มู่ชิงหรูเกิดใหม่

1546 Words
“ชิงหรู? ลูกแม่! เกิดอะไรขึ้น?” เสียงร้อนรนที่คุ้นเคย พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากนอกประตู มู่ชิงหรูสะท้านไปทั้งร่าง หันกลับไปทันที ประตูถูกผลักออก สตรีผู้หนึ่งในชุดเสื้อคลุมลายดอกบัวเลื้อยสีฟ้าครามรีบก้าวเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ด้านหลังนางมีชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าบึกบึน คิ้วคางมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากลมฝน แต่ก็ไม่อาจปกปิดความห่วงใยได้ “ท่านแม่...” ริมฝีปากของมู่ชิงหรูสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เสียงแหบแห้งอย่างยิ่ง แทบจะบีบออกมาจากลำคอเพียงคำเดียว นั่นคือท่านแม่หลิวซื่อ! นั่นคือท่านพ่อมู่ฉงเหวิน! เมื่อเห็นพวกเขายืนอยู่ตรงหน้าอย่างมีชีวิต เห็นความกังวลอย่างแท้จริงในดวงตาของท่านแม่ เห็นผมสีดำสนิทที่ขมับของท่านพ่อที่ยังไม่ถูกย้อมด้วยน้ำค้างแข็ง...ภาพความหายนะครั้งใหญ่ในชาติก่อน การถูกยึดจวนสกุลมู่ การที่บิดามารดาและพี่ชายทยอยเสียชีวิตอย่างเจ็บปวดระหว่างถูกเนรเทศ ราวกับเหล็กแดงที่เผาไหม้ ลวกเข้าสู่ส่วนลึกของจิตวิญญาณนางอย่างรุนแรง ความโศกเศร้าอันใหญ่หลวงและความปีติยินดีที่ได้กลับคืนมา ดุจกระแสน้ำเชี่ยวสองสายที่ปะทะกันอย่างรุนแรงในอกของนาง ฉีกกระชากนางจนแทบจะขาดเป็นเสี่ยง ๆ นางกัดริมฝีปากล่างแน่น จนได้ลิ้มรสโลหะจาง ๆ จึงจะพอระงับเสียงสะอื้นและคำถามที่แทบจะหลุดออกมาจากปากได้ "หรูเอ่อร์ ทำไมถึงได้ฝันร้าย? ดูสิ หน้าซีดเชียว เหงื่อออกเต็มหน้าผากเลย” ท่านแม่หลิวซื่อรีบเดินเข้ามาใกล้ ฝ่ามือที่อบอุ่นลูบไล้หน้าผากของนางอย่างอ่อนโยน แล้วเช็ดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากหางตาของนางอย่างแผ่วเบา “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ ลูกแม่ แม่ยังอยู่ตรงนี้ ฝันเห็นอะไรหรือ? ถูกผีอำหรือเปล่า?” ท่านพ่อมู่ฉงเหวินแม้จะไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ดวงตาที่คมกริบของเขากลับจับจ้องอยู่ที่ตัวนางอย่างไม่วางตา พร้อมด้วยความสงบนิ่งและความห่วงใยอันเป็นเอกลักษณ์ของแม่ทัพนายกอง “สีหน้าไม่ดีเลย เป็นเพราะเมื่อวานโดนลมเย็นหรือเปล่า? อย่าฝืน ร่างกายสำคัญที่สุด” ความห่วงใยที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ความอบอุ่นที่ชาติก่อนนางปรารถนาในยามหลับใหลนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่อาจเอื้อมถึง บัดนี้โอบล้อมนางไว้อย่างแท้จริง ปลายจมูกของมู่ชิงหรูรู้สึกชา แทบจะหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง นางก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว อาศัยจังหวะจัดแต่งปอยผมที่ยุ่งเหยิงเพื่อซ่อนอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในดวงตา “ไม่...ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” นางบังคับตัวเองให้พูด เสียงยังคงแหบพร่าเล็กน้อยจากการเพิ่งผ่านฝันร้าย และมีความสั่นเครือที่แทบจะจับไม่ได้ พยายามบีบรอยยิ้มที่ปลอบโยนออกมา “แค่...แค่ฝันร้ายน่ากลัวมากเจ้าค่ะ เลยตกใจตื่น รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านพ่อท่านแม่ เป็นความผิดของลูกเองเจ้าค่ะ” “ลูกโง่เอ๊ย จะพูดจาห่างเหินกับพ่อแม่ตัวเองไปทำไม” หลิวซื่อโอบไหล่นางด้วยความเอ็นดู ตบเบา ๆ “แค่ฝันร้ายเอง ตื่นแล้วก็ดีแล้ว พ่อเจ้าเพิ่งกลับมาจากชายแดนเหนือ ยังเอาของแปลก ๆ มาฝากเจ้าตั้งเยอะ เดี๋ยวให้สาวใช้เอามาให้เจ้าดูนะ จะได้หายตกใจ” มู่ฉงเหวินพยักหน้า สายตายังคงจับจ้องอย่างพินิจพิเคราะห์ “ถ้าไม่สบายจริง ๆ ก็รีบเชิญหมอมาดู อย่าปล่อยทิ้งไว้” “ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านพ่อท่านแม่ที่เป็นห่วง” มู่ชิงหรูก้มหน้าตอบ ขนตาที่ยาวบดบังพายุที่กำลังปั่นป่วนอย่างรุนแรงในดวงตา นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดของท่านแม่ ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของท่านพ่อ ความเกลียดชังอันบ้าคลั่งและการคำนวณอันเย็นชาในใจ ถูกความอบอุ่นที่ได้กลับคืนมานี้โอบอุ้มและสงบลงชั่วคราว ท่านพ่อกลับมาแล้ว...พี่ชายมู่เหยียน ตอนนี้คงยังประจำการอยู่ที่ค่ายทหารหลวง ยังไม่ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับคดีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ถูกวางแผนอย่างแยบยล ซึ่งนำไปสู่ความหายนะของสกุลมู่! เวลา! ใช่ นางยังมีเวลา! ความเจ็บปวดจากการถูกยาพิษในชาติก่อนราวกับกลับมาเผาผลาญในลำคออีกครั้ง เตือนให้นางระลึกถึงจุดจบที่ฝังลึกในใจ การเข้าวัง? การเป็นฮองเฮา? แล้วเฝ้าดูตระกูลล่มสลาย ตัวเองก็ถูกชายผู้นั้นพระราชทานยาพิษในที่สุด? ไม่! จะไม่ซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด! สิ่งสำคัญที่สุดและเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด ต้องหลีกเลี่ยงการคัดเลือกสนมในอีกหนึ่งปีข้างหน้า! ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องไม่ก้าวเท้าเข้าไปในวังหลวงที่กินคนแห่งนั้น! ตราบใดที่ไม่เข้าวัง ไม่ถูกดึงเข้าไปในศูนย์กลางการแก่งแย่งอำนาจ บางทีก็อาจจะหลีกเลี่ยงหายนะที่ทำลายล้างสกุลมู่ได้! “ท่านแม่” มู่ชิงหรูเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของนางกลับมาสงบลงได้บ้างแล้ว เพียงแต่ยังคงซีดเซียว พร้อมกับร่องรอยของความตกใจที่ยังไม่จางหายไปอย่างพอเหมาะพอเจาะ “ลูก...ลูกรู้สึกว่าร่างกายยังอ่อนแออยู่เลยเจ้าค่ะ หัวก็มึน ๆ สงสัยเมื่อคืนจะนอนตากลมเย็นไปหน่อย เลยไม่สบายจริง ๆ เจ้าค่ะ ลูกอยากจะพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย” “ดี ๆ ๆ รีบนอนพักเถอะ” หลิวซื่อได้ยินดังนั้นก็รีบประคองนางให้นอนลงบนเตียง จัดผ้าห่มให้เรียบร้อย “เดี๋ยวแม่จะให้ห้องครัวต้มน้ำขิงพุทรามาให้เจ้าดื่มแก้หนาวนะ เดิมทีลูกก็ร่างกายก็อ่อนแออยู่แล้ว ยิ่งต้องระวังให้มาก” มู่ฉงเหวินก็กำชับว่า “พักผ่อนให้ดี อย่าคิดมาก” เมื่อเห็นบิดามารดาจากไปด้วยความเป็นห่วง ประตูห้องก็ปิดลงอย่างแผ่วเบา ตัดขาดจากโลกภายนอก มู่ชิงหรูจึงค่อย ๆ ถอนหายใจยาวที่อัดอั้นมานานออกมา ลมหายใจนั้นปะปนไปด้วยรสหวานปนคาวของยาพิษในชาติก่อนและความเย็นยะเยือกจากการกลับมาจากนรก นางนอนอยู่ในผ้าห่มไหมพรมที่อบอุ่น ลืมตาจ้องมองเพดานม่านสีบัวอ่อน แสงแดดยามต้นฤดูใบไม้ผลิสาดส่องผ่านผ้าม่านหน้าต่าง ทิ้งเงาแสงที่พร่าเลือนลงบนม่าน อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานและสงบของดอกสาลี่ ทุกสิ่งงดงามจนไม่น่าเป็นจริง ทว่า ในส่วนลึกของดวงตา นางกลับไร้ซึ่งความสับสนและเปราะบางเหลืออยู่แม้แต่น้อย สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความชัดเจนที่เกือบจะเย็นชา และความมุ่งมั่นที่ถูกหล่อหลอมจากความเกลียดชังอันบ้าคลั่ง หลีกเลี่ยงการคัดเลือกสนม! ปกป้องตระกูล! สิบเอ็ดคำนี้ราวกับเหล็กแดงที่เผาไหม้ ประทับลึกอยู่ในจิตวิญญาณของนาง นางต้องการเวลา ต้องการการปลอมแปลง หญิงสาวที่อ่อนแอในห้องหอ จะทำอย่างไรให้หลีกเลี่ยงการคัดเลือกสนมได้อย่างสมเหตุสมผลและไม่น่าสงสัยภายในเวลาเพียงหนึ่งปี? การแกล้งป่วยดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่มั่นคงที่สุด การป่วยหนักที่นอนซมจนหมอหลวงยังต้องส่ายหน้าถอนหายใจ ปลายนิ้วของมู่ชิงหรูขยับไปมาอย่างไร้สติบนขอบผ้าห่มไหมพรมที่เรียบลื่น สมองของนางทำงานอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความทรงจำที่กระจัดกระจายในชาติก่อนเกี่ยวกับผู้คนในจวน แม่นมคนสนิทของท่านแม่ หมอหลวงที่มาตรวจชีพจรเป็นประจำ...ถูกดึงออกมา ปะติดปะต่อ และวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว ทุกรายละเอียดล้วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จหรือความล้มเหลว เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนหลายสิบคนในสกุลมู่ นอกหน้าต่าง กิ่งก้านของต้นสาลี่เก่าแก่ไหวเอนเบา ๆ ในลมฤดูใบไม้ผลิ กลีบดอกสีขาวราวหิมะร่วงหล่นลงมาสองสามกลีบ ลอยผ่านหน้าต่าง นำพาความเย็นสบายของฤดูใบไม้ผลิมาให้ มู่ชิงหรูมองตามกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่น ในที่สุดสายตาก็หยุดอยู่ที่กำปั้นเรียวเล็กที่กำแน่นอย่างเงียบ ๆ ของตนเอง ปลายนิ้วจิกเข้าฝ่ามืออย่างลึกซึ้ง นำมาซึ่งความเจ็บปวดที่ชัดเจน ความเจ็บปวดเท่านั้นที่จะทำให้คนตื่นขึ้น ชาติก่อน นางเป็นเพียงหมากบนกระดานโชคชะตาที่ถูกผู้อื่นบงการ จนต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้ทั้งกระดาน ร่างกายดับสูญ ตระกูลล่มสลาย แต่ในชาตินี้ นางที่คลานกลับมาจากนรก จะเป็นผู้ถือหมากเอง! กงล้อแห่งโชคชะตา ในแสงแดดอบอุ่นยามต้นฤดูใบไม้ผลิและกลิ่นหอมของดอกสาลี่ หมุนย้อนกลับอย่างเงียบเชียบ พร้อมด้วยประกายเย็นยะเยือก มู่ชิงหรูค่อย ๆ หลับตาลง กดความเกลียดชังอันพลุ่งพล่านและการคำนวณอันเย็นชาทั้งหมดลงไปในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ เหลือเพียงร่างกายของหญิงสาวที่ซีดเซียวและอ่อนแอ นอนอยู่อย่างเงียบสงบ รอคอยอาการป่วยของนาง...ที่จะมาเยือนอย่างเงียบ ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD