “อบรมบุตรไม่เข้มงวด” และ “ให้ท้าย” ในที่สุดสกุลมู่ทั้งตระกูลก็ต้องโทษ! ปลายนิ้วของมู่ชิงหรูบีบแน่นทันที แทบจะจิกกระดาษขาด! การใส่ร้ายนั้น เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ เบื้องหลังคือเงาของหลินกุ้ยเฟยและอ๋องจิ้ง! เป้าหมายคือการกำจัดสกุลมู่ ซึ่งเป็นตระกูลแม่ทัพที่ภักดีต่อเว่ยอวิ๋นหาน! เวลา...เหลือน้อยแล้ว! นางต้องส่งสัญญาณเตือนออกไปก่อนที่คดีอาวุธยุทโธปกรณ์จะปะทุขึ้น! แต่นางตอนนี้เป็นเพียงเหม่ยเหรินตัวเล็ก ๆ ที่ถูกกักขังอยู่ในมุมหนึ่งของวังหลวง ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับจ้อง จะติดต่อกับคนนอกวังได้อย่างไร? สายตาจับจ้องไปที่ชั้นวางพู่กันตรงมุมโต๊ะหนังสือ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในสมองราวสายฟ้า! “เหยาชี” เสียงของนางทุ้มต่ำ แฝงด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจโต้แย้งได้ “ฝนหมึก” เหยาชีรีบเดินเข้ามา คลี่กระดาษเปล่าออกอย่างชำนาญ ฝนแท่งหมึก กลิ่นหมึกอบอวลไปทั่วห้องที่เงียบสงบ มู่ชิงหรูยกพู่กันขนหมาป่าขนาดเล็กขึ้น จุ่มหมึกจนเต็ม นางไม่ได้เขียนตัวอักษรใด ๆ แต่...เริ่มวาดภาพ ปลายพู่กันลื่นไหล ไม่นาน ภาพวาดดอกบ๊วยด้วยหมึกง่าย ๆ ก็ปรากฏบนกระดาษ กิ่งก้านแข็งแกร่ง ดอกบ๊วยที่ยังตูมอยู่สองสามดอก แสดงถึงความโดดเดี่ยวและเยือกเย็น วาดเสร็จ นางยังไม่หยุด ปลายพู่กันยังคงบรรจงวาดสัญลักษณ์แปลก ๆ ที่ไม่เป็นตัวอักษรหลายตัวลงบนพื้นที่ว่างด้านล่างขวาของภาพ ด้วยเส้นที่เล็กมากจนแทบมองไม่เห็น นั่นไม่ใช่ตัวอักษรใด ๆ ที่รู้จัก แต่เป็นรหัสลับที่บิดาและพี่ชายของนางใช้ส่งสารลับฉุกเฉินในกองทัพสกุลมู่เมื่อชาติก่อน ซึ่งมีเพียงสองพ่อลูกเท่านั้นที่เข้าใจ! สัญลักษณ์เหล่านี้มีความหมายง่าย ๆ “ชายแดนเหนือมีเหตุการณ์ไม่ปกติ โปรดตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างละเอียด ระวังการใส่ร้าย รีบแก้ไขข้อบกพร่องโดยเร็ว!” นางวาดช้ามาก มั่นคงมาก ทุกการตวัดพู่กันระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อให้รหัสลับเหล่านั้นผสมผสานเข้ากับเส้นพู่กันของภาพวาดได้อย่างสมบูรณ์ ราวกับรอยหมึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อวาดกิ่งก้าน หากไม่รู้ความลับ ก็ยากที่จะแยกแยะได้เลย เหยาชียืนอยู่ข้าง ๆ กลั้นหายใจมองดู แม้จะไม่เข้าใจสัญลักษณ์เหล่านั้น แต่ก็สัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งที่เด็ดเดี่ยวของผู้เป็นนาย เมื่อวาดเส้นสุดท้ายเสร็จ มู่ชิงหรูค่อย ๆ เป่าหมึกให้แห้ง ม้วนกระดาษอย่างระมัดระวัง ผูกด้วยริบบิ้นผ้าไหมสีเรียบ ๆ “หาถุงผ้าไหมที่ดูไม่สะดุดตาที่สุด ใส่ภาพวาดนี้ลงไป” นางยื่นภาพวาดให้เหยาชี เสียงเบาที่สุด “แล้วหาทางส่งมันไปที่...” นางครุ่นคิดเล็กน้อย คัดกรองรายชื่อคนที่ไว้ใจได้นอกวัง และสามารถติดต่อกับท่านพ่อและพี่ชายได้ “ส่งไปที่ร้านยา 'ไป๋เฉ่าถัง' บนถนนหย่งติ้งเหมิน ใกล้ค่ายทหารหลวง มอบให้เถ้าแก่ซุน แล้วบอกว่า...เป็นภาพวาดธรรมดาที่คนเก่าแก่ของจวนมู่ฝากไว้ ขอให้เขาเก็บรักษาไว้แทน เมื่อคนสกุลมู่มาถามถึงก็ค่อยมอบให้” เถ้าแก่ซุนแห่งไป๋เฉ่าถัง เป็นญาติห่าง ๆ ของสกุลมู่ เป็นคนซื่อสัตย์และไว้ใจได้ ชาติก่อนเมื่อสกุลมู่ตกยาก เขาเคยเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือสตรีสกุลมู่ที่ถูกเนรเทศ เขาเปิดร้านยา เข้าออกค่ายทหารเพื่อส่งยา จึงมีโอกาสติดต่อกับมู่เหยียนได้ง่ายกว่า การส่ง “ภาพวาดดอกบ๊วยหมึก” นี้ปะปนไปกับสมุนไพรหรือสิ่งของธรรมดา จะเป็นเป้าหมายที่เล็กที่สุด “เพคะ เหม่ยเหริน” เหยาชีรับภาพวาดมาอย่างจริงจัง ราวกับแบกรับภาระหนักอึ้ง “หม่อมฉันจะระมัดระวังอย่างที่สุดเพคะ” “จำไว้” มู่ชิงหรูจ้องมองดวงตาของนาง พูดทีละคำ “เจ้ามีหน้าที่แค่ส่งของออกไปนอกวังเท่านั้น เมื่อถึงนอกวังแล้ว จะมีคนรับช่วงต่อเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงรักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของสกุลมู่ทั้งตระกูล ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด!” เหยาชีพยักหน้าอย่างแรง “หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD